รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 26-Sep-2026 ถึง 02-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สหราชอาณาจักรประกาศจัดตั้ง Great British Grid ปฏิรูประบบสายส่งเพื่อขจัดคอขวดพลังงานหมุนเวียน
สาระสำคัญ:
รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศจัดตั้งหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแห่งใหม่ Great British Grid (GBG) ภายใต้ร่มเงาของ Great British Energy เพื่อเร่งรัดการลงทุนและพัฒนาระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า แข่งขันกับผู้ให้บริการโครงข่ายเอกชน พร้อมเปิดทางให้เอกชนสร้างจุดเชื่อมต่อได้เองเพื่อแก้ปัญหาคิวเชื่อมต่อโครงข่ายล่าช้า
รายละเอียด:
- รัฐบาลสหราชอาณาจักรเผชิญวิกฤตการรอคอยการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่สะสมยาวนาน แม้หน่วยงานกำกับดูแลพลังงาน (Ofgem) และผู้บริหารระบบพลังงานแห่งชาติ (NESO) จะตัดโครงการเก็งกำไรออกไปได้กว่า 300 กิกะวัตต์แล้วก็ตาม แต่สายส่งยังต้องการงบลงทุนสูงถึง 70,000 ล้านปอนด์ ภายในปี 2574 เพื่อรองรับโหลดใหม่และพลังงานสะอาด
- นายกรัฐมนตรี Andy Burnham และกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (DESNZ) ได้ผลักดันโมเดลการแข่งขันในการก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า โดยให้สิทธิผู้พัฒนาโครงการสร้างสายส่งเชื่อมต่อเข้าโครงข่ายได้เอง (Self-build) ตามรอยความสำเร็จของไอร์แลนด์ที่ลดระยะเวลาได้ถึง 11 เดือน
ผลกระทบ:
- ช่วยทลายข้อจำกัดการผูกขาดของกลุ่มทุนส่งไฟฟ้าเอกชนเดิม ส่งผลให้การเชื่อมต่อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่ (BESS) ทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการแข่งขันด้านต้นทุนสายส่ง
- สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับกิจการไฟฟ้าทั่วโลกที่กำลังเผชิญคอขวดด้านโครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย การเปิดให้เอกชนร่วมสร้างและจัดซื้อจัดจ้างระบบส่งแบบแข่งขันเป็นทางออกจำเป็นเพื่อบรรลุเป้าหมายโครงข่ายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
ที่มา: Power Technology และ pv magazine Global, วันที่ 29-30 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : คณะกรรมาธิการยุโรปเริ่มกระบวนการลงโทษทางกฎหมายต่อ 18 ประเทศสมาชิกกรณีละเลยกฎหมาย Energy Sharing
สาระสำคัญ:
คณะกรรมาธิการยุโรปได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ (Letter of Formal Notice) เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อ 18 รัฐสมาชิกของสหภาพยุโรป ที่ล้มเหลวในการแปลงคำสั่งปฏิรูปตลาดไฟฟ้าว่าด้วยสิทธิการแบ่งปันพลังงาน (Energy Sharing) เข้าสู่กฎหมายภายในประเทศตามกำหนดเวลา
รายละเอียด:
- คำสั่ง Directive (EU) 2024/1711 กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องรองรับสิทธิขั้นพื้นฐานให้ครัวเรือน ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงหน่วยงานรัฐ สามารถแบ่งปันพลังงานหมุนเวียนผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้โดยตรง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 17 กรกฎาคม 2569
- ประเทศเศรษฐกิจหลักของยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน ไม่ได้แจ้งความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ทำให้คณะกรรมาธิการยุโรปต้องให้เวลาชี้แจงและแก้ไขภายใน 2 เดือน ก่อนยกระดับสู่การฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป
ผลกระทบ:
- การแบ่งปันพลังงานข้ามมิเตอร์ผ่านโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าต้องการการปรับปรุงโครงสร้างค่าบริการระบบจำหน่าย (Wheeling Charge) และระบบบริหารจัดการข้อมูลการวัดหน่วยไฟฟ้าแบบดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของกลุ่มการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย (DSOs)
- สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่การกระจายศูนย์พลังงาน (Decentralization) และการส่งเสริมผู้บริโภคที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumers) จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ หากปราศจากกรอบกฎหมายที่ชัดเจนและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตลาดไฟฟ้าให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ที่มา: pv magazine Global และ European Commission, วันที่ 25-28 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ยุโรปร่วมระดมทุน 561 ล้านยูโร เดินหน้าสร้างโครงการ Dama Solar โซลาร์ฟาร์มขนาด 1.3 GW ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป
สาระสำคัญ:
ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) ร่วมกับกลุ่มสถาบันการเงินระหว่างประเทศ 14 แห่ง บรรลุข้อตกลงปิดดีลทางการเงินมูลค่า 561 ล้านยูโร ให้แก่โครงการโซลาร์ฟาร์ม Dama Solar ในโรมาเนีย ขนาด 1.3 กิกะวัตต์ ซึ่งจะเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนบนบกที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป
รายละเอียด:
- โครงการดังกล่าวพัฒนาโดย Rezolv Energy (ได้รับการสนับสนุนจาก Actis) ตั้งอยู่ในเทศมณฑลอารัด ประเทศโรมาเนีย มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 728 ล้านยูโร โดย EIB ให้การสนับสนุนหลัก 100 ล้านยูโร ภายใต้การค้ำประกันของโครงการ InvestEU ควบคู่กับสถาบันการเงิน EBRD และ IFC
- โครงการนี้มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้าแบบส่วนต่างราคา (Contracts for Difference: CfD) ระยะยาว 15 ปี ครอบคลุมกำลังการผลิต 520 เมกะวัตต์ ร่วมกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภาคเอกชน (Corporate PPA) และคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบส่งแรงดันสูงได้ในครึ่งหลังของปี 2571
ผลกระทบ:
- เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดคิดเป็นสัดส่วนถึง 36% ของการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดของโรมาเนีย และเป็นเสาหลักสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาคยุโรปตะวันออกเฉียงใต้
- โครงสร้างสัญญา CfD ควบคู่ Corporate PPA ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของกลไกประกันความเสี่ยงด้านราคา ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่สถาบันการเงินในการระดมทุนสำหรับโครงการพลังงานสะอาดขนาดยักษ์ภายใต้ความผันผวนของตลาดไฟฟ้าค้าส่ง
ที่มา: Power Technology และ European Commission, วันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กฎระเบียบความปลอดภัยระบบกักเก็บพลังงาน BESS เผชิญความท้าทายใหม่จากความเสี่ยงไฟไหม้และการโจมตีทางไซเบอร์
สาระสำคัญ:
กลุ่มธุรกิจประกันภัยภัยพิบัติระดับโลกชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสะสมมูลค่ามหาศาลจากการติดตั้งโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ร่วมกับโซลาร์ฟาร์มที่จุดเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าเดียวกัน ขณะที่ภาคการเงินเริ่มบังคับให้โครงการพลังงานต้องทำประกันภัยความเสี่ยงทางไซเบอร์
รายละเอียด:
- Tokio Marine GX (TMGX) ระบุว่าโครงการพลังงานร่วม (Co-located Solar-plus-Storage) กำลังสร้างความเสี่ยงสูงระดับพันล้านดอลลาร์ในจุดเชื่อมโยงเดียว หากหม้อแปลงไฟฟ้าหลักหรือสถานีไฟฟ้าย่อยเกิดขัดข้อง จะส่งผลให้ระบบผลิตไฟฟ้าและระบบสำรองหยุดชะงักพร้อมกัน
- นาย Olly Litterick ผู้บริหารสายงานพลังงานหมุนเวียนของ TMGX ระบุว่า นอกเหนือจากปัญหาการหนีความร้อน (Thermal Runaway) ที่ยังคงเป็นปัจจัยหลักในการประเมินความเสียหายแล้ว สถาบันการเงินที่ปล่อยกู้เริ่มกำหนดให้โครงการต้องจัดทำประกันภัยไซเบอร์ หลังพบเหตุการณ์การโจมตีทางดิจิทัลต่อสินทรัพย์พลังงานในยุโรป
ผลกระทบ:
- การออกแบบวิศวกรรมของสถานีไฟฟ้าย่อยและระบบกักเก็บพลังงานจำเป็นต้องเพิ่มระยะห่างทางกายภาพและการแยกวงจรเพื่อลดจุดล้มเหลวร่วม (Single Point of Failure) ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการลงทุน (CAPEX) และเบี้ยประกันภัยของโครงการปรับตัวสูงขึ้น
- สะท้อนบทเรียนต่อสาธารณูปโภคไฟฟ้าว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่พึ่งพาอินเวอร์เตอร์และระบบสื่อสารข้อมูลจำนวนมาก กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานวิกฤตที่มีความเปราะบางต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ จำเป็นต้องมีเกณฑ์กำกับดูแลความปลอดภัยด้านเครือข่ายอย่างเข้มงวด
ที่มา: pv magazine Global, วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : อิตาลีผ่านกฎหมายฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ยุคใหม่ มุ่งใช้เทคโนโลยี SMR รองรับความต้องการไฟฟ้าจาก AI Data Center
สาระสำคัญ:
วุฒิสภาอิตาลีมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายอนุญาตให้นำพลังงานนิวเคลียร์กลับมาใช้ในประเทศอีกครั้งในรอบเกือบ 40 ปี โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเครื่องปฏิกรณ์ขั้นสูง (AMR) เพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์
รายละเอียด:
- นายกรัฐมนตรี Giorgia Meloni ผลักดันกฎหมายดังกล่าวเพื่อยุติการพึ่งพาการนำเข้าไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศเพื่อนบ้าน และเสริมสร้างเสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลังหลังจากอิตาลียกเลิกนิวเคลียร์ไปนับตั้งแต่เหตุการณ์เชอร์โนบิลในปี 2530
- กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้พัฒนาระเบียบข้อบังคับรองรับเฉพาะเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ เช่น SMRs, AMRs และฟิวชัน โดยไม่รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม โดยตั้งเป้าให้เริ่มมีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เดินเครื่องแห่งแรกภายในปี 2578
ผลกระทบ:
- ภาคอุตสาหกรรมพลังงานของอิตาลีเริ่มปรับตัว โดย Enel ได้จับมือกับ Ansaldo Energia และ Leonardo จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Nuclitalia เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิ้นส่วนนิวเคลียร์ขนาดเล็ก
- สะท้อนถึงการปรับสมดุลนโยบายพลังงาน (Energy Trilemma) ในยุโรป ซึ่งการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์โหลดพื้นฐานที่มีความต้องการสูงต่อเนื่อง (Base-load) จาก AI และอุตสาหกรรมหนักได้อย่างมีเสถียรภาพ
ที่มา: Balkan Green Energy News, วันที่ 25 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : สหภาพยุโรปเตรียมความพร้อมด้านการรับรอง CBAM ระยะสมบูรณ์ และทบทวนข้อยกเว้นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
สาระสำคัญ:
คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยผลการประเมินเกณฑ์ยกเว้นการบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM De Minimis) พร้อมทั้งออกแนวทางปฏิบัติและเครื่องมือใหม่สำหรับผู้ตรวจสอบรับรองความถูกต้องของข้อมูลการปล่อยคาร์บอน เพื่อเตรียมรับการบังคับใช้อย่างสมบูรณ์
รายละเอียด:
- การประเมินเกณฑ์ขั้นต่ำเชิงมวลที่ 50 ตัน พบว่ามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแฝงได้รับการยกเว้นอยู่ที่ร้อยละ 0.87 ซึ่งไม่เกินเพดานร้อยละ 1 ตามที่กฎระเบียบ CBAM กำหนด จึงไม่มีความจำเป็นต้องปรับแก้เกณฑ์ขั้นต่ำดังกล่าวในรอบปีปัจจุบัน
- นาย Vicente Hurtado Roa หัวหน้าหน่วย CBAM และภาษีสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำว่าระบบได้ก้าวเข้าสู่ระยะการคิดภาระค่าปรับทางการเงินอย่างแท้จริงแล้ว โดยผู้ประกอบการจะต้องจัดทำรายงานที่ผ่านการทวนสอบโดยหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง (NABs) เพื่อยื่นสำแดงและส่งมอบใบรับรอง CBAM ภายในวันที่ 30 กันยายน 2570
ผลกระทบ:
- ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้าและพลังงานไฟฟ้าในประเทศนอกสหภาพยุโรปที่มีการส่งออกไปยัง EU ซึ่งจำเป็นต้องลงทุนในระบบตรวจวัด การรายงาน และการทวนสอบ (MRV) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานยุโรป มิฉะนั้นจะต้องแบกรับต้นทุนภาษีคาร์บอนในระดับสูง
- กระตุ้นให้ประเทศเพื่อนบ้านรอบสหภาพยุโรป เช่น มอนเตเนโกร และเซอร์เบีย ต้องเร่งจัดเก็บภาษีคาร์บอนภายในประเทศของตนเอง (Domestic ETS) เพื่อเก็บรายได้ภาษีไว้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ แทนที่จะต้องเสียภาษีให้แก่สหภาพยุโรป
ที่มา: European Commission, วันที่ 30 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : ยุโรปเปิดเสรีตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer ในออสเตรีย ควบคู่โมเดล Virtual Power Plant เพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบโครงข่าย
สาระสำคัญ:
ประเทศออสเตรียประกาศเริ่มใช้กฎระเบียบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้บริโภค (Peer-to-Peer Electricity Sharing) ขณะที่การใช้งานแพลตฟอร์มโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) และระบบกักเก็บพลังงานเริ่มขยายตัวในยุโรป เพื่อรองรับปัญหาไฟฟ้าล้นระบบและราคาค่าไฟฟ้าติดลบ
รายละเอียด:
- กฎระเบียบใหม่ของออสเตรียเปิดทางให้บุคคลและนิติบุคคลสามารถซื้อขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ตนเองผลิตได้โดยตรงผ่านระบบโครงข่ายโดยไม่ต้องตั้งเป็นนิติบุคคลชุมชนพลังงาน และสามารถดำเนินกิจการเพื่อแสวงหากำไรได้ โดยจะเริ่มในระดับพื้นที่เดียวกันก่อนขยายสู่ระดับประเทศในปี 2570
- ในเวลาเดียวกัน บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Virtual Global Trading (VGT) ในสวิตเซอร์แลนด์ ได้ขยายบริการรวบรวมโหลด (Aggregator) และบริหารความยืดหยุ่นของพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BESS และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเข้าประมูลในตลาดบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services)
ผลกระทบ:
- ช่วยลดภาระการตัดทอนการผลิตไฟฟ้า (Curtailment) ของโซลาร์รูฟท็อปในช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัด และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้แก่ผู้ให้บริการรวบรวมโหลดพลังงาน (Aggregators)
- เป็นกรณีศึกษาที่สำคัญต่อการปฏิรูปโครงสร้างค่าธรรมเนียมโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Tariff) และการพัฒนาระบบควบคุมแรงดันและบริหารความถี่ของระบบส่งและจำหน่าย เพื่อรองรับการไหลเวียนของกระแสไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bi-directional Power Flow)
ที่มา: pv magazine Global และ Balkan Green Energy News, วันที่ 25-28 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- สหภาพยุโรปอนุมัติเงินช่วยเหลือรัฐมูลค่า 23,000 ล้านยูโรแก่อิตาลี เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายใต้กรอบนโยบาย Clean Industrial Deal
- บัลแกเรียเปิดเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังงานผสมผสาน Tenevo ซึ่งประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์ม 242 MW และระบบ BESS 311 MW/773 MWh นับเป็นหนึ่งในโครงการไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป
- กรรมาธิการพลังงานสหภาพยุโรปเผย สมาชิก EU ต้องจ่ายค่าพลังงานฟอสซิลนำเข้าเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านยูโร จากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง พร้อมเร่งผลักดันการพึ่งพาพลังงานสะอาดในยุโรป
- ยอดขายปั๊มความร้อน (Heat Pumps) ในกลุ่มที่อยู่อาศัยทั่วยุโรปช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตขึ้น 11% ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นและนโยบายลดภาษีค่าไฟฟ้า
- รัฐสภายุโรปเตรียมทบทวนเกณฑ์ความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับอินเวอร์เตอร์โซลาร์และระบบ BESS โดยเปลี่ยนจากเกณฑ์แบนตามประเทศต้นทางเป็นการประเมินความเสี่ยงรายบริษัทผู้ผลิต