รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : TDRI และผู้เชี่ยวชาญเตือนดีมานด์ไฟฟ้า Data Center พุ่งทะลัก 30 GW เสี่ยงดันค่าไฟประชาชน เสนอโมเดล Bring Your Own Power รองรับ
รายละเอียด:
- น.ส.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านนโยบายพลังงาน TDRI เปิดเผยว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่ม Data Center ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาสูงถึงเกือบ 30 กิกะวัตต์ ซึ่งเกินกว่ากำลังผลิตที่ร่างแผน PDP ปัจจุบันจัดสรรไว้รองรับเพียง 8.8 กิกะวัตต์ หากภาครัฐต้องลงทุนขยายโครงข่ายสายส่งและนำเข้าก๊าซ LNG ต้นทุนสูงมาผลิตไฟฟ้า อาจส่งผลให้ต้นทุนส่วนเพิ่มถูกรวมเข้าในโครงสร้างค่าไฟฐานของประชาชน
- ดร.เมทังกร เสริมสุข นักวิชาการด้านพลังงาน เสนอแนวทางรองรับสำหรับ Data Center ขนาดใหญ่เกิน 200 เมกะวัตต์ ผ่านโมเดล Bring Your Own Power (BYOP) โดยให้ผู้พัฒนาโครงการรับผิดชอบจัดหาโรงไฟฟ้าของตนเอง เช่น โมเดลบูรณาการก๊าซ LNG โรงไฟฟ้า SPP และนำความเย็นเหลือทิ้งมาใช้ทำความเย็น ควบคู่กับการที่ภาครัฐต้องเร่งเคาะค่าธรรมเนียมเชื่อมสายส่ง (Wheelage Charge) และปลดล็อกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเสรี Direct PPA
ผลกระทบ:
- การเติบโตของภาระไฟฟ้าฐานปริมาณมหาศาลจะสร้างความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Stability) หากไม่มีการแยกหมวดหมู่และโครงสร้างค่าไฟเฉพาะสำหรับ Data Center ต้นทุนการขยายสายส่งและต้นทุนเชื้อเพลิงนำเข้าจะถูกผลักเป็นภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนของภาคธุรกิจรายย่อย
- เป็นความท้าทายเชิงนโยบายของ กพช. และ กกพ. ในการเร่งพัฒนากลไก Utility Green Tariff (UGT) และ Direct PPA ให้มีต้นทุนแข่งขันได้ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการลงทุนด้านเศรษฐกิจ AI พร้อมทั้งวางกรอบสัดส่วนพลังงานสะอาดระยะยาวเพื่อไม่ให้ขัดต่อเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ และ ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ครม. ไฟเขียว กฟภ. กู้เงิน 1.04 หมื่นล้านบาท เดินหน้า 11 แผนงาน ยกระดับสถานีไฟฟ้าและโครงข่ายดิจิทัลอัจฉริยะ
รายละเอียด:
- คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กู้เงินในประเทศรวม 10,406 ล้านบาท จากกรอบงบลงทุนรวม 13,880.19 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนแผนงานระยะยาวใหม่ประจำปี 2568 จำนวน 11 แผนงาน ตามข้อเสนอของกระทรวงมหาดไทย โดยมี น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงมติ
- แผนการลงทุนเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพสินทรัพย์สถานีไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง ระบบควบคุมสั่งการจ่ายไฟจากศูนย์ควบคุมระยะไกล การก่อสร้างสายเคเบิลใต้ดินระยะที่ 3 ใน 74 จังหวัด และการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบจำหน่ายไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Grid Reliability) ทั่วประเทศ ลดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง ไฟตก และความเสียหายของอุปกรณ์หม้อแปลง ซึ่งช่วยรักษาต้นทุนค่าบริการจำหน่ายไฟฟ้าในระยะยาว
- เป็นการเสริมความพร้อมของโครงข่ายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Smart Grid Readiness) ทั้งการรองรับพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ (DERs) และการขยายตัวของสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าในส่วนภูมิภาคตามนโยบายภาครัฐ
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : รมว.พลังงาน นำทีมเยือนเมียนมา เจรจาเมกะโปรเจกต์ทวาย เชื่อมโยงโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าข้ามแดนและก๊าซธรรมชาติ
รายละเอียด:
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำคณะผู้แทนไทยเข้าประชุมร่วมกับ อู โก่โก่ลวิน รัฐมนตรีกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของเมียนมา ณ กรุงเนปิดอว์ เพื่อหารือกรอบความร่วมมือด้านพลังงาน 3 ฝ่ายระหว่าง ไทย-เมียนมา-รัสเซีย ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย
- สาระสำคัญของการเจรจาครอบคลุมการเพิ่มผลผลิตก๊าซธรรมชาติและการใช้ท่อส่งก๊าซเข้าสู่ไทยให้เต็มศักยภาพ รวมถึงการลงทุนพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในลุ่มน้ำสาละวินและตะนาวศรี ตลอดจนระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงและการจำหน่ายไฟฟ้าเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
ผลกระทบ:
- หากสามารถเพิ่มปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติผ่านระบบท่อส่งก๊าซได้เต็มประสิทธิภาพ จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG สัญญาระยะสั้นที่มีราคาผันผวนสูง ส่งผลบวกต่อการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าเฉลี่ยและค่าเอฟที (Ft) ของประเทศ
- ความร่วมมือพัฒนาพลังน้ำและสายส่งข้ามแดนช่วยเพิ่มแหล่งไฟฟ้าต้นทุนต่ำและคาร์บอนต่ำ แต่รัฐบาลไทยยังเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงของสัญญา และกระแสความอ่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมตามแนวชายแดน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กบน. เคาะขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก 60 สตางค์ต่อลิตร รับวิกฤตตะวันออกกลาง กระทบสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
รายละเอียด:
- คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล B7 และกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 0.60 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้ราคาดีเซล B7 ปรับขึ้นเป็น 43.54 บาทต่อลิตร และเบนซินแตะระดับ 51.03 บาทต่อลิตร
- ปัจจัยกดดันมาจากเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลางและเส้นทางเดินเรืออ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ปรับพุ่งขึ้นสูง ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระจ่ายเงินชดเชยสูงถึงวันละประมาณ 229 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องลดการชดเชยเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ผลกระทบ:
- การขยับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง ค่าโลจิสติกส์สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนและเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศ
- เป็นข้อจำกัดทางการคลังของรัฐบาลที่ไม่สามารถใช้กองทุนน้ำมันฯ พยุงราคาพลังงานฟอสซิลได้ต่อเนื่องในระยะยาว และเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบายที่บีบให้ประเทศต้องเร่งการปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบขนส่งที่ใช้ไฟฟ้า (EV Transition)
ที่มา: ไทยพีบีเอส วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ภาคธุรกิจขอนแก่นจี้รัฐเร่งเคาะสัมปทานก๊าซสินภูฮ่อมปี 2570 ยืนยันความมั่นคงเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าน้ำพอง 650 MW รองรับ Data Center อีสาน
รายละเอียด:
- นายจักรกฤษณ์ ศิริพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น ยื่นข้อเสนอให้ภาครัฐเร่งตัดสินใจทิศทางการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมให้ชัดเจนภายในปี 2570 เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดอายุสัมปทาน ป้องกันความเสี่ยงจากการผลิตก๊าซขาดช่วง
- แหล่งก๊าซสินภูฮ่อมเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งมีกำลังผลิตตามสัญญารวม 650 เมกะวัตต์ ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าหลักในการรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของอุตสาหกรรมไฮเทคและ Data Center ในภูมิภาค
ผลกระทบ:
- หากการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในประเทศสะดุด จะส่งผลต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าภาคอีสาน ทำให้ต้องพึ่งพาการส่งกระแสไฟฟ้าข้ามเขตหรือเพิ่มการนำเข้า ซึ่งเพิ่มต้นทุนความสูญเสียในระบบส่ง (Transmission Losses) และค่าเชื้อเพลิงโดยรวม
- เสถียรภาพของโรงไฟฟ้าน้ำพองและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นตัวแปรชี้วัดความเชื่อมั่นของนักลงทุน หากระบบไฟฟ้าไม่มีความมั่นคงเพียงพอ แผนการกระจายการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ Data Center ออกจากพื้นที่ EEC สู่ภูมิภาคอาจไม่บรรลุเป้าหมาย
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : PEA ENCOM ร่วมกับเอกชนเปิดตัวระบบ Movable BESS เกาะสมุย เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าช่วงพีคและลดมลพิษ
รายละเอียด:
- บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ลงนามสัญญากับ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ได้ (Movable BESS) วงเงิน 396.35 ล้านบาท ณ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีนายอธิพร ลิ่มเจริญ ผู้บริหาร I2 ร่วมแถลงข่าว
- ระบบ BESS ดังกล่าวมีเป้าหมายจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าในช่วงกลางคืนที่มีต้นทุนต่ำและจ่ายคืนสู่ระบบช่วงกลางวันไม่น้อยกว่า 20,000 หน่วยต่อวัน เพื่อช่วยรองรับการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าของภาคท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะ
ผลกระทบ:
- ช่วยตัดยอดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Shaving) ลดภาระการโหลดของสายเคเบิลใต้น้ำ ยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ระบบส่ง และลดการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลฉุกเฉินที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงแพงและปล่อยมลพิษสูง
- เป็นต้นแบบเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Microgrid Enhancement) ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารระบบไฟฟ้าบนพื้นที่เกาะท่องเที่ยวสำคัญ และสนับสนุนเส้นทางสู่พลังงานสะอาดตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กรมสรรพสามิตเตรียมชง ครม. เคาะภาษีรถ EV นำเข้า CBU แตะ 30% เร่งค่ายรถตั้งฐานผลิตในประเทศหนุนซัพพลายเชนพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน (CBU) โดยไม่มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จากอัตรา 10% เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 30% โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อปกป้องผู้ประกอบการที่สร้างโรงงานผลิตในไทย
- มาตรการนี้จะมีการปฏิรูปเกณฑ์สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) ภายใต้มาตรฐาน Made in Thailand โดยเน้นนำชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงมาคำนวณ พร้อมกำหนดโครงสร้างภาษีตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อจูงใจให้เกิดการพัฒนายานยนต์สะอาดอย่างแท้จริง
ผลกระทบ:
- ส่งผลให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าประเภทนำเข้า CBU ปรับตัวสูงขึ้นทันทีไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อคันสำหรับกลุ่มราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจะเร่งการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงปลายปี 2569 และสร้างแต้มต่อให้แก่ผู้ประกอบการที่มีฐานผลิตในประเทศ
- เป็นกลไกเร่งดึงดูดห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีแบตเตอรี่และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย สนับสนุนนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานภาคขนส่งและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างยั่งยืน
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 20 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ขสมก. เตรียมปลดระวางรถเมล์ร้อนครีมแดง 60 เส้นทาง จำนวน 1,520 คัน เปลี่ยนเป็นรถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า EV ทั้งหมดภายในเดือนพฤษภาคม 2570 เพื่อลดมลพิษฝุ่น PM2.5 ในเมืองหลวง
- บอร์ดนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์เตรียมประชุมสรุปหลักเกณฑ์ขั้นต่ำและผังเมือง พร้อมเร่งจัดทำเกณฑ์การจัดสรรสาธารณูปโภคไฟฟ้าและน้ำ หวั่นนักลงทุนต่างชาติชะลอเม็ดเงินลงทุนระดับล้านล้านบาท
- บมจ. ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น (SUPER) ประกาศจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Bac Lieu Phase 3 ในเวียดนาม กำลังผลิต 99 เมกะวัตต์ หนุนพอร์ตพลังงานหมุนเวียนรวมแตะ 1,496.92 เมกะวัตต์
- รฟม. เปิดแผนลงทุนระบบราง 1.75 แสนล้านบาท เตรียมสร้างรถไฟฟ้า 4 สายใหม่ ได้แก่ สายสีน้ำตาล สีเทา สีเงิน และสีฟ้า รวมระยะทาง 64.8 กิโลเมตร ตั้งเป้าเสนอ ครม. พิจารณาในปี 2571
- Changan ผนึก CATL ลงทุนกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ขยายกำลังการผลิตแบตเตอรี่รวมแตะ 75 GWh พร้อมเดินหน้าวิจัยแบตเตอรี่โซลิดสเตตตั้งเป้าขับขี่ไกลเกิน 1,500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ เตรียมผลิตเชิงพาณิชย์ปี 2570