รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 12 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : วิกฤตดีมานด์ไฟฟ้า Data Center ดันข้อถกเถียงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ในอาเซียนและไทย
รายละเอียด:
- ศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในภูมิภาคอาเซียนมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกำลังไฟฟ้าของ Data Center ใน 6 ชาติอาเซียนรวมถึงไทยแตะ 13.12 GW ในครึ่งแรกของปี 2569 ซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลตลอด 24 ชั่วโมงทำให้หลายประเทศเริ่มพิจารณาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่มีความเสถียร (Baseload)
- นักวิเคราะห์จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) ชี้ว่า แม้ไทยจะบรรจุเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ SMR ไว้ที่ 9,000 MW ในร่าง PDP2026 เพื่อตอบโจทย์ Net Zero และการลงทุนดิจิทัล แต่ยังมีความท้าทายสูงเรื่องต้นทุนก่อสร้าง ระยะเวลากว่า 10 ปี และการจัดการกากกัมมันตรังสี ซึ่งเปรียบเหมือนการขี่ช้างจับตั๊กแตนหากมุ่งเน้นเพื่อจ่ายไฟให้ Data Center เพียงอย่างเดียว
ผลกระทบ:
- การเติบโตของโหลด Data Center ขนาดใหญ่จะสร้างแรงกดดันต่อระบบส่งและกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองของไทย เสี่ยงกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฐานและค่า Ft หากโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าใหม่มีต้นทุนเทคโนโลยีที่สูงเกินไป
- เป็นบททดสอบนโยบายพลังงานของรัฐบาลในการสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงกับการควบคุมภาระค่าไฟของภาคประชาชน รวมถึงความท้าทายในการผลักดันพลังงานคาร์บอนต่ำเพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 11 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : กฟผ. เฝ้าระวังน้ำล้น 2 เขื่อนใหญ่กาญจนบุรี พร้อมเดินหน้าบริหารจัดการระบายน้ำเพื่อความมั่นคงระบบ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รายงานสถานการณ์น้ำใน 2 เขื่อนหลักของจังหวัดกาญจนบุรี โดยเขื่อนวชิราลงกรณมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงถึง 97.91% และเขื่อนศรีนครินทร์อยู่ที่ 97% ของความจุอ่าง จากอิทธิพลฝนตกชุกต่อเนื่องช่วงปลายฤดูฝน
- กฟผ. ยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนและอาคารระบายน้ำยังมั่นคงแข็งแรง พร้อมเดินหน้าบริหารแผนการระบายน้ำตามมติคณะทำงานภายใต้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อควบคุมระดับน้ำในลุ่มน้ำแควน้อยและรองรับฝนระลอกใหม่
ผลกระทบ:
- โรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่สามารถเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างเต็มศักยภาพเพื่อเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า แต่จำเป็นต้องบริหารการระบายน้ำอย่างรัดกุมเพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อน
- ลดความเสี่ยงอุทกภัยต่อสถานีไฟฟ้าแรงสูงและโครงข่ายระบบจำหน่ายในแถบภาคตะวันตก ช่วยรักษาความต่อเนื่องในการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : รัฐบาลผลักดันไทยเป็น Trusted Connector บนเวที IMF ดึงทุนพลังงานสะอาดและโครงข่ายไฟฟ้า
รายละเอียด:
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมใช้เวทีประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF-World Bank 2026 ผลักดันบทบาทของไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมโยงเศรษฐกิจและการลงทุนจากทั่วโลก
- แผนยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับการเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Grid Modernization)
ผลกระทบ:
- รัฐบาลเผชิญความท้าทายในการเตรียมความพร้อมด้าน Grid Capacity และสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff) เพื่อรองรับมาตรฐาน RE100 ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
- เสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน แต่ภาครัฐจำเป็นต้องจัดหาเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าที่คุ้มค่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาระหนี้สาธารณะและภาระค่าไฟตกแก่ประชาชนในระยะยาว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : คมนาคมเคาะสิทธิ รถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย หนุนการใช้ระบบรางลดมลพิษภาคขนส่ง
รายละเอียด:
- สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดย นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. เผยความคืบหน้านโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสาย ครอบคลุม 13 เส้นทาง 286.84 กม. เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปฯ ทางรัฐ ในเดือน ธ.ค. 2569 และเริ่มใช้งาน 1 ม.ค. 2570
- การใช้งานใช้บัตร EMV หรือ Rabbit Card แตะจ่ายข้ามระบบ และรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารคืนให้ประชาชนโดยตรงผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยอาศัยร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เป็นกลไกหลัก
ผลกระทบ:
- ช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชนโดยตรง และจูงใจให้เปลี่ยนพฤติกรรมจากการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ระบบรางที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย Net Zero
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าในระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตเมืองจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลต้องเตรียมงบประมาณอุดหนุนส่วนต่างอย่างยั่งยืนเพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณแผ่นดินระยะยาว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 11 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กฟน. ประกาศดับไฟชั่วคราวเพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟฟ้าในเขต กทม. และนนทบุรี
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศแจ้งดับไฟฟ้าชั่วคราวในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ในวันที่ 12 ตุลาคม 2569 เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงและปรับปรุงประสิทธิภาพระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้มีความมั่นคง
- การดับไฟเป็นส่วนหนึ่งของงานบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามรอบวาระปกติ เพื่อป้องกันปัญหาไฟดับเป็นวงกว้างและเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับโหลดไฟฟ้าในเขตเมือง
ผลกระทบ:
- ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่เป้าหมายต้องเตรียมแผนรับมือไฟฟ้าดับชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและการดำเนินชีวิตประจำวัน
- การเสริมความมั่นคงของโครงข่ายระบบจำหน่ายไฟฟ้าแรงกลางและแรงต่ำช่วยลดอัตราการเกิดไฟตก ไฟดับฉับพลันในอนาคต เสริมความเชื่อมั่นต่อระบบสาธารณูปโภคไฟฟ้าของเมืองหลวง
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- การไฟฟ้านครหลวง (MEA) สั่งพักการชำระค่าไฟและเตรียมตรวจสอบมิเตอร์ใหม่แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมกว่า 27,000 ราย หลังพบปัญหาบิลค่าไฟสูงผิดปกติจากการเฉลี่ยย้อนหลัง
- FAW-Volkswagen เปิดตัวรับจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก Jetta M6 ในประเทศจีน ราคาเริ่มต้นราว 403,000 บาท กระตุ้นการแข่งขันในตลาด EV ราคาเข้าถึงง่ายระดับโลก
- BEM รับแรงหนุนเชิงบวกจากปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ฟื้นตัวและสายสีม่วงใต้คืบหน้า 90% แม้มีผลกระทบระยะสั้นจากเหตุน้ำท่วมและเพลิงไหม้สายสีน้ำเงินก่อนหน้า
- กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฝนตกหนักและพายุลมกระโชกแรงช่วง 11-13 ต.ค. 2569 ทั่วประเทศ เสี่ยงส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมขังและเสา-สายส่งไฟฟ้าในพื้นที่เสี่ยงภัย
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) อำเภอหนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี เปิดช่องทางประสานงานฉุกเฉินพร้อมตัดกระแสไฟฟ้ารองรับสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อป้องกันความเสี่ยงไฟฟ้ารั่วไหล