รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 08 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กฟผ. อัดฉีดงบ 7.8 หมื่นล้านบาท เร่งติดตั้ง BESS และยกระดับโครงข่ายอัจฉริยะรับโซลาร์รูฟ 1 หมื่นเมกะวัตต์
รายละเอียด:
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กางแผนลงทุนระยะ 4 ปี (พ.ศ. 2570-2573) วงเงินรวม 78,072 ล้านบาท โดยเตรียมเสนอขอใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 16,632 ล้านบาท เพื่อดำเนิน 6 โครงการหลัก รับมือการขยายตัวของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนตามเป้าหมายของ กพช. ที่ 10,000 เมกะวัตต์ สอดรับกับร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026)
- เม็ดเงินหลักกว่า 67,790 ล้านบาท จะใช้ในโครงการ TGC2 เพื่อติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับโครงข่าย (Grid-scale BESS) รวม 1,595 เมกะวัตต์ (6,380 MWh) ใน 4 สถานีไฟฟ้าแรงสูงยุทธศาสตร์ ได้แก่ สมุทรสาคร 4, บางละมุง 2, ขอนแก่น 4 และชัยภูมิ 2 พร้อมทั้งลงทุนระบบดิจิทัล พยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) และแพลตฟอร์มโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) เพื่อบริหารจัดการความผันผวนของไฟฟ้าที่ไหลเข้าสู่ระบบ
ผลกระทบ:
- การลงทุน BESS ช่วยดูดซับไฟฟ้าส่วนเกินช่วงกลางวันและจ่ายกลับช่วงค่ำ ช่วยแก้ปัญหา Duck Curve และลดความเสี่ยงไฟฟ้าตกดับในโครงข่ายสายส่งระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะภาคอีสาน ทั้งยังประเมินว่าช่วยทดแทนการสร้างโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซใหม่ได้ 1,820 เมกะวัตต์ ลดภาระต้นทุนนำเข้าก๊าซธรรมชาติกว่า 385 ล้านล้านบีทียู ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในระยะยาว
- การนำเทคโนโลยี BESS และระบบควบคุมแบบกระจายศูนย์มาทดแทนโรงไฟฟ้าฟอสซิลช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมกว่า 22.13 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero อย่างไรก็ตาม ความท้าทายของภาครัฐคือการจัดสรรแหล่งเงินกู้และการบริหารโครงสร้างอัตราค่าบริการเสริมความมั่นคงระบบ (Ancillary Services) ให้เป็นธรรม ไม่ให้กลายเป็นต้นทุนแฝงในค่าไฟฐานของภาคประชาชน
ที่มา:
สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ วันที่ 7 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : มหาดไทยคลอดกฎกระทรวงคุม Data Center 8 ประเภท คุมเข้มสำรองไฟและจุดเชื่อมต่อกริด สกัดวิกฤตโหลดพุ่ง 2 หมื่นเมกะวัตต์
รายละเอียด:
- กระทรวงมหาดไทย โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ยกร่างกฎกระทรวงควบคุมอาคารที่ประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ แบ่งการกำกับดูแลออกเป็น 8 ประเภท ตามขนาดกำลังไฟฟ้า ปริมาณน้ำมันสำรอง และขนาดพื้นที่ โดยมี นายนิเวศน์ ล้ำเลิศลักษณชัย เป็นประธานคณะอนุกรรมการยกร่างฯ ภายใต้กรอบนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน
- ร่างกฎหมายกำหนดให้อาคารขนาดใหญ่ (ประเภท 4 ขึ้นไป กำลังไฟ 50-200 เมกะวัตต์ขึ้นไป) ต้องเข้าสู่กระบวนการทบทวนแผนพลังงานระดับชาติ (National Strategic Review) ส่วนอาคารขนาดกลางที่อยู่ในพื้นที่คอขวดโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Hotspot) ต้องผ่านการยืนยันศักยภาพการจ่ายไฟฟ้าจากหน่วยงานสาธารณูปโภค (Utility Confirmation) พร้อมกำหนดมาตรฐานระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน การรับน้ำหนักห้องแบตเตอรี่ (ESS) และระบบดับเพลิงพิเศษโดยห้ามใช้สปริงเกอร์น้ำท่อเปียก คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนมิถุนายน 2570
ผลกระทบ:
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าของอุตสาหกรรม Data Center ในไทยที่คาดว่าจะสูงกว่า 20,000 เมกะวัตต์ หรือเกินครึ่งหนึ่งของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ อาจสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อขีดความสามารถของระบบสายส่งและโรงไฟฟ้าฐาน หากไม่มีการจัดสรรโซนและโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเฉพาะ อาจส่งผลให้ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าถูกเฉลี่ยไปเป็นภาระค่าครองชีพของประชาชนทั่วไป
- กฎเกณฑ์ที่รัดกุมช่วยลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลัง (Grid Reliability) และป้องกันเหตุเพลิงไหม้จากระบบกักเก็บพลังงาน แต่ความท้าทายของภาครัฐคือการรักษาสมดุลระหว่างมาตรฐานความปลอดภัยกับการรักษาบรรยากาศการลงทุนจากกลุ่ม Tech Hyperscale ข้ามชาติ ตตลอดจนการเร่งจัดหาไฟฟ้าสีเขียว (Green Tariff) เพื่อไม่ให้กระทบต่อพันธกรณี Net Zero ของประเทศ
ที่มา:
สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ วันที่ 7 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหนี้จ่อทะลุแสนล้าน รัฐปรับยุทธศาสตร์บริหารสภาพคล่อง ยันยังไม่กู้เพิ่มท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก
รายละเอียด:
- นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบสะสมแตะ 98,942 ล้านบาท และคาดว่าจะทะลุ 100,000 ล้านบาทในสัปดาห์หน้า อันเป็นผลจากการตรึงราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 2 บาท ซึ่งทำให้มีเงินไหลออกสุทธิวันละ 316 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกทรงตัวในระดับสูง
- รัฐบาลยืนยันว่ากองทุนฯ ยังมีสภาพคล่องเป็นเงินสดหมุนเวียน 10,000 ล้านบาท เพียงพอชำระหนี้เงินกู้เดิมเดือนละ 1,300 ล้านบาท จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มให้เป็นภาระหนี้สาธารณะ โดยเตรียมใช้เครื่องมืออื่นรองรับ เช่น การขอความร่วมมือหักส่วนเกินค่าการกลั่น การประสานกระทรวงการคลังลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชีวภาพ (B20 และ E20) และการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันฯ พ.ศ. 2569-2572 ที่ ครม. เพิ่งอนุมัติ
ผลกระทบ:
- วิกฤตหนี้กองทุนน้ำมันฯ ที่อยู่ในระดับสูง จำกัดขีดความสามารถทางการคลังของรัฐในการพยุงราคาขายปลีกพลังงานในประเทศ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงต่อเนื่อง รัฐบาลอาจจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาดีเซลลอยตัว ซึ่งจะส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าขนส่ง ค่าสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ
- การหันกลับมาส่งเสริมและอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศและช่วยประคองสภาพคล่องทางการเงิน แต่ในมิติการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นโยบายการใช้เงินกองทุนฯ ตรึงราคาฟอสซิลอาจชะลอแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่ท้าทายต่อเป้าหมาย Net Zero ของไทย
ที่มา:
สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : รัฐบาลกางยุทธศาสตร์ STI ชูพลังงานสะอาดเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ สกัดความเสี่ยงนำเข้าเชื้อเพลิงและดึงดูดทุนโลก
รายละเอียด:
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้แนวคิด STI ประกอบด้วย Stabilize Today (รักษาเสถียรภาพการเงินการคลัง), Transition Now (เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและดิจิทัลทันที) และ Invest for Tomorrow (ลงทุนในเทคโนโลยีและกำลังคนเพื่ออนาคต)
- ในมิติพลังงาน รัฐบาลเน้นย้ำว่าพลังงานสะอาดไม่ใช่เพียงทางเลือกเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศเพื่อลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีสัดส่วนถึง 60% ในการผลิตไฟฟ้า พร้อมเร่งปรับปรุงระบบสายส่ง ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า (Prosumer)
ผลกระทบ:
- การเร่งพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าในระดับประชาชนจะช่วยกระจายศูนย์การผลิตไฟฟ้า ลดภาระค่าไฟฟ้าระยะยาวของครัวเรือนและภาคธุรกิจ พร้อมช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจต่อความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในตลาดโลก
- แนวนโยบายนี้เป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และ AI ที่มีข้อกำหนด RE100 อย่างเข้มงวด ทั้งยังช่วยผลักดันประเทศไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน แต่รัฐบาลต้องเร่งปลดล็อกกฎหมาย Third Party Access (TPA) เพื่อให้โครงข่ายไฟฟ้าเปิดกว้างอย่างแท้จริง
ที่มา:
สำนักข่าวไทยพีบีเอส (Policy Watch) วันที่ 7 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : อีอีซีปั้น EECiti เมกะโปรเจกต์ 7.2 หมื่นล้าน วางระบบ Smart Grid และ BESS ปูพรมมหานครคาร์บอนต่ำ
รายละเอียด:
- สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ขับเคลื่อนโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EECiti) บนพื้นที่ 14,586 ไร่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี วงเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวม 72,042 ล้านบาท ผ่านรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) แบบแพ็กเกจเดี่ยว โดย กพอ. ได้เห็นชอบบรรจุเข้าเป็น PPP Project List เรียบร้อยแล้ว
- หัวใจสำคัญคือระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเบื้องต้น 300 เมกะวัตต์ ออกแบบเป็นระบบ Smart Grid และ Microgrid ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน BESS เพื่อควบคุมการจ่ายไฟแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาไฟฟ้าดับในพื้นที่เศรษฐกิจ มีระบบทำความเย็นรวมศูนย์ (Central Utility Plant) และรองรับการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer มุ่งสู่การเป็นเมือง Net Zero ภายในปี 2580
ผลกระทบ:
- EECiti จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบของระบบโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ที่พึ่งพาตนเองได้ ลดความต้องการกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองส่วนกลาง และลดแรงกดดันต่อระบบส่งไฟฟ้าหลักของประเทศ ขณะที่การใช้ระบบสาธารณูปโภครวมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดต้นทุนค่าไฟของภาคธุรกิจที่เข้ามาตั้งสำนักงาน
- โครงการดังกล่าวช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในการดึงดูดสำนักงานภูมิภาคและอุตสาหกรรม BCG แต่ความท้าทายสำคัญของรัฐคือการบริหารสัญญา PPP ให้ดึงดูดเอกชนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ควบคู่กับการวางกฎระเบียบรองรับการซื้อขายไฟฟ้าระดับท้องถิ่นที่ไม่ขัดต่อระเบียบของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายเดิม
ที่มา:
สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- คณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม (คนต.) ปรับแผนพัฒนาระบบตั๋วร่วม 5 ปี เดินหน้าเคาะอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ลดภาระค่าครองชีพประชาชน เริ่มต้นปี 2570
- กกร. ร้องนายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจรับมืออุทกภัย หวั่นกระทบห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังโรงงานผลิตชิ้นส่วนหลายแห่งถูกน้ำท่วมสั่งหยุดชั่วคราว
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึก SME D Bank ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอียกระดับการผลิตสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
- ภาคประชาสังคมสะท้อนปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่หายากในเมียนมาปนเปื้อนแม่น้ำสายหลัก จี้รัฐบาลไทยตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบผลิตแบตเตอรี่และพลังงานสะอาด
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพสร้างบัญชี LINE แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน กฟน. ย้ำไม่มีนโยบายส่งลิงก์ทำธุรกรรมการเงิน