รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 03-Oct-2026 ถึง 09-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : กฎระเบียบใหม่จาก AEMC เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 40 ล้านดอลลาร์ในออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลตลาดพลังงานของออสเตรเลีย (AEMC) ประกาศร่างกฎระเบียบใหม่เพื่อปลดล็อกงบประมาณรัฐบาลกลางมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายติดตั้งหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ราว 14,000 จุด เน้นพื้นที่ต่างจังหวัดและจุดที่เข้าถึงจุดชาร์จส่วนบุคคลได้ยาก
- Anna Collyer ประธาน AEMC ระบุว่า กฎเกณฑ์ใหม่นี้จะกำหนดให้ผู้ให้บริการระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Network Service Providers) อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อโครงข่ายแก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน และทำหน้าที่เป็นผู้จัดหารายสุดท้าย (Supplier of Last Resort) ในพื้นที่ที่เอกชนไม่ลงทุน ผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอนโดยส่งผ่านต้นทุนเพียงเล็กน้อยสู่ผู้บริโภค
ผลกระทบ:
- ช่วยจัดการความท้าทายด้านการกระจายโหลดไฟฟ้าและการวางโครงสร้างพื้นฐานระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Grid) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะป้องกันปัญหาคอขวดของระบบไฟฟ้าและไฟฟ้าดับเฉพาะจุด
- สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าสากล ในการใช้นโยบายแบบเปิดให้โครงข่ายไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทในส่วนที่กลไกตลาดเสรีล้มเหลว (Market Failure) เพื่อผลักดันเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: PV Magazine Australia, 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : โครงการสายส่ง HumeLink 500 kV รุดหน้าใช้โดรนและเฮลิคอปเตอร์ดึงสายส่ง 9,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อ Snowy 2.0
รายละเอียด:
- ผู้บริหารระบบสายส่งไฟฟ้ารัฐนิวเซาท์เวลส์ Transgrid จับมือกับบริษัทเทคโนโลยีโดรน Infravision และ Leading Edge Helicopters เดินหน้าดึงสายตัวนำไฟฟ้าระยะทางรวม 9,000 กิโลเมตร บนเสาส่งไฟฟ้ากว่า 820 ต้นสำหรับโครงการสายส่ง HumeLink แรงดัน 500 kV
- HumeLink เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานระดับยุทธศาสตร์ระยะทาง 365 กิโลเมตร เชื่อมโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ Snowy 2.0 สู่โครงข่ายไฟฟ้าหลัก มีกำหนดแล้วเสร็จปลายปี 2570 ซึ่งจะช่วยปลดล็อกพลังงานหมุนเวียนป้อนครัวเรือนได้ถึง 3 ล้านหลังคาเรือน พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและที่ดินของชุมชนจากการใช้เทคโนโลยีทางอากาศแทนเครื่องจักรกลหนัก
ผลกระทบ:
- เพิ่มขีดความสามารถการรองรับพลังงานสะอาด (Hosting Capacity) และขจัดปัญหาความแออัดของระบบสายส่ง (Transmission Congestion) ในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM)
- แสดงให้เห็นถึงการยกระดับเทคโนโลยีการก่อสร้างโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ (Grid Modernization) ที่มีความสำคัญยิ่งต่อการบูรณาการระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวเข้าสู่ระบบเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: PV Magazine Australia, 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ตลาดแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน BESS เริ่มปรับสมดุลราคาไฟฟ้าขายส่งช่วงกลางวันและค่ำในตลาด NEM ออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- ข้อมูลการวิเคราะห์จาก ITK และข้อมูลตลาดของ AEMO ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ทั้งระดับโครงข่ายที่ขยายตัวจาก 5.5 GWh เป็น 27.1 GWh และระดับครัวเรือน ส่งผลให้พฤติกรรมราคาไฟฟ้าขายส่งในรอบวันเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
- David Leitch นักวิเคราะห์ตลาดพลังงาน เผยว่าความต้องการชาร์จไฟของแบตเตอรี่ในช่วงกลางวันเริ่มสูงกว่าปริมาณไฟฟ้าแสงอาทิตย์ส่วนเกิน ส่งผลให้ราคาไฟฟ้าช่วงเที่ยงดีดตัวขึ้นจากระดับติดลบหรือศูนย์มาอยู่ที่ 25-30 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ขณะเดียวกันการจ่ายไฟคืนโครงข่ายในช่วงค่ำได้ช่วยกดราคาไฟฟ้าช่วงพีคให้ลดลงจาก 130 ดอลลาร์ เหลือ 95 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลกระทบ:
- การดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Soak) ของแบตเตอรี่ช่วยบรรเทาปัญหา Duck Curve และช่วยให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มีเสถียรภาพด้านรายได้มากขึ้นหลังเผชิญสภาวะราคาไฟฟ้าติดลบมาอย่างต่อเนื่อง
- แสดงถึงวิวัฒนาการของโครงสร้างเศรษฐศาสตร์พลังงานใหม่ ที่กลไกระบบกักเก็บพลังงานกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเสถียรภาพด้านราคาและระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง เป็นต้นแบบให้ประเทศที่กำลังขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง
ที่มา: RenewEconomy, 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Origin Energy ขยายโครงการแบตเตอรี่ Eraring BESS สู่ระดับ 8.6 GWh เตรียมทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ
รายละเอียด:
- Origin Energy ยื่นข้อเสนอขออนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อขยายระบบกักเก็บพลังงาน Eraring BESS North ขนาด 500 MW / 4,942 MWh บริเวณโรงไฟฟ้าถ่านหิน Eraring เดิมในรัฐนิวเซาท์เวลส์
- การขยายตัวครั้งนี้จะทำให้กำลังการกักเก็บรวมของโครงการสูงถึง 1,200 MW / 8,600 MWh พร้อมระยะเวลาจ่ายไฟยาวนานถึง 8 ชั่วโมง เพื่อรองรับแผนการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน Eraring กำลังผลิต 2.88 GW ที่มีกำหนดปิดตัวลงในเดือนเมษายน 2572
ผลกระทบ:
- ยกระดับกำลังการผลิตไฟฟ้าแบบสั่งการได้ (Dispatchable Capacity) ป้องกันความเสี่ยงจากการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าช่วงหัวค่ำ และสนับสนุนเป้าหมายของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ในการจัดหาระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Energy Storage)
- เป็นกรณีศึกษาสำคัญระดับสากลในการเปลี่ยนผ่านโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเดิม (Brownfield Transition) มาเป็นศูนย์กลางพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานขนาดมหึมา
ที่มา: PV Magazine Australia / RenewEconomy, 6 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ศาลสูงออสเตรเลียมีคำพิพากษาประวัติศาสตร์สั่งระงับการขยายเหมืองถ่านหินโดยนำมิติการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมมาพิจารณา
รายละเอียด:
- ศาลสูงออสเตรเลีย (High Court of Australia) มีคำพิพากษายกเลิกการอนุมัติขยายโครงการทำเหมืองถ่านหิน Mt Pleasant ของบริษัท MACH Energy ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งมีกำลังผลิต 406 ล้านตันในระยะเวลา 22 ปี
- คำตัดสินระบุว่า คณะกรรมการวางแผนอิสระ (IPC) มีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องประเมินผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศระดับท้องถิ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ถ่านหินส่งออก หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3 Emissions) ซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยงไฟป่า ภัยแล้ง และน้ำท่วมในพื้นที่
ผลกระทบ:
- สร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายใหม่ที่ผูกมัดหน่วยงานพิจารณาอนุญาตโครงการพลังงานและเหมืองแร่ทั่วประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อโครงการถ่านหินที่รอการอนุมัติอีกกว่า 17 โครงการ
- เร่งกระบวนการปลดระวางเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบเศรษฐกิจ และส่งผลให้ความแน่นอนของอุปทานเชื้อเพลิงฟอสซิลลดลง บีบให้กิจการไฟฟ้าต้องเร่งพัฒนาพลังงานทดแทนและระบบความมั่นคงทางไฟฟ้าเพื่อชดเชยการลดลงของภาคถ่านหิน
ที่มา: RenewEconomy, 7 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐวิกตอเรียประกาศกรอบประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 2 GW รายแรกของออสเตรเลียด้วยสัญญาระยะยาว 20 ปี
รายละเอียด:
- หน่วยงาน Offshore Wind Energy Victoria (OWEV) ของรัฐบาลรัฐวิกตอเรีย เผยแพร่คู่มือการประมูลสัมปทานโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) ชุดแรกกำลังการผลิต 2 GW ในพื้นที่เขต Gippsland
- กลไกสนับสนุนทางการเงินจะใช้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าส่วนต่าง (Contract for Difference: CfD) ระยะเวลา 20 ปี ซึ่งยาวนานกว่ามาตรฐานสากล พร้อมค่าตอบแทนความพร้อมจ่าย (Availability Payment) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความผันผวนของรายได้ในตลาดไฟฟ้า และบูรณาการเข้ากับกลไก Electricity Services Entry Mechanism (ESEM) ของรัฐบาลกลาง
ผลกระทบ:
- ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับสากลเข้าสู่ภาคพลังงานทดแทนขั้นสูงในออสเตรเลีย สร้างระบบผลิตไฟฟ้ากำลังสูงที่จ่ายกระแสไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหิน Yallourn ที่จะปิดตัวลง
- กระตุ้นการขยายขีดความสามารถการรับโหลดของระบบสายส่งนอกชายฝั่งและระบบเชื่อมโยงระหว่างรัฐ สร้างเสถียรภาพระยะยาวให้กับโครงข่ายไฟฟ้าทางตอนใต้ของออสเตรเลีย
ที่มา: RenewEconomy, 6 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : ไต้หวันพิจารณาหวนคืนสู่พลังงานนิวเคลียร์เพื่อรับมือวิกฤตความต้องการไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมชิปเซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูล AI
รายละเอียด:
- คณะกรรมการความปลอดภัยนิวเคลียร์ของไต้หวันเสร็จสิ้นการประเมินแผนการฟื้นฟูโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Maanshan ซึ่งอาจเริ่มกลับมาเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าได้เร็วที่สุดในปี 2571 หลังเพิ่งปลดระวางไปเมื่อปีที่ผ่านมา
- การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงานดังกล่าวมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI Data Center ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ LNG สูงถึง 96% และการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่พลาดเป้าหมาย
ผลกระทบ:
- สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าและกิจการไฟฟ้าทั่วโลก ว่าการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center ทำให้โครงสร้างโหลดไฟฟ้า (Demand Profile) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนพลังงานหมุนเวียนและระบบโครงข่ายที่มีอยู่อาจไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที
- บีบให้ผู้กำหนดนโยบายต้องทบทวนสัดส่วนพลังงานฐานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Clean Baseload) เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้าควบคู่ไปกับเป้าหมายความยั่งยืนและการลดคาร์บอน
ที่มา: ABC News, 8 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- แปซิฟิกร่วมมือขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด: รัฐบาลออสเตรเลียมอบเงินสนับสนุน 13 ล้านดอลลาร์ และบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกหารือแผนงานระดับภูมิภาคเพื่อยุติการพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันดีเซลและมุ่งสู่พลังงานหมุนเวียน 100%
- ความสำเร็จโซลาร์เซลล์เพโรฟสไกต์: ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of New South Wales (UNSW) พัฒนาแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพโรฟสไกต์ขนาด 30×30 ซม. สร้างสถิติประสิทธิภาพการแปลงพลังงานระดับโลกใหม่ที่ 23.5% โดยเตรียมขยายผลสู่เชิงพาณิชย์
- ปริมาณการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาทำสถิติสูงสุด: ออสเตรเลียติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในเดือนกันยายน 2569 เกือบ 312 MW โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการอุดหนุนแบตเตอรี่ในครัวเรือนของภาครัฐ ช่วยหนุนการผลิตไฟฟ้าสะอาดพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
- การขยายตัวของสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์: บริษัท Ampol เข้าซื้อกิจการเครือข่ายชาร์จ Evie Networks ด้วยมูลค่า 225 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มจุดชาร์จกว่า 1,030 ช่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งรองรับปริมาณการใช้ EV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
- โครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมเกาะแทสเมเนียคืบหน้า: โครงการ Marinus Link ขนาด 750 MW เริ่มต้นการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างเป็นทางการ เชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าระหว่างรัฐแทสเมเนียและรัฐวิกตอเรียเพื่อบริหารจัดการพลังงานน้ำและพลังงานหมุนเวียนร่วมกัน