รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 03-Oct-2026 ถึง 09-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ทบวงพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) เผยกำลังผลิตติดตั้งโซลาร์เซลล์แซงหน้าถ่านหิน พร้อมเร่งผลักดันกลไกตลาดและแก้ปัญหาคอขวดระบบสายส่ง
รายละเอียด:
-
– ทบวงพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) จัดการประชุมติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนประจำเดือนกันยายน โดยรายงานว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปี กำลังผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียนสูงถึง 2.496 พันล้านกิโลวัตต์ คิดเป็น 60.8% ของกำลังผลิตทั้งหมด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีกำลังผลิตติดตั้งแซงหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นครั้งประวัติศาสตร์ และกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีสัดส่วนมากที่สุด
– หน่วยงานภาครัฐและผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Enterprises) ถูกสั่งการให้เร่งแก้ไขปัญหาคอขวดของระบบสายส่งที่จำกัดการส่งออกพลังงานสะอาด พร้อมทั้งปรับปรุงกลไกการกำหนดราคาในตลาดไฟฟ้าเพื่อประกันผลตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน
ผลกระทบ:
– การที่โซลาร์เซลล์มีกำลังผลิตแซงหน้าถ่านหินถือเป็นหมุดหมายสำคัญของจีนในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้ากำลังยุคใหม่ (New Power System) และเป้าหมายคาร์บอนคู่ขนาน (Dual Carbon Goals) อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้สร้างความท้าทายมหาศาลต่อเสถียรภาพของโครงข่าย นโยบายของ NEA ที่มุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถของสายส่งและการนำกลไกตลาดไฟฟ้ามาใช้ (Power Market Reform) จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานและระบบสายส่งอัจฉริยะ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับอาเซียนที่กำลังเผชิญปัญหาการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบโครงข่ายเช่นเดียวกัน
ที่มา: สำนักข่าว CPNN วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 2 : สเตตกริด (SGCC) ขยายสถานีไฟฟ้า UHV 1000 กิโลโวลต์หนานชาง เสริมแกร่งโครงข่ายไฟฟ้าภาคกลางรองรับพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
-
– โครงการขยายสถานีไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (UHV) ระดับ 1000 กิโลโวลต์ที่เมืองหนานชาง มณฑลเจียงซี ได้ดำเนินการจ่ายไฟและเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ โดยมีการติดตั้งหม้อแปลงหลักขนาด 3,000 เมกะโวลต์แอมแปร์ (MVA) เพิ่มเติม พร้อมด้วยอุปกรณ์สวิตช์เกียร์และระบบควบคุมที่ทันสมัย ภายใต้เงินลงทุนกว่า 354 ล้านหยวน
– บริษัท การไฟฟ้าแห่งประเทศจีน (SGCC) สาขามณฑลเจียงซี ได้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการก่อสร้าง เช่น ระบบเตือนภัยแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำและการสแกนด้วยเลเซอร์ เพื่อลดความเสี่ยงระหว่างการก่อสร้างโดยไม่ต้องตัดกระแสไฟฟ้าในวงจรหลัก
ผลกระทบ:
– การขยายขีดความสามารถของสถานีไฟฟ้า UHV แห่งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของโครงข่ายไฟฟ้าในภูมิภาคภาคกลางของจีน (Central China Grid) ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนพลังงานข้ามมณฑลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และรองรับการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โครงสร้างสายส่ง UHV ถือเป็นกระดูกสันหลังของยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานของจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการสร้างระบบสายส่งระยะไกลที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบริหารจัดการพลังงานแบบกระจายศูนย์และเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบ
ที่มา: สำนักข่าวซินหัว วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 3 : โรงไฟฟ้าพลังความร้อนสำหรับปัดยอดความต้องการ (Peak-shaving) แห่งแรกเพื่อสนับสนุนฐานพลังงานหมุนเวียนในทะเลทรายเปิดเดินเครื่องเต็มรูปแบบ
รายละเอียด:
-
– โรงไฟฟ้าพลังความร้อนจงเว่ยของกลุ่มบริษัทพลังงานแห่งชาติจีน (CHN Energy) ในมณฑลหนิงเซี่ย ได้ผ่านการทดสอบเดินเครื่อง 168 ชั่วโมงและเปิดใช้งานเต็มกำลังการผลิต โดยมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาด 660 เมกะวัตต์จำนวน 4 เครื่อง เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานสนับสนุนความยืดหยุ่นให้กับฐานพลังงานหมุนเวียนในทะเลทรายเถิงเก๋อหลี่
– โครงการนี้ถือเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของจีนที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ปัดยอดและสร้างสมดุลให้กับระบบไฟฟ้าที่มาจากฐานพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมอัจฉริยะที่สามารถปรับเพิ่มหรือลดการผลิตไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็ว
ผลกระทบ:
– โครงการนี้สะท้อนการปรับเปลี่ยนบทบาทของโรงไฟฟ้าถ่านหินในระบบไฟฟ้าของจีน จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตหลักไปสู่ผู้สนับสนุนความยืดหยุ่น เพื่อแก้ปัญหาความผันผวนของพลังงานลมและแสงอาทิตย์ การผสมผสานระหว่างแหล่งพลังงานดั้งเดิมที่ปรับตัวได้กับพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ผ่านสายส่ง UHV ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของจีนในการผลักดันเป้าหมาย Net Zero อย่างมั่นคง ซึ่งแนวทางนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในภูมิภาคอาเซียนในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าฟอสซิลในช่วงการเปลี่ยนผ่าน
ที่มา: สำนักข่าว CPNN วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 4 : ไมโครกริด (Microgrid) พลิกโฉมระบบไฟฟ้าบนเกาะสู่เป้าหมายคาร์บอนเกือบเป็นศูนย์ พร้อมรองรับโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่
รายละเอียด:
-
– เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง กำลังเร่งพัฒนาระบบไฟฟ้าตามแนวทางระบบไฟฟ้ากำลังยุคใหม่ โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบไฟฟ้าบนเกาะเป่ยจี จากเดิมที่พึ่งพาเครื่องปั่นไฟดีเซลมาเป็นการใช้ระบบไมโครกริดอิสระที่ผสานพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และเครื่องปั่นไฟดีเซลสำรอง ทำให้สัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดบนเกาะสูงกว่า 93 เปอร์เซ็นต์
– นอกจากนี้ ยังมีการก่อสร้างสถานีบูรณาการพลังงานระดับ 500 กิโลโวลต์ที่เมืองรุ่ยอัน เพื่อเตรียมเชื่อมต่อพลังงานลมนอกชายฝั่ง พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดกว่า 4 ล้านกิโลวัตต์เข้าสู่ระบบโครงข่ายหลัก
ผลกระทบ:
– การพัฒนาไมโครกริดอัจฉริยะบนพื้นที่ห่างไกลและการสร้างสถานีบูรณาการพลังงานขนาดใหญ่ สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของจีนที่มุ่งกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้าพร้อมกับการรักษาสถียรภาพของโครงข่าย นวัตกรรมไมโครกริดที่สามารถสลับการทำงานเป็นแบบอิสระได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นโมเดลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกลในกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ที่มา: สำนักข่าวซีซีทีวี วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 5 : ระบบสูบกลับ (Pumped Storage) ของ SGCC รับบทบาทแกนกลางกักเก็บไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ช่วงกลางวันและจ่ายไฟช่วงเย็น
รายละเอียด:
-
– โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเป่าเฉวียน ภายใต้การดูแลของบริษัท สเตตกริด ซินหยวน ได้เร่งเดินเครื่องสูบน้ำกักเก็บพลังงานอย่างเต็มกำลังในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พลังงานแสงอาทิตย์มีการผลิตเกินความต้องการของระบบ เพื่อแปลงเป็นพลังงานศักย์น้ำ
– ในช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ลดลงแต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น โรงไฟฟ้าจะปล่อยน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าทดแทนทันที โดยในปีนี้มีการเดินเครื่องสูบน้ำแล้วกว่า 1,634 ครั้งและผลิตไฟฟ้า 935 ครั้ง โดยใช้อุปกรณ์ควบคุมหลักที่ผลิตในประเทศจีนทั้งหมด
ผลกระทบ:
– การปฏิบัติงานของโรงไฟฟ้าแบบสูบกลับแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีแก้ปัญหาความผันผวนของเส้นโค้งความต้องการใช้ไฟฟ้า (Duck Curve) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ การที่จีนพึ่งพาเทคโนโลยีภายในประเทศในการอัปเกรดระบบควบคุมยังแสดงถึงความพยายามลดความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน สำหรับอาเซียน การลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานแบบสูบกลับและ BESS จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการรักษาเสถียรภาพโครงข่ายเมื่อสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้น
ที่มา: สำนักข่าว CPNN วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 6 : มองโกเลียในรับเงินอุดหนุนรอบแรกในฐานะกลุ่มเมืองนำร่องการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจนเชิงบูรณาการระดับชาติ
รายละเอียด:
-
– 7 เมืองในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ได้รับคัดเลือกให้เป็นกลุ่มเมืองนำร่องระดับชาติสำหรับการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจนเชิงบูรณาการชุดแรก โดยกระทรวงการคลังได้อนุมัติเงินอุดหนุนรอบแรกจำนวน 470 ล้านหยวน จากวงเงินรวม 1.28 พันล้านหยวนสำหรับระยะเวลา 4 ปี
– พื้นที่นำร่องเหล่านี้มีพื้นฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและจะมุ่งเน้นการใช้ไฮโดรเจนในภาคอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก เช่น การทดแทนวัตถุดิบเคมี การผลิตแอมโมเนียและเมทานอลสีเขียว โลหะวิทยาไฮโดรเจน ตลอดจนการประยุกต์ใช้กับยานพาหนะหนักเพื่อการทำเหมืองและระบบกักเก็บพลังงานรูปแบบใหม่
ผลกระทบ:
– นโยบายนี้ตอกย้ำทิศทางของรัฐบาลจีนในการสร้างระบบนิเวศน์อุตสาหกรรมไฮโดรเจนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero การให้เงินอุดหนุนแบบผูกพันกับผลลัพธ์เชิงพาณิชย์จะช่วยเร่งให้เกิดการประหยัดต่อขนาด และทำให้ต้นทุนเทคโนโลยีไฮโดรเจนสีเขียวลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำการส่งออกเทคโนโลยีไฮโดรเจนสู่ภูมิภาคต่างๆ รวมถึงอาเซียนในอนาคตอันใกล้
ที่มา: สำนักข่าว CPNN วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ประเด็นข่าวที่ 7 : ยอดการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) บนทางด่วนช่วงวันหยุดวันชาติพุ่ง 51.42% สะท้อนความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน
รายละเอียด:
-
– ทบวงพลังงานแห่งชาติจีน (NEA) รายงานว่าในช่วงเทศกาลวันหยุดวันชาติจีน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าบริเวณจุดพักรถบนทางด่วนทั่วประเทศกว่า 62,700 แห่ง มีการให้บริการชาร์จไฟฟ้าสูงถึง 6.71 ล้านครั้ง รวมปริมาณไฟฟ้า 163 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง
– ปริมาณการชาร์จไฟฟ้าเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นถึง 51.42 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าต้องจัดเตรียมหน่วยเคลื่อนที่ฉุกเฉินและระบบมอนิเตอร์แบบเรียลไทม์เพื่อบริหารจัดการความแออัดและแจกจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของระบบ
ผลกระทบ:
– การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าข้ามเมืองสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงข่ายไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตัวเลขนี้กระตุ้นให้รัฐบาลและผู้ให้บริการโครงข่ายต้องเร่งพัฒาระบบชาร์จแบบ V2G และระบบบริหารจัดการการชาร์จอัจฉริยะแบบยืดหยุ่น เพื่อเปลี่ยนภาระของโครงข่ายให้กลายเป็นทรัพยากรกักเก็บพลังงานเคลื่อนที่ แนวโน้มนี้เป็นสัญญาณเตือนและบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยและอาเซียนที่กำลังเร่งส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ให้ต้องวางแผนขยายความจุโครงข่ายควบคู่กันไป
ที่มา: ทบวงพลังงานแห่งชาติจีน วันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2026
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
-
– นักวิทยาศาสตร์จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาเยื่อกรองดักจับคาร์บอนประสิทธิภาพสูง (CCUS) แบบใหม่ ช่วยลดต้นทุนการดักจับคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมเหลือเพียง 38 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
– บริษัท พาวเวอร์ไชน่า (PowerChina) ก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 96.9 เมกะวัตต์ในเปรูเสร็จสมบูรณ์ ถือเป็นการขยายเครือข่ายซัพพลายเชนพลังงานสะอาดของจีนในตลาดต่างประเทศ
– โครงการโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงพิเศษ (UHV DC) จากซินเจียงสู่ฉงชิ่ง จ่ายไฟฟ้าสะอาดสะสมทะลุ 4 หมื่นล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้อย่างมหาศาล
– บริษัท ไชน่าเซาเทิร์นพาวเวอร์กริด (CSG) ประสบความสำเร็จในการปิดกั้นแม่น้ำเพื่อก่อสร้างกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับขนาดใหญ่ในกว่างซี เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าระดับภูมิภาคในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15
– การไฟฟ้านครหลวงแห่งมณฑลหูเป่ยใช้โดรนและ AI ในการย้ายสายส่ง UHV เพื่อหลีกทางให้เส้นทางเดินเรือใหม่ในโครงการเขื่อนสามผา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งพลังงานสะอาด