รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนผนึกกำลังรุกโครงข่าย ASEAN Power Grid เฟส 4 รับมือวิกฤตความต้องการไฟฟ้าพุ่ง
รายละเอียด:
- ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 44 (44th AMEM) ณ กรุงมะนิลา เปิดตัวรายงาน ASEAN Energy Outlook 9 คาดการณ์ว่าความต้องการพลังงานในอาเซียนจะเติบโตสูงถึง 4 เท่าภายในปี 2603 จากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของ Data Center ทำให้ภูมิภาคต้องเตรียมเม็ดเงินลงทุนด้านพลังงานสะอาดสูงถึง 400 พันล้านดอลลาร์ต่อปี
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นำทีมไทยร่วมผลักดันความร่วมมือ 7 สาขา โดยเน้นย้ำความสำเร็จของโครงการซื้อขายไฟฟ้าพหุภาคี LTMS-PIP (ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์) พร้อมเดินหน้าแผนแม่บทการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (APG) สู่การค้าไฟฟ้าพหุภาคีและการวางระเบียบสายเคเบิลไฟฟ้าใต้ทะเลเพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานระดับภูมิภาค
ผลกระทบ:
- การเร่งบูรณาการโครงข่ายสายส่งอาเซียนและการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้าไทยในการบริหารจัดการต้นทุนพลังงาน ลดความผันผวนของค่าไฟผันแปร (Ft) และเพิ่มความยืดหยุ่นในการนำเข้าหรือส่งออกพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน
- เป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าพลังงานหมุนเวียนของภูมิภาค รองรับเป้าหมาย Net Zero และขับเคลื่อนการจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตราคาพลังงานโลก
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ยุค AI Reasoning พลิกโครงสร้าง Data Center เตือนระบบไฟฟ้าไทยต้องเร่งปรับตัวรับดีมานด์มหาศาล
รายละเอียด:
- การก้าวเข้าสู่ยุค AI Reasoning และแนวคิด AI Factory ของ NVIDIA ส่งผลให้ศูนย์ข้อมูลต้องเปลี่ยนรูปแบบสู่การประมวลผลขั้นสูงแบบบูรณาการ มีการใช้ชิปประมวลผลที่มีความหนาแน่นทางพลังงานสูงขึ้น ทำให้ภาระการใช้ไฟฟ้าและการระบายความร้อนระดับ Direct-to-Chip Liquid Cooling กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
- อาจารย์ ดร.เมทังกร เสริมสุข จากวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. วิเคราะห์ว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด IT Load 200 MW อาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 260 MW หรือคิดเป็นพลังงานไฟฟ้าราว 2.278 TWh ต่อปี ซึ่งคิดเป็นมูลค่าต้นทุนค่าไฟกว่า 9,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้เสนอโอกาสของไทยในการนำพลังงานความเย็นจาก LNG (LNG Cold Energy) มาช่วยลดต้นทุนระบบระบายความร้อน
ผลกระทบ:
- ความต้องการไฟฟ้าฐานที่มีเสถียรภาพสูงและต่อเนื่องจากธุรกิจดิจิทัล จะสร้างแรงกดดันต่อระบบผลิตและโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) ของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. และ EEC ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องจัดสรรกำลังผลิตและวางโครงข่ายรองรับอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพและค่าไฟฟ้าของประชาชน
- การบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด เช่น แหล่งพลังงานหมุนเวียนร่วมกับพลังงานความเย็นจาก LNG Terminal จะเป็นโจทย์สำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับโลก พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : EGCO ทุ่มซื้อหุ้น Linden Cogen ในสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 50% รับดีมานด์ไฟฟ้า Data Center และเทคโนโลยี AI
รายละเอียด:
- บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) โดยบริษัทย่อย EGCO Linden II, LLC เข้าลงนามสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มอีก 12% ในบริษัท Linden TopCo LLC ผู้ดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Linden Cogen ขนาด 980 MW ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐฯ ส่งผลให้สัดส่วนถือหุ้นรวมขยับแตะ 50%
- นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO ระบุว่าสินทรัพย์ดังกล่าวตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อตลาดไฟฟ้าหลักสองแห่ง (NYISO และ PJM) ซึ่งมีอัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงมากจากกลุ่ม Data Center และ AI พร้อมทั้งมีสัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำระยะยาวรองรับ
ผลกระทบ:
- แสดงให้เห็นถึงทิศทางของผู้ผลิตไฟฟ้าชั้นนำของไทยที่เร่งปรับพอร์ตไปยังตลาดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลสูง เสริมความแข็งแกร่งด้านกระแสเงินสดและผลกำไรโดยไม่ต้องพึ่งพิงเพียงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายในประเทศ
- โรงไฟฟ้า Linden Cogen หน่วยที่ 6 ยังมีต้นแบบเทคโนโลยีการผสมไฮโดรเจนร่วมกับก๊าซธรรมชาติ (Hydrogen Co-firing) ซึ่งช่วยต่อยอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมพร้อมนำมาปรับใช้ในระบบผลิตไฟฟ้าของประเทศตามเป้าหมายลดคาร์บอน 10% ภายในปี 2573
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : คลังเตรียมชง ครม. เคาะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์อีวีนำเข้า 30% บังคับใช้ต้นปี 2570
รายละเอียด:
- กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าทั้งคัน (CBU) โดยจะปรับขึ้นจากเดิมประมาณ 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป เพื่อเร่งรัดให้ผู้ผลิตข้ามชาติตั้งฐานการผลิตในไทย
- การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเกณฑ์สำคัญคือการจัดระดับอัตราภาษี 3 ขั้น ตามสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) โดยจะรื้อนิยามใหม่ให้มุ่งเน้นการใช้ชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงตามมาตรฐาน Made in Thailand แทนการคิดคำนวณจากกำไรและค่าแรง ควบคู่กับการยึดเกณฑ์การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นบรรทัดฐาน
ผลกระทบ:
- ราคารถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าทั้งคันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อระยะสั้นก่อนสิ้นปี แต่ในระยะยาวจะปกป้องห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และผลักดันให้ค่ายรถยนต์ลงทุนตั้งโรงงานผลิตในประเทศตามเป้าหมายของนโยบาย EV 3.0-3.5
- ช่วยเร่งการลงทุนในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลเชื่อมโยงต่อการขยายตัวของสถานีอัดประจุไฟฟ้าและการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้ารองรับปริมาณโหลด EV ที่มีมาตรฐานการผลิตในประเทศ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ข้อถกเถียงฟื้นเขตเศรษฐกิจทวายและเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR ท่ามกลางการชะลอแลนด์บริดจ์ไทย
รายละเอียด:
- ความเคลื่อนไหวในการฟื้นฟูโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายในเมียนมา ภายใต้ความร่วมมือกับประเทศรัสเซีย โดยมีแนวคิดลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) เกิดขึ้นคู่ขนานกับการที่รัฐบาลไทยประกาศชะลอโครงการแลนด์บริดจ์ (ระนอง-ชุมพร) เพื่อทบทวนความคุ้มค่าและผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- นายธารา บัวคำศรี จาก Climate Connector และนางสาววิภาวดี พันธุ์ยางน้อย นักวิชาการอิสระ ตั้งข้อสังเกตและเตือนถึงความเสี่ยงเชิงเทคนิคของโรงไฟฟ้า SMR ว่าส่วนใหญ่ยังไม่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์แพร่หลาย มีต้นทุนก่อสร้างบานปลาย และอาจส่งผลให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่งสูงอย่างมากหากนำมาบรรจุไว้ในแผน PDP ของไทยในอนาคต
ผลกระทบ:
- การพิจารณาบรรจุโรงไฟฟ้า SMR กำลังผลิตสูงถึง 9,000 MW ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) กลายเป็นโจทย์ท้าทายของรัฐบาลในด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนที่อาจสูงขึ้นหลายเท่าตัว และความพร้อมของกรอบกำกับดูแลความปลอดภัย
- มิติทางภูมิรัฐศาสตร์พลังงานมีความซับซ้อนขึ้น การผูกโยงเทคโนโลยีนิวเคลียร์กับมหาอำนาจและการบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงบริเวณชายแดน จะส่งผลต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและปิโตรเคมีระยะยาวของไทย
ที่มา: Thai PBS (Decode) 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : BAFS ชี้ตลาดการบินฟื้น K-Shaped จี้รัฐเร่งคลอดนโยบายดันไทยเป็นศูนย์กลางเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
รายละเอียด:
- ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ BAFS เผยภาพรวมตลาดการบินไทยฟื้นตัวแบบ K-Shaped โดยสายการบินฟูลเซอร์วิสเติบโตได้ดี แต่สายการบินต้นทุนต่ำ (LCC) ได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากราคาน้ำมันอากาศยานที่ผันผวนและค่าธรรมเนียมสนามบิน พร้อมเสนอรัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินเพื่อลดภาระค่าโดยสารของประชาชน
- BAFS ผลักดันให้ภาครัฐมีนโยบายเชิงรุกในการสถาปนาไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF Hub) โดยเรียกร้องให้กำหนดสัดส่วนผสมบังคับ (SAF Mandate) ขั้นต่ำ 1% และการส่งเสริมพืชพลังงานทางเลือก เช่น ปอป่า และต้นหยีน้ำ ป้อนโรงกลั่นตามมาตรฐานสากล CORSIA
ผลกระทบ:
- การออกมาตรการพยุงต้นทุนน้ำมันการบินจะช่วยประคองภาระค่าเดินทางและค่าครองชีพของประชาชนในเส้นทางบินภายในประเทศ รักษาโมเมนตัมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นเครื่องจักรเศรษฐกิจสำคัญ
- การกำหนดเกณฑ์ SAF และการพัฒนาคาร์บอนเครดิตภาคบังคับมาตรฐานสากล จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ภาคการเกษตรกรรมของไทย และเร่งการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินเข้าสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างยั่งยืน
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 19 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : ETIX ขยายดาต้าเซ็นเตอร์ BKK#2 ดันโหลดไฟแตะ 25 เมกะวัตต์ มุ่งโครงข่ายพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- บริษัท ETIX ผู้ให้บริการ Edge Data Center ประกาศขยายศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ BKK#2 ใน Bangkok Campus เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับความต้องการใช้งาน Cloud และ AI ส่งผลให้กำลังการใช้ไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นจาก 6 เมกะวัตต์ สู่ระดับ 25 เมกะวัตต์
- นายปิแอร์ ปาทริส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ETIX เอเชีย เผยการออกแบบศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ร่วมกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค โดยมุ่งเน้นระบบระบายความร้อนที่ไม่ใช้น้ำ และการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ทั้งจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาและการจัดหาพลังงานสะอาดที่ได้รับการรับรอง
ผลกระทบ:
- การขยายตัวของ Data Center ในเขตเมืองส่งผลให้ความต้องการกำลังไฟฟ้าในระบบจำหน่ายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กฟน. และหน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงข่ายไฟฟ้ารองรับความต้องการโหลดต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
- สะท้อนถึงแนวโน้มผู้ประกอบการยุคใหม่ที่เน้นมาตรฐาน Green Data Center ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อไฟฟ้าสีเขียว (Green Tariff) และใบรับรองพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น สอดรับกับเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 19 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ขสมก. เตรียมงบกว่า 8,139 ล้านบาท เพื่อเช่ารถเมล์ไฟฟ้า EV จำนวน 800 คัน นำมาทดแทนรถดีเซลเดิม พร้อมใช้กลไกข้อตกลงคุณธรรมกำกับความโปร่งใส
- ไทยออยล์ โดยบริษัท ท็อป เอสพีพี (TOP SPP) ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิต T-VER จากโรงไฟฟ้าพลังงานร่วม 354 เมกะวัตต์ กว่า 2 แสนตันคาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero
- กฟผ. แจ้งเตือนประชาชนท้ายน้ำเฝ้าระวังระดับน้ำ หลังเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บสูงเกิน 97-99% ของความจุ
- ชาวบ้านปราจีนบุรีร้องเรียนพบคราบน้ำมันสีรุ้งส่งกลิ่นเหม็นในคลองเขาไม้แก้ว หวั่นเกิดการปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากโรงงานขยะอุตสาหกรรมสู่พื้นที่เกษตรกรรม
- กฟน. ประกาศแจ้งแผนงานดับไฟชั่วคราวเพื่อดำเนินการพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจ่ายไฟฟ้าในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 20 ตุลาคม 2569