รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 10-Oct-2026 ถึง 16-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : เยอรมนีเดินหน้าโครงการ Brunsbüttel BESS ขนาด 1 GWh ดึง Fluence เสริมความมั่นคงระบบสายส่งแรงสูง
รายละเอียด
- วัทเทนฟอลล์ (Vattenfall) รัฐวิสาหกิจพลังงานของสวีเดน ประกาศลงนามสัญญากับบริษัท Fluence Energy ในการจัดหาระบบและให้บริการบำรุงรักษาระยะยาวสำหรับโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่ ณ พื้นที่ของอดีตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บรุนส์บึทเทล (Brunsbüttel) ในรัฐชเลสวิช-ฮ็อลชไตน์ ประเทศเยอรมนี
- โครงการดังกล่าวมีกำลังขับจ่ายไฟฟ้า 254 เมกะวัตต์ และมีความจุพลังงานมากกว่า 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง โดยใช้แพลตฟอร์ม Gridstack Pro 5000 ของ Fluence ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงเข้ากับโครงข่ายระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 380 กิโลโวลต์ มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2571 และถือเป็นการลงทุนด้านแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดของ Vattenfall จนถึงปัจจุบัน
ผลกระทบ
- การเปลี่ยนผ่านพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิมที่ปลดระวางมาเป็นศูนย์กลางระบบกักเก็บพลังงานขนาดกิกะวัตต์-ชั่วโมง ช่วยใช้ประโยชน์สูงสุดจากจุดเชื่อมต่อสายส่งแรงสูงเดิมที่มีขีดความสามารถรองรับพลังงานปริมาณมหาศาล และทำหน้าที่เสริมความมั่นคงในการดูดซับพลังงานลมส่วนเกินจากภาคเหนือของเยอรมนี
- เป็นต้นแบบสำคัญระดับสากลในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนเดิมสู่โครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่ เพื่อลดความแออัดของระบบสายส่งและลดต้นทุนค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Redispatch) ที่เกิดจากการตัดทอนการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
ที่มา: Power Technology, 15 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานฝรั่งเศสเคาะเกณฑ์ประมูลกำลังผลิตระยะยาว มุ่งเน้น BESS เสริมความยืดหยุ่นระบบ
รายละเอียด
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงานแห่งฝรั่งเศส (CRE) ได้ยื่นข้อเสนอกรอบการดำเนินงานและพารามิเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์สำหรับกลไกจัดหาความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Capacity Mechanism) ฉบับใหม่ต่อรัฐมนตรีพลังงานฝรั่งเศส เพื่อเตรียมเปิดการประมูลระยะยาวครั้งแรกสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2573/2574
- การประมูลครั้งนี้กำหนดเป้าหมายกำลังการผลิตรวม 82 กิกะวัตต์ โดยเปิดให้มีสัญญาระยะยาวแบบหลายปี (Multi-year contracts) จำนวน 3 กิกะวัตต์ ซึ่งให้ความสำคัญเป็นพิเศษแก่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และระบบตอบสนองด้านโหลด พร้อมทั้งกำหนดเพดานราคาเพดานทั่วไป (PPG) ที่ 72 ยูโรต่อกิโลวัตต์ และเพดานราคาสำหรับโครงการใหม่ (PPI) ที่ 15 ยูโรต่อกิโลวัตต์
ผลกระทบ
- การวางกรอบสัญญาระยะยาวช่วยสร้างความแน่นอนด้านรายได้ให้แก่ผู้ลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีความยืดหยุ่นคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานในช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดท่ามกลางการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหกรรม
- สะท้อนบทเรียนสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างตลาดไฟฟ้าที่ก้าวข้ามตลาดพลังงานเพียงอย่างเดียว (Energy-only Market) ไปสู่การส่งสัญญาณราคาล่วงหน้า 4 ปี เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความยืดหยุ่นสูงโดยไม่สร้างภาระค่าไฟฟ้าที่เกินจำเป็นแก่ผู้บริโภค
ที่มา: pv magazine Global, 12 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : กรีซเสนอร่างกฎหมายคุมเข้มการเชื่อมต่อ Data Center เข้าโครงข่าย บังคับใช้พลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน
รายละเอียด
- กระทรวงสิ่งแวดล้อมและพลังงานของกรีซเสนอร่างกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ภายหลังความต้องการยื่นขอเชื่อมต่อโครงข่ายต่อผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้า IPTO (ADMIE) พุ่งสูงขึ้นจาก 5 กิกะวัตต์ เป็น 9 กิกะวัตต์ ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
- กฎหมายใหม่กำหนดให้ Data Center ที่มีกำลังการใช้ไฟฟ้าเกิน 10 เมกะวัตต์ ต้องผ่านการกำกับดูแลของ IPTO โดยต้องวางหนังสือค้ำประกัน 200,000 ยูโรต่อเมกะวัตต์ และต้องใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 60% ผ่านการเชื่อมต่อตรงหรือสัญญา PPA ส่วนโครงการขนาดใหญ่เกิน 200 เมกะวัตต์ จะได้รับสิทธิ์เชื่อมต่อล่วงหน้าต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าใช้ไฟฟ้า 80% จากระบบพลังงานกระจายตัวหรือมี BESS ที่จ่ายไฟได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
ผลกระทบ
- ป้องกันวิกฤตความแออัดของสถานีไฟฟ้าย่อยแรงสูงและสายส่ง พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้กระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) แย่งชิงทรัพยากรไฟฟ้าไปจากผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปและภาคส่วนอื่นของสังคม
- ถือเป็นโมเดลกำกับดูแลเชิงรุกที่เชื่อมโยงภาระการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เข้ากับความรับผิดชอบในการสร้างความยืดหยุ่นและจัดหาพลังงานสะอาดด้วยตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางที่กิจการไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนและไทยสามารถนำมาปรับใช้เพื่อรับมือกับการเติบโตของ Hyperscale Data Center
ที่มา: Balkan Green Energy News, 12 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เมอร์เซเดส-เบนซ์เปิดตัวระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบสองทิศทางในเยอรมนี ขับเคลื่อนยานยนต์สู่โครงข่ายไฟฟ้า
รายละเอียด
- เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ประกาศเปิดตัวบริการอัดประจุไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (Bidirectional Charging) ในประเทศเยอรมนีอย่างเป็นทางการ โดยร่วมมือกับ The Mobility House เพื่อเปิดทางให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าสามารถนำพลังงานในแบตเตอรี่รถยนต์มาจำหน่ายกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าผ่านเทคโนโลยี Vehicle-to-Grid (V2G)
- ผู้ใช้งานจะได้รับผลตอบแทนในอัตรา 0.1175 ยูโร (ประมาณ 4.60 บาท) ต่อชั่วโมงที่เชื่อมต่อรถยนต์เข้ากับเครื่องชาร์จ DC Wallbox ขนาด 11 กิโลวัตต์ โดยในระยะแรกมุ่งเน้นกลุ่มครัวเรือนที่ยังไม่มีระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้กฎระเบียบ MiSpeL ของสำนักงานโครงข่ายไฟฟ้าแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีอย่างเต็มรูปแบบ
ผลกระทบ
- เปลี่ยนสถานะของยานยนต์ไฟฟ้าจากการเป็นเพียงผู้บริโภคพลังงานให้กลายเป็นสินทรัพย์กระจายตัวที่ช่วยสร้างเสถียรภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่โครงข่ายไฟฟ้าระดับจำหน่าย
- ส่งเสริมการบูรณาการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะและโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) ที่ช่วยดูดซับพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินและจ่ายไฟกลับในช่วงพีก สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ใช้ยานยนต์และลดภาระการลงทุนขยายสายส่งของประเทศ
ที่มา: pv magazine Global, 14 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : สหราชอาณาจักรอนุมัติโครงการ Steeple Renewables พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมแบตเตอรี่ 600 MW ในนอตทิงแฮมเชียร์
รายละเอียด
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงด้านพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์แห่งสหราชอาณาจักร (DESNZ) ได้อนุมัติคำสั่งยินยอมการพัฒนา (Development Consent Order) ให้แก่โครงการ Steeple Renewables Project ของบริษัท RES มูลค่าการลงทุน 224 ล้านปอนด์ (ประมาณ 296 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเขตนอตทิงแฮมเชียร์
- โครงการดังกล่าวเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบผสมผสานระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Solar-plus-storage) ขนาดกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าเทียบเท่าความต้องการของครัวเรือนประมาณ 180,000 หลัง หรือคิดเป็น 50% ของครัวเรือนในมณฑลนอตทิงแฮมเชียร์ โดยใช้พื้นที่เดิมที่เคยเป็นศูนย์กลางการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน
ผลกระทบ
- เร่งรัดการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรให้เป็นโครงข่ายคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573 โดยการทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปลดระวางด้วยระบบพลังงานหมุนเวียนที่ติดตั้งควบคู่ระบบกักเก็บพลังงานเพื่อจ่ายไฟฟ้าตามความต้องการของระบบ
- สะท้อนประสิทธิภาพของกระบวนการอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับชาติ (NSIP) ซึ่งช่วยปลดล็อกขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อนและขับเคลื่อนการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ชุมชนท้องถิ่นผ่านกองทุนพัฒนาชุมชน
ที่มา: Power Technology, 12 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : อิตาลีกางแผนโครงข่ายรับโซลาร์แตะ 137 GW ภายในปี 2583 เร่งจัดหาระบบกักเก็บพลังงานเพิ่ม 50 GWh
รายละเอียด
- Terna ผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้า และ Snam ผู้บริหารโครงสร้างพื้นฐานก๊าซของอิตาลี ได้ร่วมกันเผยแพร่เอกสารทัศนียภาพพลังงานประจำปี 2569 (DDS 2026) โดยคาดการณ์ว่ากำลังผลิตติดตั้งโซลาร์เซลล์ของประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก 43.5 กิกะวัตต์ ในปี 2568 สู่ระดับ 82.3 กิกะวัตต์ ในปี 2573 และอาจพุ่งแตะระหว่าง 114 ถึง 137 กิกะวัตต์ ภายในปี 2583
- รายงานชี้ว่าการบรรลุเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 63% ของความต้องการไฟฟ้าภายในปี 2573 จะต้องมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานระดับสาธารณูปโภคเพิ่มเติมอีก 50 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งรวมถึง 24 กิกะวัตต์-ชั่วโมง นอกเหนือจากแผนกลไกการจัดหาพื้นที่กักเก็บพลังงาน MACSE ควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งของสายส่งเชื่อมโยงเพื่อรองรับการไหลย้อนกลับของกระแสไฟฟ้าจากภาคใต้สู่ภาคเหนือ
ผลกระทบ
- ภาวะพลังงานหมุนเวียนล้นระบบ (Overgeneration) ในช่วงกลางวันจะกลายเป็นลักษณะเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าอิตาลี ทำให้การจัดตั้งตลาดประมูลระบบกักเก็บพลังงานและกลไกเสริมความมั่นคงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดเพื่อป้องกันการตัดทอนกำลังผลิตพลังงานสะอาด
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานแบบบูรณาการร่วมกัน เพื่อรองรับการเปลี่ยนทิศทางการไหลของพลังงานไฟฟ้าข้ามเขตตลาดและการขยายตัวของโหลดความร้อนด้วยฮีตปั๊มและศูนย์ข้อมูล
ที่มา: pv magazine Global, 13 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เนเธอร์แลนด์เดินหน้าฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง Zeevonk 1 GW มอบสัญญา DEME ติดตั้ง 69 กังหันลม
รายละเอียด
- กลุ่มกิจการร่วมค้าระหว่าง Vattenfall และ Copenhagen Infrastructure Partners (CIP) ได้มอบหมายสัญญาให้แก่บริษัท DEME สำหรับการขนส่งและติดตั้งกังหันลมจำนวน 69 ต้น ในระยะที่หนึ่งของโครงการฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่ง Zeevonk ขนาดกำลังผลิตรวม 1 กิกะวัตต์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลเหนือของเนเธอร์แลนด์ประมาณ 63–84 กิโลเมตร
- การติดตั้งจะใช้เรือขนส่งและติดตั้งรุ่นใหม่ Norse Energi โดยเริ่มงานเตรียมการก่อสร้างในปี 2571 และมีกำหนดแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2572 ซึ่งโครงการ Zeevonk ได้รับการออกแบบให้ผสานการทำงานร่วมกับระบบผลิตไฮโดรเจนสีเขียวและระบบแบตเตอรี่เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดของเนเธอร์แลนด์
ผลกระทบ
- เสริมสร้างขีดความสามารถการพึ่งพาพลังงานสะอาดของยุโรปตะวันตก และเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่งเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรมหนัก
- แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีนอกชายฝั่งรุ่นใหม่ และความสำคัญของการร่วมทุนระหว่างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและผู้ผลิตไฟฟ้าในการขับเคลื่อนโครงการขนาดกิกะวัตต์ท่ามกลางสภาวะต้นทุนดอกเบี้ยสูง
ที่มา: Power Technology, 15 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ (Other Interesting News)
- Ares Management เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยในพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์พลังงานยืดหยุ่น 1.9 กิกะวัตต์ ของ Statera Energy ในสหราชอาณาจักร ครอบคลุมโครงการแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เพื่อเสริมเสถียรภาพระบบโครงข่าย
- สหภาพยุโรปประกาศคัดเลือก 46 โครงการเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้กฎหมายวัตถุดิบวิกฤต ซึ่งรวมถึงโครงการสกัดแร่ลิเธียม 3 แห่ง ทั้งจากเหมืองแร่และน้ำพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ยุโรป
- ตัวเลขการส่งออกไฟฟ้าสุทธิของบัลแกเรียเพิ่มขึ้นถึง 62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่เชิงพาณิชย์
- Vattenfall ลงนามข้อตกลงร่วมกับ Royal Vopak เพื่อพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ มุ่งสนับสนุนการลดคาร์บอนและบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรม
- คณะกรรมาธิการยุโรปจัดเวทีประชุม European Nuclear Energy Forum ครั้งที่ 19 ณ กรุงปราก เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และแผนการลงทุนระยะยาวสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ