รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 26-Sep-2026 ถึง 02-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลออสเตรเลียขยายโครงการเงินอุดหนุนโซลาร์เซลล์บนหลังคาเป็นขนาด 1 เมกะวัตต์ ช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุนร้อยละ 20
รายละเอียด:
- รัฐบาลเครือรัฐออสเตรเลียได้ประกาศบังคับใช้กฎหมายขยายขอบเขตโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก (Small-scale Renewable Energy Scheme หรือ SRES) อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มขนาดระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากเดิมไม่เกิน 100 กิโลวัตต์ เป็นสูงสุดไม่เกิน 1 เมกะวัตต์ เพื่อปลดล็อกศักยภาพพื้นที่หลังคาในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และองค์กรชุมชนที่คาดว่ามีกำลังการผลิตสะสมที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้มากถึง 80 กิกะวัตต์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน นาย Chris Bowen ระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งระบบโซลาร์ขนาดกลางล่วงหน้าได้ประมาณร้อยละ 20 ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลพลังงานสะอาด (Clean Energy Regulator) จะเริ่มเปิดรับคำร้องออกใบรับรองเทคโนโลยีขนาดเล็ก (STC) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 พร้อมทั้งเตรียมยื่นขอปรับปรุงกฎระเบียบของคณะกรรมการกำกับตลาดพลังงานออสเตรเลียเพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- การส่งเสริมระบบโซลาร์ขนาดกลางระดับ 100 กิโลวัตต์ ถึง 1 เมกะวัตต์ จะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลในตลาดโลกให้กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่จะสร้างความท้าทายแก่ผู้ให้บริการระบบจำหน่ายไฟฟ้า (DNSPs) ในการบริหารจัดการการไหลย้อนของกระแสไฟฟ้าและเสถียรภาพแรงดันในระบบจำหน่าย
- สะท้อนถึงทิศทางนโยบายที่มุ่งใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources) เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาในการออกแบบกลไกราคาและการสนับสนุนทางการเงินล่วงหน้าเพื่อจูงใจภาคธุรกิจให้ร่วมลงทุนในพลังงานหมุนเวียน
ที่มา: RenewEconomy, 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : แบตเตอรี่วาราตาห์ ซูเปอร์ แบตเตอรี ขนาด 850 เมกะวัตต์ เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เต็มพิกัด เสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้านิวเซาท์เวลส์
รายละเอียด:
- ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Waratah Super Battery ขนาดกำลังการผลิต 850 เมกะวัตต์ / 1,680 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Akaysha Energy บนพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าถ่านหิน Munmorah ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้รับการอนุมัติจากองค์กรกำกับดูแลตลาดพลังงานออสเตรเลีย (AEMO) ให้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้ว
- โครงการดังกล่าวติดตั้งระบบแปลงสภาพไฟฟ้าและระบบควบคุมขั้นสูงโดยบริษัท Hitachi Energy ภายใต้สัญญาบริการระยะยาว 20 ปี และทำงานร่วมกับระบบคุ้มครองเสถียรภาพโครงข่ายอัจฉริยะ (SIPS) ขนาด 700 เมกะวัตต์ / 1,400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ที่บริหารโดยบริษัทสายส่ง Transgrid ซึ่งจะช่วยตรวจจับและตอบสนองต่อความผิดพร่องในระบบสายส่งได้ในระดับมิลลิวินาที
ผลกระทบ:
- แบตเตอรี่ทำหน้าที่เสมือนตัวรับแรงกระแทก (shock absorber) ช่วยให้ระบบสายส่งหลักสามารถรองรับการส่งผ่านกำลังไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ศูนย์กลางโหลดขนาดใหญ่ในนครซิดนีย์ นิวคาสเซิล และวูลลองกอง ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ป้องกันปัญหาไฟดับและลดข้อจำกัดในการส่งจ่ายไฟฟ้า
- เป็นโมเดลต้นแบบระดับสากลในการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์โรงไฟฟ้าฟอสซิลเดิมให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบกักเก็บพลังงานแบบสแตนด์อะโลนขนาดยักษ์ เพื่อรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านจากการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า Eraring โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อความมั่นคงเพียงอย่างเดียว
ที่มา: PV Magazine Australia, 28 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : รัฐวิกตอเรียเปิดตัวอัตราค่าไฟฟ้ากลางวันแบบประหยัด ให้ใช้ไฟฟ้าฟรีช่วงแดดจัดเพื่อเกลี่ยโหลดระบบ
รายละเอียด:
- รัฐบาลรัฐวิกตอเรียได้ประกาศเริ่มบังคับใช้มาตรการอัตราค่าไฟฟ้า Midday Power Saver อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดให้ผู้ค้าปลีกไฟฟ้าที่มีลูกค้ามากกว่า 1,000 รายขึ้นไป ต้องเสนอทางเลือกให้อัตราค่าไฟฟ้าฟรีเป็นเวลา 3 ชั่วโมงต่อวัน (ระหว่างเวลา 11.00 น. ถึง 14.00 น.) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีมิเตอร์อัจฉริยะและเลือกเข้าร่วมโครงการ
- รัฐบาลคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะช่วยให้ครัวเรือนประหยัดค่าไฟฟ้าได้ระหว่าง 149 ถึง 428 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี และครัวเรือนที่ใช้อุปกรณ์ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 1,102 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี อย่างไรก็ดี มีข้อกำหนดจำกัดการใช้ไฟฟ้าอย่างเป็นธรรม (fair use cap) ไม่เกิน 24 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อวัน
ผลกระทบ:
- กลไกนี้มุ่งดูดซับปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์บนหลังคาในช่วงกลางวันเพื่อลดปัญหา Duck Curve และราคาพลังงานติดลบในตลาดขายส่ง พร้อมทั้งกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไปยังผู้เช่าและผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมที่ไม่สามารถติดตั้งระบบโซลาร์เองได้
- ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเตือนว่า หากขาดการบริหารจัดการโหลดอย่างชาญฉลาดและการกระจายเวลาชาร์จ อาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ โดยนำไปสู่การเกิดโหลดพีคใหม่ในช่วงกลางวันและสร้างความเครียดต่อหม้อแปลงและระบบจำหน่ายไฟฟ้าท้องถิ่น รวมถึงความเสี่ยงที่ค่าไฟฟ้านอกช่วงเวลาส่งเสริมอาจปรับตัวสูงขึ้น
ที่มา: RenewEconomy, 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : โครงการดาต้าเซ็นเตอร์เอไอขนาด 1.4 กิกะวัตต์ เล็งสร้างศูนย์คอมพิวติ้งระดับภูมิภาคที่รัฐนิวเซาท์เวลส์
รายละเอียด:
- บริษัท CDC Data Centres ได้ยื่นรายงานขอบเขตโครงการเพื่อเตรียมพัฒนาศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ขนาดใหญ่ มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย กำลังการใช้ไฟฟ้า 1.4 กิกะวัตต์ ใกล้เมือง Wagga Wagga ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งโครงการนี้ได้รับการจัดชั้นเป็นโครงการที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับรัฐ
- ซีอีโอของ CDC นาย Greg Boorer เผยว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูงเนื่องจากตั้งอยู่ใกล้สถานีไฟฟ้าย่อยของบริษัท Transgrid และอยู่ระหว่างเขตพื้นที่พลังงานหมุนเวียน (REZ) โดยบริษัทเสนอที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและการเชื่อมต่อสายส่งด้วยตนเอง พร้อมติดตั้งระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน
ผลกระทบ:
- การขยายตัวอย่างรวดเร็วของดาต้าเซ็นเตอร์ด้านปัญญาประดิษฐ์กำลังกลายเป็นแหล่งขับเคลื่อนความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Demand) ระดับกิกะวัตต์ ซึ่งธุรกิจสาธารณูปโภค เช่น AGL Energy เล็งเห็นเป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซเดิมให้กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานเพื่อรองรับโหลดเทคโนโลยีเหล่านี้
- สะท้อนความท้าทายระดับโลกต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าในการจัดสรรกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนและสายส่งให้ทันกับการเติบโตของโหลดเอไอ โดยภาครัฐจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขการเชื่อมต่อโครงข่ายที่เข้มงวดเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปจะต้องมารับภาระค่าอัปเกรดระบบไฟฟ้าแทนผู้ประกอบการเทคโนโลยี
ที่มา: ABC News, 30 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐบาลควีนส์แลนด์ปรับแผนระบบไฟฟ้า เปิดทางเอกชนร่วมทุนโรงไฟฟ้าก๊าซแบบเดินเครื่องช่วงพีคเพื่อรักษาเสถียรภาพ
รายละเอียด:
- รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า CS Energy ของรัฐบาลควีนส์แลนด์ บรรลุข้อตกลงจำหน่ายหุ้นร้อยละ 80 ในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบเดินเครื่องช่วงพีค Brigalow ขนาด 400 เมกะวัตต์ ให้แก่บริษัทโครงข่ายพลังงาน APA Group เพื่อเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและบริหารโครงการ โดย CS Energy จะถือหุ้นร้อยละ 20 และทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตได้หลังเปิดดำเนินการในปี 2572
- โครงการดังกล่าวจะติดตั้งกังหันก๊าซจากบริษัท GE Vernova และเชื่อมต่อท่อก๊าซความยาว 23 กิโลเมตรจากแหล่งก๊าซของบริษัท Senex โดยตั้งอยู่ติดกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน Kogan Creek และโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ Chinchilla เพื่อตอบสนองต่อนโยบายแผนงานพลังงานใหม่ของรัฐบาลท้องถิ่นที่เน้นการเสริมความมั่นคงด้วยกำลังผลิตแบบสั่งจ่ายได้เร็ว
ผลกระทบ:
- แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าในออสเตรเลียที่มีการลดสัดส่วนการลงทุนในโครงการพลังงานลมและหันมาให้ความสำคัญกับกำลังผลิตที่ยืดหยุ่น (Flexibility and Firming Capacity) เพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่พลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้าไม่ได้
- ก่อให้เกิดข้อถกเถียงเชิงนโยบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เนื่องจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมมองว่าการเพิ่มโรงไฟฟ้าก๊าซและยืดอายุโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจขัดต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะที่ผู้บริหารระบบไฟฟ้ามองว่าก๊าซยังคงเป็นกลไกค้ำประกันความมั่นคงของโครงข่ายที่จำเป็นควบคู่กับการพัฒนาแบตเตอรี่
ที่มา: RenewEconomy, 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์เริ่มทดสอบแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพอรอฟสไกต์และแทนเดมเชิงพาณิชย์ภาคสนาม
รายละเอียด:
- นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (UNSW Sydney) ภายใต้การนำของ ดร. Jessica Jiang ได้เริ่มดำเนินโครงการทดสอบภาคสนามสำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์โครงสร้างแทนเดม (Perovskite-Silicon Tandem) และเพอรอฟสไกต์เชิงพาณิชย์ มูลค่ารวม 18 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 5.6 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากสำนักงานพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลีย (ARENA)
- โครงการนี้ได้ร่วมมือกับบริษัทผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Trina Solar, MicroQuanta และองค์กรวิจัย CSIRO ในการนำแผงโซลาร์เซลล์เทคโนโลยีขั้นสูงจำนวน 160 แผงมาทดสอบการทำงานจริงภายใต้สภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งความร้อนสูง รังสียูวี ความชื้น และละอองไอเกลือทะเล เพื่อศึกษาอัตราการเสื่อมสภาพในระดับนาโนสเกลต่อเนื่องไปจนถึงปี 2574
ผลกระทบ:
- เทคโนโลยีแทนเดมมีศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัดประสิทธิภาพทางฟิสิกส์ของแผงซิลิคอนแบบเดิม (ขีดจำกัดทางทฤษฎีอยู่ที่ร้อยละ 29.4) ไปสู่ระดับประสิทธิภาพที่เกินกว่าร้อยละ 30 ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตไฟฟ้าต่อพื้นที่ติดตั้งได้อย่างมหาศาล
- การวิจัยเชิงลึกด้านความทนทานในสภาพแวดล้อมจริงจะช่วยเร่งการนำเทคโนโลยีนี้เข้าสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับกริด ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดอายุการใช้งาน (LCOE) ของพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกในอนาคต
ที่มา: PV Magazine Australia, 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : นักวิชาการออสเตรเลียเรียกร้องวางกรอบนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน จัดการขยะแบตเตอรี่อีวีและแผงโซลาร์ปลดระวาง
รายละเอียด:
- คณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย RMIT และมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ได้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาออสเตรเลีย เพื่อผลักดันระบบการจัดการซากผลิตภัณฑ์พลังงานสะอาด โดยคาดการณ์ว่าภายในปี 2578 ออสเตรเลียจะมีขยะแผงโซลาร์เซลล์สะสมสูงถึง 1 ล้านตัน (ประมาณ 50 ล้านแผง) และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจากยานยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานอีกหลายล้านก้อน
- นักวิชาการเสนอแนะให้รัฐบาลนำระบบพาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์ (Digital Product Passport) มาบังคับใช้เพื่อตรวจสอบย้อนกลับตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเสนอให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการรีไซเคิล ณ จุดที่ตัดสินใจปลดระวางการใช้งาน (End-of-life charge) เพื่อลดแรงจูงใจในการทิ้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ยังใช้งานได้ก่อนกำหนด ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีแผงโซลาร์ที่ถูกถอดทิ้งทั้งที่มีอายุการใช้งานเพียงไม่กี่ปี
ผลกระทบ:
- การขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานการรีไซเคิลและกรอบกฎหมายที่ชัดเจนอาจกลายเป็นคอขวดด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประเทศ ส่งผลให้วัสดุมีค่า เช่น ลิเทียม โคบอลต์ และเงิน ไม่ถูกนำกลับมาหมุนเวียนในห่วงโซ่อุปทานการผลิต
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ผู้กำหนดนโยบายระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาดต้องบูรณาการแผนการจัดการขยะตลอดอายุการใช้งาน (Product Stewardship) ควบคู่ไปกับมาตรการส่งเสริมการติดตั้ง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์มีความยั่งยืนอย่างแท้จริง
ที่มา: PV Magazine Australia, 1 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โครงการสายเคเบิลเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าใต้ทะเล Marinus Link ระหว่างรัฐแทสเมเนียและรัฐวิกตอเรีย ระยะทาง 350 กิโลเมตร ได้รับใบอนุญาตระบบส่งไฟฟ้านอกชายฝั่งเป็นรายแรกของออสเตรเลีย ปูทางสู่การเริ่มงานก่อสร้างเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการแลกเปลี่ยนพลังงานน้ำและพลังงานหมุนเวียน
- สภาเทศบาลนครเมลเบิร์นเริ่มโครงการติดตั้งถังขยะอัจฉริยะระบบบดอัดพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 500 จุดทั่วเขตศูนย์กลางธุรกิจ โดยใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์และเซ็นเซอร์ตรวจจับเพื่อปรับปรุงการจัดเก็บขยะตามความต้องการจริง ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินรถขนขยะ
- โครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ Morwell BESS ขนาด 1 กิกะวัตต์ / 4 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ในรัฐวิกตอเรีย ได้รับการยื่นขออนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมระดับสหพันธ์แล้ว เพื่อรองรับการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน Yallourn
- สถาบันวิจัยธรณีวิทยา Geoscience Australia ดำเนินการขุดเจาะชั้นหินลึก 3 กิโลเมตรในรัฐควีนส์แลนด์เพื่อสำรวจโพรงเกลือใต้ดินสำหรับการกักเก็บไฮโดรเจน แม้ยังไม่พบชั้นเกลือบริสุทธิ์แต่ได้ค้นพบหลักฐานซากดึกดำบรรพ์สำคัญทางธรณีวิทยา
- โครงการสายส่งไฟฟ้าและสถานีย่อย Copperstring ในรัฐควีนส์แลนด์เริ่มงานปรับหน้าดินแล้ว เพื่อเชื่อมโยงแหล่งแร่สำคัญและโครงการพลังงานหมุนเวียนในภาคตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ