รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 19-Sep-2026 ถึง 25-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าออสเตรเลียพุ่งทะลุสถิติ 80% ท่ามกลางความท้าทายด้านการตัดทอนพลังงานและเสถียรภาพโครงข่าย
รายละเอียด:
- ตลาดไฟฟ้ารวมแห่งชาติออสเตรเลียบันทึกสถิติใหม่ด้วยสัดส่วนการจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนสูงกว่า 80.4% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด โดยมีกำลังผลิตหลักมาจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคามากกว่า 50% ส่งผลให้ความต้องการไฟฟ้าจากระบบโครงข่ายหลักลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,422 เมกะวัตต์
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน นาย Chris Bowen และผู้บริหารระบบตลาดไฟฟ้าออสเตรเลียยืนยันว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีการตัดทอนกำลังผลิตส่วนเกินจากพลังงานลมและโซลาร์ฟาร์มมากกว่า 8.4 กิกะวัตต์ พร้อมอาศัยระบบกักเก็บพลังงานแบบแบตเตอรี่และโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับดูดซับไฟฟ้าส่วนเกินกว่า 5.3 กิกะวัตต์
ผลกระทบ:
การเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานหมุนเวียนส่งผลให้ราคาขายส่งไฟฟ้าลดต่ำลงอย่างมาก แต่สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงเกณฑ์เสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลัง โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัสไปสู่อินเวอร์เตอร์แบบสร้างโครงข่าย เพื่อรักษาความถี่ ความเฉื่อย และความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้า
สะท้อนบทเรียนสำคัญระดับสากลว่าการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จำเป็นต้องเร่งขยายการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว และกลไกบริหารจัดการโหลดแบบยืดหยุ่น เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการตัดทอนไฟฟ้าสะอาด
ที่มา: RenewEconomy, 22 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐวิกตอเรียออกเกณฑ์กำกับศูนย์ข้อมูล AI บังคับจัดหาพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานด้วยตนเอง
รายละเอียด:
- นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรีย นาย Ben Carroll ประกาศแผนปฏิบัติการศูนย์ข้อมูลที่ยั่งยืน โดยกำหนดให้โครงการศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ต้องจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยตนเองแบบครบ 100% พร้อมทั้งต้องแบกรับต้นทุนการเชื่อมต่อและอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าทั้งหมด
- มาตรการดังกล่าวยังห้ามศูนย์ข้อมูลใช้น้ำประปาเพื่อระบายความร้อน โดยบังคับให้ใช้น้ำรีไซเคิล และกำหนดระยะเว้นระยะห่างจากชุมชนไม่ต่ำกว่า 150 เมตรเพื่อลดผลกระทบทางเสียงและมลพิษ หลังความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคส่วนนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 4 เท่าตัวภายในปี 2573
ผลกระทบ:
ช่วยป้องกันไม่ให้ภาระต้นทุนโครงข่ายไฟฟ้าและการเพิ่มขึ้นของค่าไฟตกไปอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยและภาคครัวเรือน พร้อมทั้งผลักดันให้ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลต้องทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
เป็นโมเดลเชิงนโยบายระดับนานาชาติในการรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยเชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลเข้ากับเป้าหมายความยั่งยืนและการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
ที่มา: ABC News, 22 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ออสเตรเลียเดินหน้าเสริมความมั่นคงระบบโครงข่ายด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม
รายละเอียด:
- บริษัท AGL Energy ประกาศความสำเร็จในการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบของโครงการแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน Liddell ขนาด 500 เมกะวัตต์ / 1,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง บนพื้นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ภายใต้กรอบนโยบายโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าของรัฐบาลท้องถิ่น
- โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 4 โครงการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้ากำลัง รวมความจุ 1 กิกะวัตต์ / 3 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ที่ได้รับการสนับสนุนสัญญาบริการพลังงานระยะยาว และ AGL ได้ยื่นขออนุมัติโครงการแบตเตอรี่ใหม่อีก 2 แห่ง รวมถึงโครงการแบตเตอรี่ Bathurst ขนาดกักเก็บ 8 ชั่วโมง ความจุรวม 4,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลกระทบ:
การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานในจุดเชื่อมต่อโครงข่ายเดิมของโรงไฟฟ้าถ่านหินช่วยลดต้นทุนการขยายสายส่งใหม่ และเพิ่มความสามารถในการรองรับการจ่ายไฟฟ้าช่วงที่มีความต้องการสูงสุด รวมถึงเสริมความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อระบบได้อย่างรวดเร็ว
แสดงถึงแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของสาธารณูปโภคไฟฟ้าไปสู่ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวที่มีระยะเวลาจ่ายไฟฟ้านานขึ้น เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์และลมในระดับโครงข่ายหลักอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: RenewEconomy, 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : รัฐนิวเซาท์เวลส์รุกคืบโครงข่ายส่งไฟฟ้าในเขตพลังงานหมุนเวียน Central-West Orana ปลดล็อกพลังงานสะอาดสู่ผู้ใช้ไฟ 2.7 ล้านครัวเรือน
รายละเอียด:
- องค์กรบริหารพลังงานรัฐนิวเซาท์เวลส์ EnergyCo เริ่มต้นการดึงสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเส้นแรกในโครงการเขตพลังงานหมุนเวียน Central-West Orana หลังติดตั้งเสาส่งไฟฟ้าแล้วเสร็จ 64 ต้น เพื่อเชื่อมต่อระบบส่งไฟฟ้าจากพื้นที่ Elong Elong ไปยัง Barigan Creek
- โครงการดังกล่าวมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2571 ซึ่งจะปลดล็อกขีดความสามารถในการส่งผ่านไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประชาชนกว่า 2.7 ล้านครัวเรือน พร้อมจัดสรรงบประมาณพัฒนาชุมชนท้องถิ่นกว่า 128 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย
ผลกระทบ:
การพัฒนาสายส่งไฟฟ้าแรงสูงที่มีประสิทธิภาพช่วยบรรเทาปัญหาความแออัดของโครงข่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเชื่อมต่อโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรายใหม่เข้าสู่ตลาดไฟฟ้า
การประสานผลประโยชน์ร่วมกับชุมชนผ่านกองทุนพัฒนาท้องถิ่นช่วยสร้างการยอมรับทางสังคม ซึ่งเป็นปัจจัยวิกฤตในการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานขนาดใหญ่ให้สำเร็จตามแผนงานลดคาร์บอน
ที่มา: PV Magazine Australia, 24 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ข้อเสนอนโยบายพลังงานฉบับใหม่ของฝ่ายค้านออสเตรเลียสร้างแรงกระเพื่อมและความไม่แน่นอนต่อนักลงทุนพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- พรรคร่วมฝ่ายค้านของออสเตรเลียนำเสนอนโยบายพลังงาน 8 ข้อ มุ่งยกเลิกกฎหมายเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ยกเลิกเขตพัฒนาพลังงานลมนอกชายฝั่ง 4 แห่ง และยกเลิกมาตรฐานควบคุมการปล่อยมลพิษของยานยนต์ โดยหันไปสนับสนุนการขยายอายุโรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และผลักดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
- สมาคมและผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน อาทิ สภาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลุ่มเกษตรกรเพื่อการแก้ปัญหาภูมิอากาศ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายดังกล่าวจะทำให้เกิดความเสี่ยงเชิงนโยบายระดับประเทศ และทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน
ผลกระทบ:
ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายระหว่างสองขั้วการเมืองอาจชะลอการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงานในระยะยาวของประเทศสูงขึ้น
สะท้อนบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความจำเป็นของการมีฉันทามติทางการเมืองด้านยุทธศาสตร์พลังงาน เพื่อสร้างเสถียรภาพในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระหว่างประเทศ
ที่มา: RenewEconomy, 23 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : บริษัท Hysata เปิดสายการผลิตเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้ากำลังผลิต 50 เมกะวัตต์ หนุนบทบาทผู้นำเทคโนโลยีไฮโดรเจนสะอาด
รายละเอียด:
- บริษัทเทคโนโลยีไฮโดรเจน Hysata เปิดตัวสายการผลิตเชิงพาณิชย์แห่งแรกสำหรับเครื่องแยกน้ำด้วยไฟฟ้า ณ เมืองพอร์ตเคมบลา รัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุน 49 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียจากทบวงการพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลีย ผ่านกองทุนนวัตกรรมเพื่ออนาคตออสเตรเลีย
- เทคโนโลยีดังกล่าวใช้นวัตกรรมเซลล์แบบดูดซึมผ่านท่อขนาดเล็กที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าเพียง 41.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมงในการผลิตไฮโดรเจนเขียว 1 กิโลกรัม คิดเป็นประสิทธิภาพสูงถึง 95% ซึ่งสูงกว่าเทคโนโลยีเดิมในตลาดราว 20% โดยโรงงานพร้อมขยายกำลังการผลิตสู่ 200 เมกะวัตต์ต่อปี
ผลกระทบ:
ช่วยลดต้นทุนการผลิตไฮโดรเจนคาร์บอนต่ำให้สามารถแข่งขันได้ในเชิงพาณิชย์เพื่อนำไปใช้ในการลดการปล่อยคาร์บอนของภาคอุตสาหกรรมหนักที่ยากต่อการลดมลพิษ เช่น การผลิตเหล็กกล้า ปุ๋ยเคมี และการขนส่งทางทะเล
เสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงภายในประเทศ และวางรากฐานให้ออสเตรเลียเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกพลังงานไฮโดรเจนและอนุพันธ์สีเขียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ที่มา: RenewEconomy, 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : รัฐนิวเซาท์เวลส์เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ภาคบังคับแห่งแรกในออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่างข้อบังคับโครงการจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์ภาคบังคับ เพื่อกำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าแผงเซลล์แสงอาทิตย์ต้องร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวม รีไซเคิล และนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่
- ปัจจุบันรัฐนิวเซาท์เวลส์มีขยะแผงโซลาร์เซลล์ประมาณ 14,000 ตันต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 89,000 ตันต่อปีภายในปี 2588 เนื่องจากการปลดระวางแผงหมดอายุและการอัปเกรดระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของภาคครัวเรือนและธุรกิจ
ผลกระทบ:
ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนและการสกัดแร่มีมูลค่า เช่น เงิน ซิลิคอน และทองแดง กลับมาใช้ใหม่ พร้อมทั้งลดภาระต้นทุนการจัดการขยะอันตรายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นต้นแบบทางกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการบูรณาการระบบกำกับดูแลระดับประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนตลอดวงจรชีวิตของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน
ที่มา: PV Magazine Australia, 22 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- กองทุนบริหารสินทรัพย์ ESR จากสิงคโปร์เข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มพลังงานสะอาด Aquila Clean Energy APAC เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงาน 1.6 กิกะวัตต์ รองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล
- รัฐบาลรัฐวิกตอเรียกำหนดแนวสายส่งไฟฟ้าทางเลือกความกว้าง 200 เมตร ระยะทาง 60 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 2 กิกะวัตต์จากเขตกิปส์แลนด์เข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าหลักภายในปี 2575
- รัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติโครงการไฮบริดขนาดใหญ่ Narrogin East ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย รวมกำลังผลิตโซลาร์ฟาร์ม 150 เมกะวัตต์ พลังงานลม 250 เมกะวัตต์ และระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 200 เมกะวัตต์ / 800 เมกะวัตต์-ชั่วโมง
- รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า Horizon Power ได้รับความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อดำเนินโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานในพื้นที่ห่างไกล Halls Creek โดยแทนที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลด้วยระบบโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และก๊าซธรรมชาติ
- บริษัท Amber Electric ผู้ให้บริการเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานและแบตเตอรี่ครัวเรือน ระดมทุนรอบใหม่ได้ 78.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย นำโดยกองทุน Morgan Stanley เพื่อเร่งพัฒนาระบบจ่ายไฟฟ้าจากยานยนต์สู่โครงข่าย