รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 19-Sep-2026 ถึง 25-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายปกป้องผู้ใช้ไฟฟ้าจากภาระต้นทุนศูนย์ข้อมูล AI
รายละเอียด:
- สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐอเมริกาลงมติอย่างท่วมท้น 417 ต่อ 3 เสียง ผ่านร่างกฎหมาย Ratepayer Protection Act เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการขยายตัวของโครงข่ายเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center) ตกเป็นภาระของผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย
- ร่างกฎหมายนี้กำหนดให้พิจารณาเกณฑ์ระดับสหพันธรัฐที่ให้ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลต้องจัดหาไฟฟ้าด้วยตนเอง และแบกรับต้นทุนการปรับปรุงระบบสายส่งและโรงไฟฟ้าที่ตนเป็นสาเหตุในการกระตุ้นโหลด โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตร่วมผลักดัน ท่ามกลางกระแสการจัดเก็บค่าไฟฟ้าที่เข้มงวดขึ้นในระดับมลรัฐ เช่น เท็กซัสและเวอร์จิเนีย
ผลกระทบ:
- การส่งผ่านต้นทุนโครงข่ายจะเปลี่ยนทิศทาง โดยผู้ประกอบการเทคโนโลยีขนาดใหญ่จะต้องร่วมรับผิดชอบเงินลงทุนด้านระบบส่ง (CAPEX) มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและอัตราค่าไฟฟ้าพิเศษ (Special Rate Contracts) ในตลาดโครงข่ายทั่วสหรัฐฯ
- เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำกับดูแลด้านพลังงานในระดับสากลและไทย ในการออกแบบกลไก Cost Allocation ให้สะท้อนต้นทุนจริง (Cost-reflective) โดยป้องกันปัญหาการอุดหนุนข้ามกลุ่ม (Cross-subsidization) จากผู้ใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรมไฮเทคไปยังภาคประชาชน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของกิจการไฟฟ้าและความเป็นธรรมในสังคม
ที่มา: T&D World, 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รายงาน FERC และ NERC ชี้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักมีความมั่นคงสูงขึ้นในช่วงสภาพอากาศหนาวจัด
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานกลางแห่งสหรัฐฯ (FERC) ร่วมกับบรรษัทความน่าเชื่อถือด้านไฟฟ้าแห่งอเมริกาเหนือ (NERC) เผยแพร่ผลการประเมินการทำงานของระบบไฟฟ้าหลัก (Bulk-Power System) ในช่วงพายุฤดูหนาว Fern และ Gianna ต้นปี 2569 โดยพบว่าระบบทำงานได้ราบรื่นและไม่เกิดการหยุดชะงักรุนแรงในระบบก๊าซธรรมชาติและโครงข่ายไฟฟ้า
- ประธาน FERC Laura V. Swett และประธาน NERC Jim Robb ระบุว่าความสำเร็จเกิดจากการบังคับใช้มาตรฐานความน่าเชื่อถือช่วงอากาศหนาวจัด (Cold Weather Reliability Standards) การประสานงานล่วงหน้าของโรงไฟฟ้า และคำสั่งฉุกเฉินตามมาตรา 202(c) ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อย่างไรก็ดี ระบบยังคงตึงตัวอย่างหนักและต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานท่อก๊าซและการพยากรณ์โหลดอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบ:
- ยืนยันถึงความจำเป็นในการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานการเตรียมพร้อมรับมือภัยหนาว (Winterization) สำหรับโรงไฟฟ้าและระบบท่อก๊าซธรรมชาติเพื่อป้องกันเหตุการณ์โรงไฟฟ้าดับเฉียบพลันพร้อมกัน (Common Mode Failure)
- เป็นกรณีศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ต่อการออกแบบมาตรฐานความมั่นคงระบบไฟฟ้าในยุคที่สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยครั้งขึ้น โดยชี้ให้เห็นว่าการประสานงานอย่างบูรณาการระหว่างโครงข่ายไฟฟ้าและโครงข่ายก๊าซธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของการจ่ายไฟ
ที่มา: T&D World, 23 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ร่างกฎหมายวุฒิสภาสหรัฐฯ เสนอมาตรการเครดิตภาษี 30% สำหรับการลงทุนระบบสายส่งระดับภูมิภาค
รายละเอียด:
- วุฒิสมาชิก Martin Heinrich จากรัฐนิวเม็กซิโก เสนอร่างกฎหมาย Grid Resiliency Tax Credit Act เพื่อจัดตั้งเครดิตภาษีการลงทุน (ITC) สัดส่วน 30% สำหรับการก่อสร้างและปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าระดับภูมิภาค เพื่อแก้ปัญหาโครงข่ายไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานสูงและรองรับความต้องการไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 55% ภายในปี 2593
- กฎหมายนี้ครอบคลุมระบบสายส่งที่มีกำลังส่งไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ ข้ามพรมแดนรัฐหรือเขตวางแผนระบบส่ง โดยมีพิกัดแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับตั้งแต่ 345 กิโลโวลต์ หรือกระแสตรงตั้งแต่ 200 กิโลโวลต์ขึ้นไป รวมถึงการเปลี่ยนสายตัวนำสมรรถนะสูง (Advanced Conductors) และอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้าแรงสูง เช่น หม้อแปลงและอุปกรณ์ชดเชยกำลังไฟฟ้า (SVC, STATCOM, Synchronous Condenser)
ผลกระทบ:
- ช่วยเร่งรัดการลงทุนในเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่ง (Grid-Enhancing Technologies: GETs) และการปรับปรุงแนวสายส่งเดิม (Reconductoring) ให้ประหยัดต้นทุนและเร็วกว่าการสร้างสายส่งใหม่ ซึ่งช่วยปลดล็อกคอขวดของการเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้า
- เป็นต้นแบบนโยบายการเงินและการคลังที่ภาครัฐสามารถนำมาใช้กระตุ้นให้เกิดการขยายโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างภูมิภาค เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้ารวมของระบบ
ที่มา: T&D World, 23 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กองทัพบกสหรัฐฯ คัดเลือก 3 ผู้พัฒนา ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และนิวเคลียร์ขั้นสูงในพื้นที่ทหาร
รายละเอียด:
- กองทัพบกสหรัฐฯ คัดเลือก 3 บริษัท ได้แก่ Ameresco, กิจการร่วมค้า Indelible-Bloom และ Frontier Power USA ในการเจรจาสัญญาเช่าพื้นที่ระยะยาวเพื่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กใน 6 ฐานทัพ ภายใต้อำนาจสัญญาเช่าเพื่อประโยชน์ร่วม (Enhanced Use Lease: EUL)
- Ameresco เตรียมพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติตามด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เกลือหลอมเหลว (IMSR) ของ Terrestrial Energy ที่ฐานทัพ Aberdeen Proving Ground รัฐแมริแลนด์ และเตาปฏิกรณ์ขนาดไมโคร (Microreactor) ร่วมกับเตาปฏิกรณ์โมดูลาร์ขนาดเล็ก (SMR) ที่ Picatinny Arsenal รัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะต้องจ่ายไฟเข้าระบบพาณิชย์ แต่ต้องสามารถแยกตัวเป็นระบบเอกเทศ (Islanding Mode) เพื่อจ่ายไฟให้ฐานทัพได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 14 วันเมื่อเกิดเหตุระบบโครงข่ายหลักดับ
ผลกระทบ:
- ก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ผสานความมั่นคงระดับยุทธศาสตร์ของชาติเข้ากับกลไกตลาดไฟฟ้าพาณิชย์ โดยลดภาระเงินลงทุนของภาครัฐด้วยการดึงเงินทุนเอกชนมาสร้างโรงไฟฟ้าสมรรถนะสูงในจุดที่มีความสำคัญต่อระบบ
- สะท้อนแนวโน้มการกระจายตัวของโรงไฟฟ้าฐานคาร์บอนต่ำ (Distributed Baseload) โดยเฉพาะเทคโนโลยี SMR และ Microreactor ซึ่งช่วยเสริมความยืดหยุ่นและการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ
ที่มา: POWER Magazine, 24 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : คณะกรรมการกำกับดูแลรัฐนิวยอร์กจัดซื้อระบบกักเก็บพลังงานระดับ Bulk Grid รวม 950 เมกะวัตต์ พร้อมกลไกประกันรายได้
รายละเอียด:
- องค์การวิจัยและพัฒนาพลังงานแห่งรัฐนิวยอร์ก (NYSERDA) ประกาศผลการคัดเลือกโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ระดับหน้ามิเตอร์ (Front-of-the-Meter: FTM) หรือ Bulk Storage จำนวน 8 โครงการ รวมกำลังการผลิต 950 เมกะวัตต์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายนโยบายติดตั้ง BESS ให้ได้ 6 กิกะวัตต์ภายในปี 2573
- โครงการส่วนใหญ่มีระยะเวลาจ่ายไฟ 4 ชั่วโมง และมี 1 โครงการขนาด 250 เมกะวัตต์ / 2,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ที่จ่ายไฟได้นาน 8 ชั่วโมง โดยใช้กลไกสัญญาทางการเงิน Index Storage Credit ซึ่งกำหนดราคาเป้าหมาย (Strike Price) หากโครงการสร้างรายได้จากตลาดขายส่งไฟฟ้า (NYISO) ต่ำกว่าราคาเป้าหมาย NYSERDA จะจ่ายเงินชดเชยส่วนต่าง แต่หากได้กำไรเกินกว่านั้น ผู้ประกอบการต้องส่งคืนส่วนเกิน
ผลกระทบ:
- กลไก Index Storage Credit ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนรายได้ในตลาดขายส่งไฟฟ้า (Missing Money Problem) ทำให้นักลงทุนสามารถระดมทุนในโครงการ BESS ขนาดใหญ่ได้อย่างมีเสถียรภาพโดยไม่สร้างภาระค่าไฟแก่ประชาชนเกินความจำเป็น
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของการออกแบบเครื่องมือทางการเงินที่มีการรับประกันความเสี่ยงด้านรายได้ (Revenue Underwriting) เพื่อดึงดูดการลงทุนในสินทรัพย์ BESS ระยะเวลาจ่ายไฟยาวนาน (LDES) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนในระบบโครงข่ายยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: Energy Storage News, 24 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : เทสลาและซันรันสร้างสถิติสั่งจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าเสมือนกว่า 580 เมกะวัตต์ บรรเทาวิกฤตคลื่นความร้อนในแคลิฟอร์เนีย
รายละเอียด:
- บริษัทบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานแบบกระจายตัว Sunrun ร่วมกับ Tesla ปลดปล่อยกำลังไฟฟ้าจากระบบแบตเตอรี่ที่อยู่อาศัยรวมกว่า 580 เมกะวัตต์ เข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐแคลิฟอร์เนียในช่วงวิกฤตคลื่นความร้อน ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์สั่งจ่ายไฟฟ้าผ่านโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์
- การสั่งจ่ายไฟฟ้านี้ครอบคลุมแบตเตอรี่ Tesla Powerwall ประมาณ 110,000 เครื่อง และแบตเตอรี่จากผู้ผลิตรายอื่นอีก 30,000 เครื่อง ภายใต้โครงการ Demand Side Grid Support ของคณะกรรมาธิการพลังงานแคลิฟอร์เนีย (CEC) และโครงการ Emergency Load Reduction Program ของคณะกรรมการกำกับดูแลสาธารณูปโภค (CPUC) เพื่อช่วยลดแรงกดดันต่อราคาค่าไฟฟ้าในตลาดจรและรักษากำลังผลิตสำรองของระบบ
ผลกระทบ:
- พิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า แหล่งพลังงานแบบกระจายตัว (DERs) ในภาคครัวเรือนสามารถรวมกลุ่มเพื่อทำหน้าที่เทียบเท่ากับโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซสำหรับเสริมความมั่นคงช่วงพีค (Peaker Plant) ได้อย่างรวดเร็วและสะอาด
- เป็นโมเดลสำคัญสำหรับกิจการไฟฟ้าและผู้บริหารระบบโครงข่าย (TSO/DSO) ทั่วโลกในการเร่งผลักดันนโยบาย VPP และโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่จูงใจ เพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้ไฟฟ้าให้กลายเป็นสินทรัพย์ยืดหยุ่นที่ช่วยเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาพรวม
ที่มา: Energy Storage News, 22 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กอบกู้เสถียรภาพระบบไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมตัดปัญหาคอขวดสายส่งสำหรับการนำพลังงานสะอาดป้อนศูนย์ข้อมูล AI
รายละเอียด:
- บริษัทสตาร์ตอัป Rune ประกาศระดมทุนรอบ Series A จำนวน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อขยายการติดตั้งระบบไมโครดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับประมวลผล AI แบบนอกโครงข่าย (Off-Grid) ติดตั้งตรงในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยเชื่อมต่อระบบตรงด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Direct Coupling) โดยไม่ต้องผ่านระบบสายส่งของการไฟฟ้า
- เทคโนโลยีนี้มุ่งเป้าไปที่การดูดซับพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินที่ถูกสั่งลดกำลังผลิต (Curtailment) ซึ่งมีมากกว่า 50 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปีในสหรัฐฯ ช่วยลดการสูญเสียจากการแปลงผันพลังงาน ลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลได้ถึง 85% และติดตั้งคลัสเตอร์หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ได้ภายในเวลาเพียง 6 สัปดาห์ โดยเปิดใช้งานแห่งแรกแล้วที่โซลาร์ฟาร์มขนาด 200 เมกะวัตต์ในรัฐเท็กซัส
ผลกระทบ:
- การแก้ปัญหาด้วยการจัดตั้งภาระไฟฟ้าแบบกระจายตัวและไม่ต้องพึ่งพาระบบโครงข่ายหลัก ช่วยบรรเทาปัญหาแถวคอยการเชื่อมต่อโครงข่าย (Interconnection Queue Backlog) ที่ยาวนานหลายปีของทั้งโรงไฟฟ้าและดาต้าเซ็นเตอร์
- สะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของระบบไฟฟ้าที่โหลดขนาดใหญ่และแหล่งกำเนิดพลังงานสะอาดเริ่มบูรณาการเข้าหากันโดยตรง (Behind-the-Meter Co-location) ซึ่งจะท้าทายรูปแบบการวางแผนระบบไฟฟ้ากำลังแบบรวมศูนย์และการพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าแบบดั้งเดิมขององค์กรสาธารณูปโภค
ที่มา: pv magazine USA, 24 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ศาลแขวงสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกคำสั่งระงับเงินทุน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการ Solar for All ทำให้องค์กรไม่แสวงหากำไรและผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อยต่อไปได้
- Nvidia เปิดตัวโครงการรับรองมาตรฐาน DSX Ready สำหรับศูนย์ข้อมูล AI โดยคัดเลือกโซลูชันระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 3 รายแรก ได้แก่ Hitachi Energy, LG Energy Solution และ Tesla เพื่อเสริมเสถียรภาพและคุณภาพไฟฟ้า
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงานมลรัฐนอร์ทแคโรไลนาปฏิเสธคำขอสร้างโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซขนาด 255 เมกะวัตต์ของบริษัท Duke Energy โดยระบุว่ามีความไม่แน่นอนของโหลดศูนย์ข้อมูลและมีต้นทุนโครงการที่สูงเกินความจำเป็น
- การศึกษาจาก Terawatt PV Research ระบุว่า สหรัฐฯ มียอดผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์สะสมแตะระดับ 100 กิกะวัตต์ในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 โดยกว่า 70% เกิดขึ้นจากการกระตุ้นผ่านกฎหมาย Inflation Reduction Act นับตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นมา
- สมาคมพลังงานสะอาดอเมริกัน (ACP) และ Wood Mackenzie รายงานว่า การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ ประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2569 มีปริมาณพลังงานสะสมทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 18.9 กิกะวัตต์-ชั่วโมง โดยมีระยะเวลาจ่ายไฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 ชั่วโมง