รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 22-Aug-2026 ถึง 28-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : AEMO ยืนยันความมั่นคงระบบไฟฟ้าออสเตรเลียดีขึ้น แต่เตือนความท้าทายจากโหลดดาต้าเซ็นเตอร์ที่พุ่งสูง
รายละเอียด:
- Australian Energy Market Operator (AEMO) เผยแพร่รายงาน Electricity Statement of Opportunities (ESOO) ประจำปี 2569 ซึ่งชี้ว่าภาพรวมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) ดีขึ้นกว่าปีก่อน โดยไม่คาดว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าก่อนปี พ.ศ. 2573
- ปัจจัยบวกมาจากการมีโครงการผลิตไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานใหม่ๆ ที่รอการพัฒนา (pipeline) รวมกว่า 40 GW ซึ่งเป็นผลมาจากการเชื่อมต่อโครงการใหม่เข้าสู่ระบบได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.1 GW ในปีที่ผ่านมา และการเติบโตอย่างรวดเร็วของแบตเตอรี่ภาคครัวเรือน
- อย่างไรก็ตาม AEMO เตือนว่าความมั่นคงของระบบในระยะยาวขึ้นอยู่กับการส่งมอบโครงการใหม่ๆ ให้ได้ตามแผน เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซที่จะทยอยปลดระวางกว่า 15 GW ภายในทศวรรษหน้า และเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 40% จากการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่คาดว่าจะมีความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 3% เป็น 13% ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดในระบบ NEM ภายในปี พ.ศ. 2579
ผลกระทบ:
– รายงานของ AEMO สะท้อนภาพความสำเร็จในช่วงต้นของการเปลี่ยนผ่านพลังงานของออสเตรเลียที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายสนับสนุน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญว่า ความท้าทายที่แท้จริงคือการรักษาโมเมนตัมการลงทุนและการก่อสร้างโครงการให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะจากโหลดขนาดใหญ่และทำงานตลอด 24 ชั่วโมงอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นโจทย์ใหม่ที่ระบบไฟฟ้าทั่วโลกกำลังเผชิญ
– การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางการวางแผนระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Planning) และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสายส่งในอนาคต ผู้ประกอบการกิจการไฟฟ้าและหน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องปรับกระบวนการพยากรณ์โหลดและวางแผนการลงทุนให้สอดรับกับโหลดประเภทใหม่นี้ ซึ่งมีคุณลักษณะแตกต่างจากโหลดอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม และอาจสร้างความท้าทายต่อเสถียรภาพของกริดในบางพื้นที่หากไม่มีการวางแผนที่รัดกุม
ที่มา:
PV Magazine Australia, 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐบาลกลางออสเตรเลียยอมผ่อนปรนนโยบายบังคับใช้พลังงานสะอาดสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ หลังเผชิญแรงต้านจากรัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี
รายละเอียด:
- ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแห่งชาติ (National Cabinet) ได้บรรลุข้อตกลงที่ยืดหยุ่นเกี่ยวกับแหล่งพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งใหม่ โดยอนุญาตให้รัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีสามารถใช้พลังงานจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเพื่อดึงดูดการลงทุนได้
- การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการผ่อนปรนจากท่าทีเดิมของนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Chris Bowen ที่เคยประกาศจะออกกฎหมายบังคับให้ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ต้องสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มเติมให้เท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ตนเองใช้ เพื่อไม่ให้สร้างภาระต่อค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและกระทบต่อความมั่นคงของระบบ
- ผู้นำรัฐควีนส์แลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีแสดงความพอใจต่อผลการประชุม โดยให้เหตุผลว่ารัฐของตนมีความแตกต่างและต้องการความยืดหยุ่นในการเลือกใช้แหล่งพลังงานที่หลากหลาย รวมถึงก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง Beetaloo Basin เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ผลกระทบ:
– การยอมถอยของรัฐบาลกลางสะท้อนถึงความซับซ้อนของการดำเนินนโยบายพลังงานในระบบสหพันธรัฐ ที่อำนาจในการอนุญาตและวางผังเมืองยังคงอยู่กับรัฐต่างๆ การสร้างมาตรฐานพลังงานสะอาดระดับชาติสำหรับโหลดขนาดใหญ่จึงเผชิญกับความท้าทายทางการเมือง และอาจนำไปสู่การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (race to the bottom) ระหว่างรัฐ โดยใช้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนปรนกว่าเป็นเครื่องมือดึงดูดการลงทุน
– ประเด็นนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังเผชิญกับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์ โดยชี้ให้เห็นว่าหากไม่มีกลไกนโยบายระดับชาติที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับร่วมกัน การเปลี่ยนผ่านพลังงานอาจถูกบั่นทอนจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจระยะสั้นของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมของประเทศ
ที่มา:
RenewEconomy, ABC News, 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : โครงการโซลาร์ฟาร์มไฮบริดแห่งแรกในตลาด NEM ของออสเตรเลียเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ชี้ทิศทางใหม่ของพลังงานหมุนเวียน
รายละเอียด:
- โครงการ Quorn Park solar hybrid ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Potentia Energy ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการแล้ว โครงการนี้ถือเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์-แบตเตอรี่ไฮบริด (Solar-BESS Hybrid) ขนาดใหญ่แห่งแรกในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) ที่ก่อสร้างภายใต้จุดเชื่อมต่อกริดเดียวกัน
- โครงการประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มขนาด 80 MW และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 19.8 MW / 39.6 MWh การออกแบบให้เป็นระบบไฮบริดที่สมบูรณ์ทำให้สามารถกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันซึ่งราคาไฟฟ้าต่ำ และนำไปจ่ายเข้าระบบในช่วงค่ำซึ่งมีความต้องการและราคาสูงกว่าได้
- Gabriele Mallarini ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Potentia Energy ระบุว่ารูปแบบโครงการไฮบริดนี้มีความยืดหยุ่นสูงและตอบสนองต่อความต้องการของระบบโครงข่ายไฟฟ้าได้ดีกว่าโซลาร์ฟาร์มแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับโครงการในอนาคตของบริษัท เช่น โครงการ Tallawang ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก (500 MW solar และ 500 MW/2,000 MWh BESS)
ผลกระทบ:
– ความสำเร็จของโครงการ Quorn Park เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในออสเตรเลีย โดยพิสูน์ให้เห็นถึงโมเดลธุรกิจใหม่ของโซลาร์ฟาร์ม ที่เปลี่ยนจากผู้ผลิตไฟฟ้าตามแสงอาทิตย์ (Intermittent) มาเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่สามารถควบคุมการจ่ายไฟได้ (Dispatchable) ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการตัดทอนการผลิต (Curtailment) และเพิ่มมูลค่าของพลังงานแสงอาทิตย์ในตลาดไฟฟ้า
– รูปแบบโครงการไฮบริดจะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการ Utility ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจและการดำเนินงานจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าหลักขนาดใหญ่ มาสู่การบริหารจัดการกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายตัวที่มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบควบคุมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
ที่มา:
RenewEconomy, 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : โครงการสายส่ง EnergyConnect สร้างมูลค่าทางสังคมกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ ตอกย้ำความสำคัญของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
รายละเอียด:
- Transgrid ผู้ดำเนินการระบบส่งของรัฐนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยรายงานการวิเคราะห์อิสระซึ่งระบุว่า โครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างรัฐ EnergyConnect ได้สร้างมูลค่าทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เป็นมูลค่ารวมกว่า 4.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
- มูลค่าดังกล่าวครอบคลุมการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่นกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ การจ้างงานในพื้นที่กว่า 2,193 ตำแหน่ง การฝึกอบรมทักษะแรงงาน การให้ทุนการศึกษาด้านวิศวกรรม และการลงทุนด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพกว่า 100 ล้านดอลลาร์
- Maryanne Graham ผู้บริหารของ Transgrid กล่าวว่า รายงานนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่จับต้องได้จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ และจะเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนโครงการในอนาคต
ผลกระทบ:
– กรณีของโครงการ EnergyConnect เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสายส่งไฟฟ้า ไม่เพียงแต่มีความสำคัญในเชิงเทคนิคเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน แต่ยังมีมิติทางสังคมและเศรษฐกิจที่กว้างขวาง การประเมินมูลค่าโครงการในอนาคตจึงควรพิจารณาถึงผลประโยชน์ร่วม (Co-benefits) เหล่านี้ เพื่อสร้างการยอมรับจากสังคม (Social License) และลดแรงต่อต้านจากชุมชน
– โมเดลการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนของ Transgrid สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทสากลได้ โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังวางแผนขยายระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานสะอาด การสร้างความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น การพัฒนาทักษะแรงงาน และการลงทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการขนาดใหญ่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน
ที่มา:
PV Magazine Australia, 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐนิวเซาท์เวลส์ปรับแก้กฎหมายผังเมืองเพื่อเร่งรัดการอนุมัติโครงการพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผน Paul Scully ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบการพิจารณาโครงการพลังงานหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่เกิดจากการคัดค้านอย่างเป็นระบบ
- การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การเพิ่มเกณฑ์จำนวนผู้คัดค้านจาก 50 คน เป็น 100 คน จึงจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาอิสระ (Independent Planning Commission – IPC) ทบทวน และจำกัดให้ผู้คัดค้านต้องเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรัฐนิวเซาท์เวลส์เท่านั้น ตัดสิทธิ์ผู้คัดค้านจากรัฐอื่นหรือต่างประเทศ
- นอกจากนี้ โครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) แบบเดี่ยว (Standalone) จะถูกยกเว้นจากกระบวนการส่งให้ IPC พิจารณาโดยสิ้นเชิง เนื่องจากถือเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงต่ำและเป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว ทำให้หน่วยงานด้านการวางแผนสามารถประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
– การปรับแก้กฎหมายนี้เป็นการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายที่สำคัญและตรงจุด เพื่อจัดการกับปัญหาการใช้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นเป็นเครื่องมือในการขัดขวางการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดโดยกลุ่มผู้ต่อต้านจากนอกพื้นที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้โครงการล่าช้าไปหลายร้อยวัน
– การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยเร่งรัดการอนุมัติโครงการลม แสงอาทิตย์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นับเป็นบทเรียนเชิงนโยบายที่น่าสนใจสำหรับประเทศอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายคลึงกันในการสร้างสมดุลระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคที่จำเป็นต่อเป้าหมายระดับชาติ
ที่มา:
RenewEconomy, 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Hyundai จับมือ Kaluza เปิดตัวแพลตฟอร์ม Smart Charging และ V2G ทั่วโลก เริ่มที่อังกฤษและออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- Hyundai Motor Group ได้เลือก Kaluza ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มข่าวกรองด้านพลังงาน (Energy Intelligence Platform) เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Charging) และเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G) ในรถยนต์เครือ Hyundai และ Kia
- ความร่วมมือนี้จะเริ่มเปิดตัวในสหราชอาณาจักรและออสเตรเลียเป็นที่แรก โดยจะผนวกรวมระบบของ Kaluza เข้ากับแอปพลิเคชัน Kia App และ myHyundai App ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดการการชาร์จรถยนต์ให้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ค่าไฟฟ้าถูกที่สุดและมีการปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุดได้อย่างราบรื่น
- Stephen Fitzpatrick ซีอีโอของ Kaluza กล่าวว่านี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างรากฐานสำหรับบริการ V2G ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในปี พ.ศ. 2570 เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดค่าไฟและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ผลกระทบ:
– ความร่วมมือระหว่างค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีพลังงานสะท้อนถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาระต่อระบบไฟฟ้า (Load) อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นทรัพยากรของระบบไฟฟ้า (Grid Resource) ที่สามารถบริหารจัดการได้ การผนวกรวมระบบควบคุมการชาร์จเข้ากับแอปพลิเคชันของรถยนต์โดยตรงจะสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อให้ผู้ใช้งานและเร่งการยอมรับเทคโนโลยี V2G ในวงกว้าง
– โมเดลธุรกิจนี้เป็นความท้าทายและโอกาสสำหรับผู้ประกอบการ Utility ทั่วโลกที่จะต้องปรับตัวจากการเป็นผู้ขายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว มาสู่การเป็นผู้บริหารจัดการแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อระหว่างทรัพยากรพลังงานแบบกระจายตัว (DER) เช่น EV และแบตเตอรี่ในบ้าน เพื่อสร้างเสถียรภาพและประสิทธิภาพให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวม
ที่มา:
PV Magazine Australia, 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนเชิงพาณิชย์ชุดแรกถูกจำหน่ายในออสเตรเลีย ส่งสัญญาณการมาถึงของเทคโนโลยีทางเลือก
รายละเอียด:
- บริษัท Foton Pty Ltd ผู้จัดจำหน่ายเทคโนโลยีแบตเตอรี่ของ Cospowers ในออสเตรเลีย ประกาศความสำเร็จในการจำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ชนิดโซเดียม-ไอออน (Sodium-ion) สำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม (C&I) เป็นครั้งแรกในออสเตรเลีย ขนาด 100 kW / 200 kWh
- Krishna Thota กรรมการผู้จัดการของ Foton เน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่ระบบต้นแบบในห้องปฏิบัติการ แต่เป็นระบบเชิงพาณิชย์ที่มีลูกค้าจริง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่มาสู่โครงการเชิงพาณิชย์ในออสเตรเลีย
- แบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีทางเลือกที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน เนื่องจากใช้วัสดุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่า เช่น เกลือโซเดียม อีกทั้งยังมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่สูงกว่าและทนทานต่อสภาพอากาศร้อนจัดหรือเย็นจัดได้ดีกว่า
ผลกระทบ:
– การเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ของแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออนในออสเตรเลีย แม้จะยังเป็นเพียงขนาดเล็ก แต่เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพิงแร่ลิเทียมและโคบอลต์ที่มีความผันผวนด้านราคาและประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์
– สำหรับผู้ประกอบการและผู้กำหนดนโยบาย การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทางเลือกที่มีราคาแข่งขันได้จะช่วยเร่งการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม C&I และระดับ Utility-scale ซึ่งจะส่งผลดีต่อการบรรลุเป้าหมายพลังงานสะอาดและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม
ที่มา:
RenewEconomy, 27 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Endeavour Energy เริ่มก่อสร้างเครือข่ายแบตเตอรี่ระดับชุมชน (Community Batteries) 8 แห่งทั่วพื้นที่เวสเทิร์นซิดนีย์ เพื่อรองรับพลังงานจากโซลาร์รูฟท็อปและเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในช่วงคลื่นความร้อน
- คณะกรรมาธิการตลาดพลังงานออสเตรเลีย (AEMC) เสนอร่างกฎปฏิรูปโครงข่ายก๊าซเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ถูกวิจารณ์ว่าอาจเป็นการผลักภาระต้นทุนสินทรัพย์ที่อาจถูกทิ้งร้าง (Stranded Asset) ให้กับผู้บริโภค
- รัฐบาลสหพันธรัฐเปิดการประมูลรอบใหม่ภายใต้โครงการ Capacity Investment Scheme (CIS) ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เพื่อจัดหาพลังงานหมุนเวียนใหม่เข้าระบบอีก 1.8 GW
- รายงานจาก UNSW ระบุว่ากลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกสามารถประหยัดเงินได้เกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หากเปลี่ยนจากการนำเข้าน้ำมันดีเซลมาใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้า
- ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ต่อภาคพลังงานทวีความรุนแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการเชื่อมต่อระหว่างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) ทำให้โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมีความเสี่ยงสูงขึ้น