รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 12-Sep-2026 ถึง 18-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สเปนเปิดตัวตลาดจัดหาความพร้อมจ่ายไฟฟ้า ควบคู่การเพิ่มงบลงทุนระบบสายส่งสูงกว่า 1.7 หมื่นล้านยูโร
รายละเอียด:
- กระทรวงเพื่อการเปลี่ยนผ่านทางนิเวศวิทยาและการจัดการความท้าทายด้านประชากรของสเปน (MITECO) ประกาศระเบียบตลาดจัดหาความพร้อมจ่ายไฟฟ้า (Capacity Market) เพื่อสร้างกลไกรายได้ใหม่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ โรงไฟฟ้า และการตอบสนองด้านโหลด โดยเน้นการจัดหาผ่านการประมูลแบบไม่จำกัดเทคโนโลยี กำหนดเพดานการปล่อยคาร์บอนที่ 550 กรัมต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง สำหรับการลงทุนใหม่จะจำกัดเฉพาะพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ และการบริหารจัดการโหลดเท่านั้น เพื่อมุ่งเน้นกำลังผลิตที่ไร้คาร์บอน
- รัฐบาลสเปนปรับเพิ่มแผนการลงทุนระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าจนถึงปี 2573 เป็นมูลค่ามากกว่า 1.7 หมื่นล้านยูโร เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 จากแผนเดิม เพื่อขยายสถานีไฟฟ้าย่อย 193 แห่ง และสร้างสายส่งใหม่ความยาว 6,706 กิโลเมตร รองรับการขยายตัวของความต้องการไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรม ศูนย์ข้อมูล และยานยนต์ไฟฟ้า โดยมี Red Eléctrica ผู้ให้บริการระบบโครงข่าย และคณะกรรมการตลาดและการแข่งขันแห่งชาติ (CNMC) ร่วมกำกับดูแล
ผลกระทบ:
- สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดว่า การพึ่งพาตลาดไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบเปิดเผชิญภาวะราคาวูบวาบและเกิดภาวะราคาเป็นศูนย์หรือติดลบ การมีตลาดจัดหาความพร้อมจ่ายจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกันรายได้ระยะยาว (Revenue Visibility) สูงสุด 15 ปีให้แก่ผู้ลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน BESS และดึงดูดการตอบสนองด้านโหลดเพื่อเสริมความมั่นคงระบบ
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระบบส่งไฟฟ้าให้เติบโตทันกับปริมาณพลังงานหมุนเวียน โดยจัดเก็บต้นทุนตลาดกำลังการผลิตจากผู้ใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่ระบบมีความตึงตัวสูงสุด เพื่อส่งสัญญาณราคาทางเศรษฐศาสตร์กระตุ้นการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานออกจากช่วงพีกของระบบ
ที่มา: pv magazine Global วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : สหภาพยุโรปเตรียมเข็นแพ็กเกจโครงข่ายไฟฟ้าและการเร่งรัดอนุมัติโครงการ แก้ปัญหาพลังงานหมุนเวียนตกค้างการเชื่อมต่อกว่า 6 เท่า
รายละเอียด:
- เออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภายุโรป ชี้แจงว่าสภาพภูมิอากาศสุดขั้วในฤดูร้อนสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล พร้อมทั้งย้ำเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าของสหภาพยุโรปเป็นสองเท่าภายในปี 2583 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สร้างความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์
- ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเปิดเผยว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาแม้สหภาพยุโรปจะติดตั้งกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 80 กิกะวัตต์ แต่มีโครงการพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากกว่านั้นถึง 6 เท่าที่ยังติดค้างรอการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า จึงประกาศผลักดันชุดนโยบายโครงข่ายไฟฟ้า (Grids Package) อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเสนอมาตรการลดขั้นตอนทางปกครองและการเร่งรัดใบอนุญาตเชื่อมต่อระบบโครงข่ายสำหรับโครงการเชิงยุทธศาสตร์
ผลกระทบ:
- สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของกิจการไฟฟ้าทั่วโลกที่กำลังเผชิญปัญหาคอขวดด้านระบบสายส่งและการเชื่อมต่อระบบโครงข่าย (Interconnection Queue) ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน หากไม่มีการปฏิรูปกระบวนการอนุมัติและลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าแบบบูรณาการ
- ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลจำเป็นต้องมองว่าโครงข่ายไฟฟ้าคือความมั่นคงทางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเชื่อมโยงเทคโนโลยีอัจฉริยะและการพัฒนามาตรการเร่งรัดกระบวนการอนุญาตสายส่งจึงเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เงินลงทุนในพลังงานสะอาดสูญเปล่า
ที่มา: Balkan Green Energy News วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : วัทเทนฟอลล์อนุมัติการลงทุนขั้นสุดท้ายโครงการแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 254 เมกะวัตต์ ณ อดีตพื้นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเยอรมนี
รายละเอียด:
- วัทเทนฟอลล์ (Vattenfall) รัฐวิสาหกิจพลังงานของสวีเดน บรรลุการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในการก่อสร้างระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดกำลังขับ 254 เมกะวัตต์ และความจุประมาณ 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ที่เมืองบรุนส์บึทเทล ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนี โดยใช้พื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บรุนส์บึทเทลที่อยู่ระหว่างการรื้อถอน
- โครงการนี้จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 380 กิโลโวลต์ของเยอรมนี มีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในปลายปี 2571 โดย เคลาส์ วัทเทินดรุป หัวหน้าฝ่ายโซลาร์และแบตเตอรี่ของวัทเทนฟอลล์ ระบุว่าโครงการนี้จะเพิ่มกำลังกักเก็บของบริษัทขึ้นอีกเกือบเท่าตัว พร้อมทั้งต่อยอดธุรกิจการบริหารจัดการความยืดหยุ่น (Flexibility Optimisation) สู่เป้าหมาย 1.5 กิกะวัตต์ภายในปี 2572
ผลกระทบ:
- ถือเป็นรูปแบบธุรกิจต้นแบบสำหรับการปรับเปลี่ยนทรัพย์สินเดิมในระบบไฟฟ้า (Asset Repurposing) โดยใช้วิธีนำจุดเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงและพื้นที่เดิมของโรงไฟฟ้าที่ปลดระวางมาสร้างมูลค่าใหม่ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการขอขยายสายส่งใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของบทบาทผู้ให้บริการระบบกักเก็บพลังงานระดับกริดสเกลที่มีระยะเวลาการจ่ายไฟระดับ 4 ชั่วโมง ซึ่งกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการรองรับความผันผวนของพลังงานลมและโซลาร์ในยุโรปเหนือ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนฐานเดิม
ที่มา: Power Technology วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : สกายบอร์น รีนิวเอเบิลส์ ปิดดีลระดมทุน 3.5 พันล้านดอลลาร์ ลุยสร้างฟาร์มกังหันลมกลางทะเลเกนนาเกอร์ในเยอรมนี
รายละเอียด:
- สกายบอร์น รีนิวเอเบิลส์ (Skyborn Renewables) ประสบความสำเร็จในการปิดดีลทางการเงินมูลค่ากว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเดินหน้าก่อสร้างโครงการฟาร์มกังหันลมกลางทะเล เกนนาเกอร์ (Gennaker) กำลังผลิต 976.5 เมกะวัตต์ ในทะเลบอลติก ห่างจากชายฝั่งแคว้นเมคเลนบูร์ก-ฟอร์พอมเมิร์นของเยอรมนีราว 15 กิโลเมตร โดยประกอบด้วยเงินกู้แบบไม่มีสิทธิไล่เบี้ย 2.1 พันล้านยูโรจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 16 แห่งและธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB)
- โครงการดังกล่าวได้ดึง สตาดท์แวร์เคอ มึนเช่น (Stadtwerke München) เข้าถือหุ้นเชิงยุทธศาสตร์ร้อยละ 25 และติดตั้งกังหันลมจำนวน 63 ต้น คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ 3.8 เทระวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เริ่มจ่ายไฟปลายปี 2571 พร้อมทั้งได้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (Corporate PPA) ระยะยาวกับลูกค้ารายใหญ่อย่าง อะเมซอน (Amazon) จำนวน 600 เมกะวัตต์ และยูนิเปอร์ (Uniper) จำนวน 100 เมกะวัตต์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผลกระทบ:
- การนำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวภาคเอกชน (Corporate PPA) ขนาดใหญ่มาผูกกับโครงการพลังงานนอกชายฝั่ง แสดงให้เห็นถึงแนวทางบรรเทาความเสี่ยงด้านรายได้ของโครงการขนาดใหญ่โดยไม่พึ่งพิงเงินอุดหนุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อโหลดขนาดใหญ่ภาคดิจิทัลและอุตสาหกรรม
- สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดทุนต่อโครงการพลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่งในยุโรป แม้เผชิญแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนดอกเบี้ย โดยโครงสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจท้องถิ่น และสถาบันการเงินระหว่างประเทศเป็นแบบจำลองทางการเงินที่นำไปปรับใช้ได้ในระดับสากล
ที่มา: Power Technology วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : สหราชอาณาจักรอนุมัติการพัฒนาระบบสายส่งเชื่อมต่อฟาร์มกังหันลมกลางทะเลมอร์แคมบ์และมอร์แกนสู่โครงข่ายไฟฟ้าหลัก
รายละเอียด:
- กระทรวงความมั่นคงทางพลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของสหราชอาณาจักร (DESNZ) ได้อนุมัติคำขอพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งสำหรับโครงการฟาร์มกังหันลมกลางทะเลมอร์แกนและมอร์แคมบ์ในทะเลไอริช เพื่อส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าจากโครงการมอร์แคมบ์ขนาด 480 เมกะวัตต์ และมอร์แกนขนาด 1.5 กิกะวัตต์ เข้าสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าแห่งชาติ
- โครงการระบบสายส่งที่ได้รับความเห็นชอบนี้ประกอบด้วย สายเคเบิลส่งไฟฟ้าใต้ทะเล จุดขึ้นฝั่ง และสายส่งใต้ดินที่เชื่อมต่อไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงเพนเวิร์ตแฮมของ National Grid โดยโครงการนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการตรวจสอบของสำนักงานผู้ตรวจการวางผังเมือง (Planning Inspectorate) ภายใต้กรอบเวลาตามกฎหมาย
ผลกระทบ:
- การอนุมัติระบบส่งแบบใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกันระหว่างหลายโครงการสะท้อนถึงการปรับตัวของกิจการไฟฟ้าอังกฤษในการลดความซ้ำซ้อนของแนวสายส่ง และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนชายฝั่ง
- เน้นย้ำบทบาทของการวางแผนขยายระบบส่งไฟฟ้าเชิงรุก (Coordinated Grid Connection) เพื่อรองรับกำลังผลิตไฟฟ้านอกชายฝั่งขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายการปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของระบบไฟฟ้าอังกฤษภายในปี 2578
ที่มา: Power Technology วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : กรีซประกาศกฎหมายใหม่เปิดทางโซลาร์เซลล์ระเบียงขนาดไม่เกิน 800 วัตต์ พร้อมระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานอิสระ
รายละเอียด:
- กระทรวงสิ่งแวดล้อมและพลังงานของกรีซประกาศบังคับใช้กรอบนโยบายการผลิตและใช้ไฟฟ้าเอง (Self-consumption) ฉบับใหม่โดยไม่ต้องผ่านสภา โดยอนุญาตให้ประชาชนสามารถติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบเสียบปลั๊กบนระเบียง (Balcony Solar) กำลังผลิตไม่เกิน 800 วัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่แบบติดตั้งเดี่ยว (Standalone Battery) ได้เป็นครั้งแรก
- ข้อกำหนดระบุให้ระบบดังกล่าวต้องใช้สำหรับการบริโภคภายในบ้านเรือนเท่านั้นและห้ามจ่ายไฟย้อนกลับเข้าสู่ระบบโครงข่าย โดยจะต้องติดตั้งควบคู่กับสมาร์ทมิเตอร์เพื่อให้ผู้ดำเนินการระบบจำหน่าย (DSO) สามารถตรวจสอบได้จากระยะไกล ทั้งนี้ โครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าแบบไดนามิกจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถชาร์จไฟจากโครงข่ายในช่วงราคาต่ำและนำมาใช้ในช่วงราคาพีกเพื่อลดค่าไฟ
ผลกระทบ:
- ช่วยเร่งการกระจายตัวของพลังงานหมุนเวียนสู่กลุ่มผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองและผู้เช่าอาคารชุดที่ไม่สามารถเข้าถึงการติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาแบบเดิมได้ ถือเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังและแบตเตอรี่ขนาดเล็ก
- ในมิติของระบบจำหน่ายไฟฟ้า การกำหนดให้มีสมาร์ทมิเตอร์และสิทธิของ DSO ในการระงับการเชื่อมต่อในพื้นที่ที่โครงข่ายมีความหนาแน่น ถือเป็นมาตรการป้องกันความเสี่ยงด้านแรงดันไฟฟ้าเกินและการไหลย้อนกลับของกำลังไฟฟ้าที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของโครงข่ายระดับท้องถิ่น
ที่มา: pv magazine Global วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : สหภาพยุโรปจัดสรรเงินทุน 125.8 ล้านยูโรแก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนเชื่อมโยงข้ามพรมแดน
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรปอนุมัติเงินสนับสนุนมูลค่า 125.81 ล้านยูโรผ่านกลไก Connecting Europe Facility (CEF) Energy เพื่อจัดสรรแก่ 3 โครงการพลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน ได้แก่ โครงการระบบทำความร้อนชุมชนไร้คาร์บอนเชื่อมโยงระหว่างเมืองเกอร์ลิทซ์ (เยอรมนี) และเมืองซกอร์เซเลค (โปแลนด์) มูลค่า 70 ล้านยูโร และโครงการแปลงระบบความร้อนด้วยชีวมวลระหว่างเมืองสวูบิตเซ (โปแลนด์) และเมืองแฟรงก์เฟิร์ตอันเดอร์โอเดอร์ (เยอรมนี) มูลค่า 11.41 ล้านยูโร
- โครงการที่สามคือโครงการพัฒนาฟาร์มกังหันลมบนบกข้ามพรมแดนบริเวณรอยต่อประเทศลัตเวียและลิทัวเนีย (UELJO WP) ได้รับทุนสนับสนุน 44.40 ล้านยูโร เพื่อติดตั้งกังหันลมและเชื่อมต่อเข้ากับระบบสายส่งร่วม ซึ่งคาดว่าจะผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้ถึง 680 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้าแถบบอลติกหลังตัดขาดจากโครงข่ายรัสเซีย
ผลกระทบ:
- การส่งเสริมการใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบส่งไฟฟ้าร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกช่วยลดต้นทุนการลงทุนซ้ำซ้อน เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และผลักดันการรวมกลุ่มของตลาดพลังงานระดับภูมิภาคให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนนโยบายการลดคาร์บอนข้ามพรมแดนที่ไม่จำกัดเฉพาะการผลิตไฟฟ้า แต่ขยายผลไปยังภาคส่วนความร้อนของชุมชน (District Heating) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาตินำเข้าในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก
ที่มา: European Commission วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- สหภาพยุโรปจับมือสถาบันมหาวิทยาลัยยุโรปเปิดตัวสถาบันกำกับดูแลกิจการพลังงาน (Energy Regulation Academy) เพื่อฝึกอบรมและยกระดับศักยภาพหน่วยงานกำกับดูแลของ 27 ชาติสมาชิกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปตลาดไฟฟ้า
- รัฐสภายุโรปมีมติสนับสนุนการขยายขอบเขตกลไกปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ให้ครอบคลุมสินค้าสำเร็จรูปกลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม พร้อมเพิ่มข้อยกเว้นสำหรับการแลกเปลี่ยนกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาเสถียรภาพโครงข่าย
- ซัลซ์กิทเทอร์ ผู้ผลิตเหล็กในเยอรมนี ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไฮบริดฉบับแรกกับ เซเลสตรา ครอบคลุมโซลาร์ 147 เมกะวัตต์ และแบตเตอรี่ 237 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเหล็กคาร์บอนต่ำ
- เอ็นเจน (NGEN) เปิดเดินเครื่องระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ขนาด 85 เมกะวัตต์ 170 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในออสเตรียตอนบน ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้า
- สโลวีเนียปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายพลังงาน โดยยกเลิกการให้เงินอุดหนุนการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า และโยกย้ายงบประมาณไปมุ่งเน้นการขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้าตามแนวโครงข่ายคมนาคมหลักแทน