รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 05-Sep-2026 ถึง 11-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ทรานส์กริดประกาศระบบสายส่งซิดนีย์เต็ม แนะดาต้าเซ็นเตอร์เอไอย้ายตั้งถิ่นฐานในเขตภูมิภาค
รายละเอียด:
- นายเบรตต์ เรดแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรานส์กริด ซึ่งเป็นผู้บริหารระบบสายส่งหลักในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เปิดเผยผ่านรายงานการวางแผนระบบสายส่งประจำปีว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ขนาดใหญ่ในภูมิภาคซิดนีย์ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่าตัว โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมามีคำขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายสูงถึง 20 กิกะวัตต์ ซึ่งเกินกว่าระดับความต้องการไฟฟ้าสูงสุดของทั้งรัฐถึงเท่าตัว
- ทรานส์กริดได้ลงนามสัญญาจัดสรรความจุไปแล้ว 1.5 กิกะวัตต์ ส่งผลให้ขีดความสามารถในการรองรับโหลดขนาดใหญ่ของพื้นที่มหานครซิดนีย์ถูกใช้งานจนเต็มพิกัด และจะไม่สามารถรองรับโหลดเพิ่มเติมได้จนกว่าโครงการขยายระบบสายส่ง ซิดนีย์ ริง เซาท์ จะแล้วเสร็จในช่วงกลางทศวรรษ 2030 พร้อมแนะให้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ย้ายไปตั้งโครงการในพื้นที่ภูมิภาค เช่น วากกาวากกา หรือ ฮันเตอร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้รับพลังงานสะอาดได้โดยตรง
ผลกระทบ:
- การจำกัดการเชื่อมต่อโครงข่ายในเขตเมืองหลวงผลักดันให้เกิดการกระจายตัวของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ไปยังพื้นที่ภูมิภาค ซึ่งช่วยลดปัญหาความแออัดของระบบสายส่ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโครงข่ายสายส่งใหม่ เช่น โครงการฮิวม์ลิงก์ ที่เชื่อมต่อแหล่งผลิตพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบ
- ก่อให้เกิดบทเรียนเชิงนโยบายด้านการวางแผนระบบไฟฟ้ากำลัง ที่จำเป็นต้องออกข้อกำหนดให้โหลดขนาดใหญ่พิเศษอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ร่วมรับผิดชอบต้นทุนการขยายโครงข่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานตกไปอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปในระบบ และช่วยขับเคลื่อนการใช้พลังงานหมุนเวียนแบบจับคู่สถานที่ตั้งอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: RenewEconomy วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐบาลออสเตรเลียปรับปรุงเกณฑ์สำรองก๊าซธรรมชาติส่งออก มุ่งรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในประเทศ
รายละเอียด:
- นายคริส โบเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานของออสเตรเลีย ประกาศร่างมาตรการสำรองก๊าซธรรมชาติเพื่อการบริโภคภายในประเทศ โดยปรับเปลี่ยนจากการบังคับจัดสรรคงที่ร้อยละ 20 ของยอดส่งออก มาเป็นการกำหนดเพดานสำรองสูงสุดไม่เกินร้อยละ 20 เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จริงของภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมในแต่ละปี
- กลไกดังกล่าวจะมอบหมายให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านพลังงานของออสเตรเลียเป็นผู้กำหนดภาระผูกพันของผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวในแต่ละปี ให้ครอบคลุมร้อยละ 110 ของความต้องการใช้ในประเทศเพื่อรักษาระดับอุปทานส่วนเกินเล็กน้อย ซึ่งจะเริ่มกระบวนการออกใบอนุญาตส่งออกตั้งแต่ต้นปี 2570 และมีผลบังคับใช้จริงในกลางปี 2571 โดยได้รับการจับตามองจากกลุ่มผู้ผลิตก๊าซรายใหญ่ เช่น ซานโตส
ผลกระทบ:
- ช่วยสร้างความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าก๊าซและภาคอุตสาหกรรมบนชายฝั่งตะวันออก ช่วยลดความผันผวนของราคาพลังงานขายส่งในช่วงการเปลี่ยนผ่านที่โรงไฟฟ้าถ่านหินทยอยปลดระวาง
- สะท้อนความท้าทายเชิงนโยบายในการรักษาสมดุลระหว่างพันธสัญญาการค้าพลังงานระหว่างประเทศกับความมั่นคงทางพลังงานภายในชาติ ซึ่งการสร้างอุปทานก๊าซที่มั่นคงจะทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าประเภทปรับตามโหลดรองรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนผันผวนสูงได้อย่างต่อเนื่อง
ที่มา: ABC News วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : แบตเตอรี่วาราตาห์ ซูเปอร์ แบตเตอรี ทดสอบจ่ายพลังงานเต็มพิกัด เสริมความมั่นคงระบบสายส่งนิวเซาท์เวลส์
รายละเอียด:
- โครงการวาราตาห์ ซูเปอร์ แบตเตอรี ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท อะเคชา เอนเนอร์ยี่ ขนาด 850 เมกะวัตต์ หรือ 1,680 เมกะวัตต์ชั่วโมง ได้ดำเนินการทดสอบการจ่ายกำลังไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายที่ระดับ 700 เมกะวัตต์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ชั่วโมงสำเร็จเป็นครั้งแรก หลังจากได้รับการติดตั้งและจ่ายไฟให้หม้อแปลงไฟฟ้ากำลังขนาด 170 ตันตัวใหม่ทดแทนอุปกรณ์เดิมที่เสียหาย
- โครงการนี้ถือเป็นระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในระบบไฟฟ้าของออสเตรเลีย โดยมีสัญญาให้บริการรักษาเสถียรภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้โครงการ ซิสเต็ม อินทิกริตี โพรเทกชัน สกีม ของรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ เป็นระยะเวลา 5.5 ปี เพื่อทำหน้าที่เสมือนตัวดูดซับแรงกระแทกทางไฟฟ้าให้แก่โครงข่ายสายส่งหลัก
ผลกระทบ:
- การทำงานของระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่พิเศษนี้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการนำส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งเดิมให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เสี่ยงต่อความไม่เสถียรภาพของระบบ ทำให้สามารถส่งผ่านพลังงานสะอาดจากพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น
- ตอกย้ำบทบาทใหม่ของกิจการระบบกักเก็บพลังงานที่ไม่ได้จำกัดเพียงการซื้อขายพลังงานในตลาด แต่ยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าที่ช่วยชะลอการลงทุนขยายสายส่งมูลค่ามหาศาล และรองรับการปลดระวางของโรงไฟฟ้าถ่านหินเอราริงในอนาคต
ที่มา: RenewEconomy วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ออคโตปุส ออสเตรเลีย รุกคืบขออนุมัติโครงการแบตเตอรี่ฮันเวิร์ธ ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ 4.8 กิกะวัตต์ชั่วโมง
รายละเอียด:
- บริษัท ออคโตปุส ออสเตรเลีย ในเครือ ออคโตปุส กรุ๊ป ยื่นเอกสารประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อรัฐบาลกลางและหน่วยงานวางแผนระดับรัฐ เพื่อขออนุมัติก่อสร้างโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ฮันเวิร์ธ ขนาดกำลังผลิต 1.2 กิกะวัตต์ และความจุ 4.8 กิกะวัตต์ชั่วโมง ในพื้นที่ตอนใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์
- โครงการดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเทียมไอรอนฟอสเฟต ติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 708 ชุด พร้อมสถานีไฟฟ้าย่อยขนาด 33/500 กิโลโวลต์ เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสถานีไฟฟ้าย่อยบันนาบี ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อยุทธศาสตร์ของสายส่งแรงดันสูง 500 กิโลโวลต์ในโครงการฮิวม์ลิงก์
ผลกระทบ:
- โครงการระบบกักเก็บพลังงานระยะยาวระดับ 4 ชั่วโมงจะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์เซลล์ในช่วงกลางวัน และจ่ายกลับเข้าสู่ระบบในช่วงค่ำ ซึ่งจะช่วยจำกัดการเกิดราคาไฟฟ้าติดลบและบรรเทาความผันผวนของราคาพลังงานขายส่ง
- แสดงถึงทิศทางการลงทุนของภาคเอกชนที่มุ่งสู่การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานแบบสแตนด์อะโลนขนาดใหญ่ เพื่อทดแทนกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแบบดั้งเดิม และช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้แก่โครงข่ายไฟฟ้าระดับชาติในการมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา: RenewEconomy วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐวิกตอเรียประกาศยกเลิกเขตพัฒนาพลังงานหมุนเวียนภาคกลางตอนเหนือ ชี้ข้อจำกัดด้านความจุสายส่ง
รายละเอียด:
- รัฐบาลรัฐวิกตอเรียร่วมกับหน่วยงานวิกกริด ประกาศยกเลิกการจัดตั้งเขตพัฒนาพลังงานหมุนเวียนภาคกลางตอนเหนือ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่เป้าหมายเชื่อมต่อระหว่างเมืองเบนดิโกและเกลนโรวัน เนื่องจากผลการประเมินพบว่าระบบสายส่งขนาด 220 กิโลโวลต์ในปัจจุบันมีขีดความสามารถจำกัด และไม่มีแผนก่อสร้างสายส่งใหม่เพิ่มเติมในพื้นที่ดังกล่าว
- นางแจคลิน ไซม์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรัฐวิกตอเรีย ระบุว่าการตัดสินใจนี้เป็นการรับฟังข้อกังวลของชุมชนและสภาท้องถิ่นเกรตเตอร์เชปพาร์ตัน ที่กังวลผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและระบบชลประทาน โดยรัฐจะปรับเปลี่ยนไปมุ่งเน้นการลงทุนในพื้นที่โครงข่ายที่มีความพร้อมรองรับโครงการใหม่มากกว่า
ผลกระทบ:
- ส่งผลให้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมที่อยู่นอกเขตพัฒนาพิเศษต้องเผชิญกับกระบวนการขอเชื่อมต่อโครงข่ายที่เข้มงวดขึ้นตามเกณฑ์สิทธิการเข้าถึงระบบสายส่งใหม่ของรัฐวิกตอเรียที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า
- สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายพลังงาน ว่าการกำหนดพื้นที่เขตพลังงานหมุนเวียนจำเป็นต้องบูรณาการทั้งมิติความจุโครงข่ายสายส่ง การวางแผนใช้ประโยชน์ที่ดิน และการยอมรับของชุมชนท้องถิ่น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการลงทุนที่อาจต้องหยุดชะงักในภายหลัง
ที่มา: RenewEconomy วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ข้อกำหนดผลประโยชน์ชุมชนใหม่ในรัฐควีนส์แลนด์สร้างแรงกดดันต่อโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน
รายละเอียด:
- บริษัท ไอบเบอร์ดโรลา ออสเตรเลีย ได้ถอนคำขออนุญาตพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่กินกิน ขนาด 500 เมกะวัตต์ หรือ 2,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง ออกจากกระบวนการพิจารณาของรัฐบาลรัฐควีนส์แลนด์ เพื่อกลับไปจัดทำรายงานผลกระทบทางสังคมและเจรจาข้อตกลงผลประโยชน์ร่วมกับสภาท้องถิ่นบันดาเบิร์กใหม่อีกครั้ง
- กฎเกณฑ์ใหม่ของรัฐควีนส์แลนด์กำหนดให้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ต้องจัดทำข้อตกลงผลประโยชน์ชุมชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้แล้วเสร็จก่อนยื่นขออนุมัติผังเมือง ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและการใช้อำนาจแทรกแซงของรัฐมนตรีในการทบทวนโครงการต่างๆ ที่ยื่นขอก่อนหน้านี้
ผลกระทบ:
- ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนและเพิ่มภาระต้นทุนรวมถึงระยะเวลาในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดในรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสากลในการจัดหาพลังงานหมุนเวียนป้อนภาคอุตสาหกรรมหนัก
- ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างสมดุลระหว่างการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ท้องถิ่นกับการรักษากระบวนการอนุมัติโครงการที่คล่องตัวและคาดการณ์ได้ เพื่อไม่ให้กลายเป็นอุปสรรคต่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
ที่มา: RenewEconomy วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : รายงานชี้โครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ช่วงกลางวันสร้างโอกาสลดค่าไฟและบริหารจัดการโหลดในระบบ
รายละเอียด:
- สถาบันเศรษฐศาสตร์พลังงานและการวิเคราะห์ทางการเงิน เผยแพร่รายงานระบุว่า มาตรการอัตราค่าไฟฟ้าโซลาร์แชร์เรอร์ ที่เปิดให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 3 ชั่วโมงในช่วงกลางวัน สามารถช่วยให้ครัวเรือนประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายร้อยถึงหลายพันดอลลาร์ต่อปี หากมีการปรับพฤติกรรมหรือใช้เทคโนโลยีบริหารจัดการโหลด
- ผลการศึกษาชี้ว่า ข้อเสนอในตลาดของผู้ค้าปลีกไฟฟ้าบางรายให้ผลประโยชน์ที่คุ้มค่ากว่าอัตรามาตรฐานที่หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานกำหนด โดยครัวเรือนที่ใช้อุปกรณ์ทำน้ำร้อนไฟฟ้าสามารถประหยัดได้ถึง 1,028 ดอลลาร์ต่อปี และการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงกลางวันสามารถประหยัดได้สูงสุดกว่า 2,200 ดอลลาร์ต่อปี รวมถึงการใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กในอาคารชุดพักอาศัย
ผลกระทบ:
- การส่งสัญญาณราคาที่ถูกต้องผ่านโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาการใช้ ช่วยจูงใจให้เกิดการเลื่อนเวลาการใช้ไฟฟ้าไปยังช่วงกลางวันที่มีผลผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ล้นระบบ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาแรงดันไฟฟ้าเกินและการตัดทอนกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนในระบบจำหน่าย
- เป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกไฟฟ้าและเทคโนโลยีการตอบสนองด้านโหลด ที่สนับสนุนให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพลังงานแบบกระจายศูนย์ เพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ระบบไฟฟ้าโดยรวม
ที่มา: PV Magazine Australia วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- สำนักงานพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลียจัดสรรงบประมาณ 64.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียแก่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ เพื่อสนับสนุน 12 โครงการวิจัยเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์ต้นทุนต่ำพิเศษและประสิทธิภาพสูง
- เอนเนอร์ยี่ วอลต์ เสร็จสิ้นการเข้าซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่สโตนีครีก ขนาด 125 เมกะวัตต์ หรือ 1 กิกะวัตต์ชั่วโมง ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เพื่อเตรียมเริ่มก่อสร้างในปี 2570
- มหาวิทยาลัยวูลลองกองได้รับทุนสนับสนุน 1.55 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย พัฒนาระบบตัดสินใจอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีซอฟต์โอเพนพอยต์และขีดจำกัดแบบไดนามิก เพื่อปลดล็อกคอขวดและเพิ่มความจุโครงข่ายไฟฟ้า
- ลาวา บลู ร่วมกับพันธมิตรเปิดใช้งานระบบแบตเตอรี่โซเดียมซัลเฟอร์ขนาด 250 กิโลวัตต์ หรือ 1.45 เมกะวัตต์ชั่วโมง เชื่อมต่อโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้าในบริสเบน เพื่อจ่ายไฟให้กระบวนการผลิตวัสดุขั้นสูง
- ซีเอส เอนเนอร์ยี่ บรรลุหมุดหมายการติดตั้งกังหันลมต้นแรกในโครงการฟาร์มกังหันลมโลตัสครีก ขนาด 285 เมกะวัตต์ ในรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนที่รัฐวิสาหกิจถือหุ้นทั้งหมด