EP.18. พ.ร.ก. กู้เงินแสนล้านเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน: โอกาสกระจายโซลาร์เซลล์สู่ฐานราก หรือความเสี่ยงหนี้สาธารณะที่ไม่โปร่งใส
เมื่อคำว่า “พลังงานสะอาด” ถูกใช้เป็นป้ายโฆษณาเพื่อเบิกทางให้กับการกู้เงินมหาศาล สิ่งที่ประชาชนต้องตั้งคำถามคือ เม็ดเงินเหล่านี้จะช่วยลดภาระค่าไฟให้เราได้จริง หรือจะเป็นเพียงการสร้างหนี้สาธารณะที่เพิ่มภาระภาษี และเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนบางกลุ่มเท่านั้น
โครงการ “โซลาร์ประชาชน” ที่รัฐบาลชูโรงว่าจะช่วยลดภาระครัวเรือนผ่านระบบติดตั้งฟรีแล้วผ่อนชำระผ่านบิลค่าไฟ กลับกลายเป็นเพียงนโยบายขายฝันในทางปฏิบัติ เพราะอุปสรรคสำคัญคือกฎระเบียบที่แข็งทื่อของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงที่ไม่เอื้อให้เกิดการหักชำระเงินในลักษณะดังกล่าวได้จริง ในขณะเดียวกัน การจัดสรรงบประมาณในส่วนอื่นกลับน่ากังขา เช่น งบประมาณจัดซื้อระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Pump) มูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาทของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งยังขาดแผนแม่บทและการตรวจสอบความคุ้มค่าที่ชัดเจน จนน่าสงสัยว่านี่คือการเปลี่ยนผ่านเพื่อโลก หรือเป็นการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
หากดูตัวอย่างจากต่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องใช้ยุทธศาสตร์นำหน้าเงินกู้ ในประเทศโรมาเนีย รัฐบาลใช้วิธีเปิดประมูลโควตาสายส่งไฟฟ้าโดยกำหนดหลักประกันที่สูงเพื่อคัดกรองโครงการที่พร้อมจริงและป้องกันการเก็งกำไร ส่วนกรณีในออสเตรเลีย การผลักดันโครงการขนาดใหญ่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากท้องถิ่นเสมอ ซึ่งสะท้อนว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีเงินกู้ แต่ขึ้นอยู่กับการวางโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการทรัพยากรที่รอบคอบ
ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเลิกใช้ความฝันสีเขียวเป็นเครื่องมือสร้างหนี้โดยขาดความโปร่งใส กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังต้องเร่งปลดล็อกกฎระเบียบที่ล้าหลังของการไฟฟ้าฯ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer) ได้จริงผ่านการผ่อนชำระที่ใช้งานได้จริง นอกจากนี้ ต้องมีการตั้งคณะกรรมการอิสระที่ประกอบด้วยภาคประชาชนและนักวิชาการมาตรวจสอบการใช้เงินกู้ทุกขั้นตอน ตัดโครงการที่ไร้ความชัดเจนทิ้งไป และเปลี่ยนมาเป็นการอุดหนุนดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ในครัวเรือนโดยตรง การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่แท้จริงต้องไม่ใช่การโยนภาระหนี้ให้ประชาชน แต่คือการคืนอำนาจในการจัดการพลังงานกลับสู่มือของคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างยั่งยืน