รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 08-Aug-2026 ถึง 14-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลออสเตรเลียและรัฐนิวเซาท์เวลส์อัดฉีด 2.5 พันล้านดอลลาร์ ออสเตรเลีย พลิกโฉมโรงถลุงอะลูมิเนียม Tomago สู่พลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- รัฐบาลกลางออสเตรเลียและรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการให้เงินสนับสนุนมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (แบ่งกันคนละครึ่ง) เพื่อช่วยเหลือโรงถลุงอะลูมิเนียม Tomago ซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศ (ใช้ไฟฟ้าประมาณ 10% ของรัฐ NSW หรือ 950 เมกะวัตต์) ให้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานถ่านหินไปสู่พลังงานหมุนเวียน
- ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 10 ปี (เริ่มปี 2572) ระหว่าง Tomago กับ Snowy Hydro (รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของรัฐบาลกลาง) ซึ่งจะทำหน้าที่จัดหาและบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดขนาด 3 กิกะวัตต์ ประกอบด้วยพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อป้อนให้กับโรงถลุง
- ภายใต้ข้อตกลง Tomago ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ Rio Tinto, Gove Aluminium Finance และ Norsk Hydro จะลงทุนเพิ่มเติม 1.1 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในโรงถลุง โดย 100 ล้านดอลลาร์จะใช้สำหรับโครงการลดคาร์บอนและความสามารถในการตอบสนองด้านโหลด (Demand Response)
- Jerome Dozol ซีอีโอของ Tomago Aluminium และ Chris Bowen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานของรัฐบาลกลาง ยอมรับว่าการพึ่งพาพลังงานถ่านหินต่อไปไม่ยั่งยืน และจำเป็นต้องมีกลไกสนับสนุนเพื่อเร่งรัดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนให้ทันต่อความต้องการ
ผลกระทบ:
- ข้อตกลงนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการปลดล็อกการลงทุนในโครงการพลังงานลมและแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในรัฐ NSW ซึ่งก่อนหน้านี้ชะงักงันเนื่องจากขาดผู้รับซื้อไฟฟ้ารายใหญ่ที่มีความน่าเชื่อถือ (Bankable Offtaker) การมีภาครัฐเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาทำให้โครงการเหล่านี้มีความเป็นไปได้ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น
- บทบาทของ Snowy Hydro ในฐานะผู้จัดการสัญญาถูกตั้งข้อสังเกตจากผู้เล่นในตลาด เช่น Squadron Energy ของ Andrew Forrest ที่แสดงความกังวลว่าอาจเกิดการผูกขาดหรือการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้พัฒนารายใหญ่บางราย เช่น Origin Energy ซึ่งอาจลดการแข่งขันในตลาด ดังนั้นความโปร่งใสในกระบวนการจัดหาพลังงานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
- โมเดลนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมหนักทั่วโลกที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอน โดยแสดงให้เห็นว่าการแทรกแซงของภาครัฐผ่านการอุดหนุนส่วนต่างราคา (Contract for Difference) และการใช้รัฐวิสาหกิจเป็นตัวกลาง สามารถสร้างความเชื่อมั่นและขับเคลื่อนการลงทุนในพลังงานสะอาดเพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมไว้ได้
ที่มา:
RenewEconomy, PV Magazine Australia 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : อัตราการเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ในออสเตรเลียยังคงต่ำ สะท้อนปัญหาความไม่ไว้วางใจของผู้บริโภคต่อบริษัทพลังงาน
รายละเอียด:
- รายงานฉบับใหม่จาก Energy Consumers Australia (ECA) เปิดเผยว่าเจ้าของแบตเตอรี่ในครัวเรือนของออสเตรเลียเพียง 4% ถึง 10% เท่านั้นที่เข้าร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) แม้ว่าจะมีศักยภาพในการประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากถึง 1,000 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อปี ตามการประเมินของคณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC)
- เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคไม่เข้าร่วม VPP คือ ความไม่ไว้วางใจให้บริษัทพลังงานเข้ามาควบคุมการทำงานของแบตเตอรี่ (25% ของผู้ที่ไม่เข้าร่วม) และการขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ VPP (มากกว่า 33%)
- Ashley Bradshaw รักษาการผู้จัดการทั่วไปฝ่ายนโยบายของ ECA เรียกร้องให้มีการบังคับใช้ “หน้าที่ต่อผู้บริโภค” (Consumer Duty) ในภาคพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าบริษัทพลังงานจะบริหารจัดการแบตเตอรี่โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภคเป็นหลัก
ผลกระทบ:
- ปัญหานี้สะท้อนถึงความท้าทายที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ระบบที่มีทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) การขาดความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของแบตเตอรี่ภาคครัวเรือนมาใช้เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวมได้
- รูปแบบธุรกิจของ Utility และผู้รวบรวมพลังงาน (Aggregators) จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนจากการมุ่งเน้นการทำธุรกรรม (Transactional) ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์และความไว้วางใจ (Relational) โดยต้องนำเสนอเงื่อนไขที่โปร่งใส ชัดเจน และเป็นธรรม รวมถึงการออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนที่จูงใจและสะท้อนประโยชน์ที่ผู้บริโภคสร้างให้กับระบบอย่างแท้จริง
- ประเด็นนี้เป็นบทเรียนสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลและผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกว่า การส่งเสริมเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างกลไกคุ้มครองผู้บริโภคที่แข็งแกร่งควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดการยอมรับและมีส่วนร่วมในวงกว้าง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบไฟฟ้าแห่งอนาคตที่มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน
ที่มา:
PV Magazine Australia, RenewEconomy 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : วิกฤตขยะแผงเซลล์แสงอาทิตย์กำลังจะมาถึง แต่นักวิจัยค้นพบวิธีรีไซเคิลที่อาจสร้างอุตสาหกรรมมูลค่าแสนล้านดอลลาร์
รายละเอียด:
- งานวิจัยจาก University of Adelaide คาดการณ์ว่า ทั่วโลกจะมีขยะจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์สะสมมากถึง 402 ล้านตันภายในปี 2603 ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดการรีไซเคิลอย่างเหมาะสม ขยะเหล่านี้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการนำวัสดุมีค่ากลับมาใช้ใหม่
- ในขณะเดียวกัน นักวิจัยจาก University of Newcastle ได้พัฒนาเทคนิคการรีไซเคิลที่เรียกว่า “Froth Flotation” ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ มาประยุกต์ใช้เพื่อสกัดแร่เงิน (Silver) ออกจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่หมดอายุการใช้งาน โดยสามารถสกัดกลับคืนมาได้สูงถึง 99% กระบวนการนี้มีต้นทุนต่ำกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าการใช้กรดกัดกร่อนแบบดั้งเดิม
- Professor Jian Zuo จาก University of Adelaide เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนตลอดวงจรชีวิตของแผงโซลาร์เซลล์ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่มีค่า
ผลกระทบ:
- ประเด็นขยะแผงเซลล์แสงอาทิตย์เป็นความท้าทายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อความยั่งยืนของอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ในระยะยาว
- การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลใหม่ๆ เช่น Froth Flotation ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการของเสียอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับวัตถุดิบสำคัญ เช่น เงิน ซิลิคอน และทองแดง ซึ่งมีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องออกมาตรการสนับสนุนการรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์อย่างจริงจัง เช่น การกำหนดความรับผิดชอบของผู้ผลิต (Extended Producer Responsibility – EPR) หรือการให้เงินอุดหนุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในโรงงานรีไซเคิล เพื่อเตรียมพร้อมรับมือก่อนที่ปัญหาขยะจะทวีความรุนแรงในอีก 10-15 ปีข้างหน้า
ที่มา:
PV Magazine Australia, RenewEconomy 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Carwarp ขนาด 150 เมกะวัตต์ในรัฐวิกตอเรีย เริ่มจ่ายไฟเข้าระบบภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ Microsoft
รายละเอียด:
- บริษัท Recurrent Energy ในเครือของ Canadian Solar ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Carwarp Energy Park ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) ได้สำเร็จก่อนกำหนด
- โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินผ่านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ซึ่งใช้พลังงานสะอาดจากโครงการนี้เพื่อชดเชยการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลและการดำเนินงานอื่นๆ ในออสเตรเลีย
- โครงการ Carwarp ใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด TOPCon ประสิทธิภาพสูงของ Canadian Solar ประมาณ 243,000 แผง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 405 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และยังได้รับการอนุมัติให้ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 120 เมกะวัตต์ควบคู่ไปด้วยในอนาคต
- Liz Fitch หัวหน้าฝ่ายกิจการองค์กรของ Microsoft Australia and New Zealand กล่าวว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากเทคโนโลยีดิจิทัลและโครงสร้างพื้นฐานอย่างศูนย์ข้อมูล AI
ผลกระทบ:
- กรณีนี้ตอกย้ำแนวโนธ์การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโหลดไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ AI ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ การทำสัญญา PPA โดยตรงกับบริษัทเทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยงให้กับผู้พัฒนาโครงการและทำให้โครงการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
- การที่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อย่าง Microsoft เลือกทำสัญญาโดยตรงกับผู้ผลิตไฟฟ้าสะอาด เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังตลาดว่ามีความต้องการพลังงานสะอาดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceable Clean Energy) ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และท้าทายบทบาทดั้งเดิมของบริษัทสาธารณูปโภค (Utility)
- การที่โครงการได้รับการอนุมัติให้ติดตั้ง BESS ควบคู่ไปด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในปัจจุบันจำเป็นต้องมีองค์ประกอบด้านการกักเก็บพลังงาน (Firming Capacity) เพื่อบริหารจัดการความผันผวนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวม
ที่มา:
PV Magazine Australia 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : บริษัท BW ESS เข้าซื้อโครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 250 เมกะวัตต์ / 1,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
รายละเอียด:
- บริษัท BW ESS ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ดำเนินงานระบบกักเก็บพลังงานจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้เข้าซื้อกิจการโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) Yanco ขนาด 250 เมกะวัตต์ / 1,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (4 ชั่วโมง) ซึ่งอยู่ในสถานะพร้อมก่อสร้าง (ready-to-build) จากบริษัทผู้พัฒนา ACEnergy ของออสเตรเลีย
- โครงการตั้งอยู่ในภูมิภาค Riverina รัฐนิวเซาท์เวลส์ ใกล้กับเขตพลังงานหมุนเวียน South West Renewable Energy Zone (REZ) และจะเชื่อมต่อกับสถานีไฟฟ้าแรงสูง Yanco ขนาด 132 กิโลโวลต์ ของ Transgrid
- โครงการมีกำหนดเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในปี 2571 โดยมีบริษัท CATL เป็นผู้ติดตั้งระบบ (System Integrator) และ ACLE Services เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง (Balance of Plant contractor)
- การเข้าซื้อครั้งนี้ทำให้พอร์ตโฟลิโอของ BW ESS ในออสเตรเลียเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ (Commissioning) รวม 1.3 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และโครงการที่กำลังจะเริ่มก่อสร้างอีก 1 กิกะวัตต์-ชั่วโมง
ผลกระทบ:
- การลงทุนจากผู้เล่นระดับโลกอย่าง BW ESS สะท้อนให้เห็นถึงความน่าดึงดูดของตลาดระบบกักเก็บพลังงานในออสเตรเลีย ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด และความจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้น
- โครงการ BESS ที่มีระยะเวลาการจ่ายไฟนาน (Long-duration storage) เช่น 4 ชั่วโมง กำลังมีความสำคัญมากขึ้นในการให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) การทำ Arbitrage ราคาไฟฟ้า และการบริหารจัดการความแออัดของสายส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ REZ
- การทำธุรกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงวงจรการพัฒนาโครงการที่สมบูรณ์ โดยบริษัทผู้พัฒนาท้องถิ่น (ACEnergy) ทำหน้าที่พัฒนาโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นพร้อมก่อสร้าง แล้วจึงขายต่อให้กับนักลงทุนระยะยาว (BW ESS) ที่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานและบริหารจัดการสินทรัพย์ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ช่วยเร่งการเติบโตของอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี
ที่มา:
PV Magazine Australia, RenewEconomy 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : นิวซีแลนด์อนุมัติโครงการโซลาร์ฟาร์มแห่งแรกภายใต้กระบวนการเร่งด่วน (Fast-track) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน
รายละเอียด:
- โครงการ Haldon Solar Farm ใน Canterbury ได้รับการอนุมัติภายใต้กระบวนการพิจารณาแบบเร่งด่วน (Fast-track approval process) เป็นโครงการแรกในนิวซีแลนด์ พัฒนาโดยบริษัท Lodestone Energy Limited
- โครงการนี้คาดว่าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 370 กิกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของ 45,000 ครัวเรือน และเป็นหนึ่งในเจ็ดโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการอนุมัติผ่านกระบวนการ Fast-track ซึ่งรวมถึงโครงการพลังน้ำและพลังงานลมด้วย
- กระบวนการ Fast-track ช่วยลดระยะเวลาการขออนุญาตจากเดิมลงอย่างมาก โดยโครงการนี้ใช้เวลาประมาณ 8 เดือนนับตั้งแต่มีการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ โดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความมั่นคง ราคาไม่แพง และอุดมสมบูรณ์ เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบ:
- การใช้กระบวนการอนุมัติแบบเร่งด่วนเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่สำคัญในการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นความท้าทายร่วมกันของหลายประเทศรวมถึงออสเตรเลีย ที่มักประสบปัญหาความล่าช้าในการขออนุญาตต่างๆ
- การอนุมัติโครงการพลังงานหมุนเวียนหลายประเภทพร้อมกัน (ทั้งโซลาร์, ลม, และน้ำ) แสดงให้เห็นถึงแนวทางการสร้างพอร์ตโฟลิโอพลังงานที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่งเพียงอย่างเดียว
- บทเรียนจากนิวซีแลนด์อาจเป็นแนวทางให้ประเทศอื่นพิจารณาปฏิรูปกระบวนการอนุมัติโครงการพลังงานสะอาด โดยยังคงต้องรักษาสมดุลระหว่างความรวดเร็วในการพัฒนาและการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่นและได้รับการยอมรับจากสังคม
ที่มา:
PV Magazine Australia 13 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : โครงการเงินอุดหนุนแบตเตอรี่ครัวเรือนของออสเตรเลียทะลุ 500,000 ระบบ สร้างประโยชน์มหาศาลต่อเสถียรภาพกริดไฟฟ้า
รายละเอียด:
- โครงการ Cheaper Home Batteries ของรัฐบาลกลางออสเตรเลีย ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมียอดการติดตั้งแบตเตอรี่ในครัวเรือนทะลุ 500,000 ระบบแล้ว หลังจากเปิดตัวได้เพียงปีกว่า
- Chris Bowen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า โครงการนี้ช่วยให้ครัวเรือนลดค่าไฟฟ้าและใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้เองอย่างเต็มที่ ข้อมูลจากสภาพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Council) ชี้ว่าโครงการนี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในพื้นที่ชานเมืองและภูมิภาค
- Daniel Westerman ซีอีโอของ AEMO (ผู้ดำเนินงานตลาดไฟฟ้าออสเตรเลีย) กล่าวว่า การติดตั้งแบตเตอรี่ครัวเรือนจำนวนมหาศาล แม้จะทำงานในโหมด пассив (Passive mode) เพื่อใช้เองในบ้านเป็นหลัก ก็ยังส่งผลดีอย่างมหาศาลต่อระบบไฟฟ้าโดยรวม ช่วยลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเย็น และปรับรูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้าของกริดให้ราบเรียบขึ้น
ผลกระทบ:
- ความสำเร็จของโครงการนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า นโยบายอุดหนุนที่ตรงจุดสามารถกระตุ้นให้เกิดการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ในระดับมวลชน (Mass adoption) ได้อย่างรวดเร็วเกินคาด ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาทรัพยากรแบบกระจายศูนย์ (DERs) มากขึ้น
- มุมมองของผู้ควบคุมระบบไฟฟ้า (System Operator) อย่าง AEMO ที่ยอมรับประโยชน์ของแบตเตอรี่ครัวเรือนแม้ไม่ได้ถูกควบคุมผ่าน VPP ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ที่สำคัญ จากเดิมที่มักมองว่า DERs ที่ควบคุมไม่ได้จะสร้างปัญหาให้กับกริด แต่ปัจจุบันกลับมองเห็นศักยภาพในการช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบ
- บทเรียนสำคัญคือ ขนาดของแบตเตอรี่ที่ผู้บริโภคติดตั้ง (เฉลี่ยสูงกว่า 20 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) ใหญ่กว่าที่ AEMO คาดการณ์ไว้มาก ซึ่งหมายความว่าระบบอาจได้รับประโยชน์จากความจุไฟฟ้าสำรองเหล่านี้มากกว่าที่ประเมินไว้แต่เดิม และอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการเข้าร่วม VPP ในอัตราที่สูงเท่าที่เคยคาดการณ์เพื่อรักษาเสถียรภาพของกริด
ที่มา:
RenewEconomy 13 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Origin Energy ย้ำว่าพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ที่มีต้นทุนต่ำที่สุด และแบตเตอรี่กำลังเข้ามาทำหน้าที่แทนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในช่วงพีคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- บริษัท Squadron Energy ของมหาเศรษฐี Andrew Forrest ประสบความสำเร็จในการรีไฟแนนซ์พอร์ตโครงการพลังงานลมมูลค่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงินสำหรับการลงทุนในโครงการแบตเตอรี่และโครงการไฮบริดในอนาคต
- Edify Energy บรรลุข้อตกลงทางการเงินสำหรับโครงการไฮบริดโซลาร์และแบตเตอรี่อีก 2 แห่งในรัฐควีนส์แลนด์ คือ Ganymirra และ Majors Creek ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ให้กู้ 14 ราย
- ปัญหาการร้องเรียนจากผู้บริโภคต่อบริษัทติดตั้งโซลาร์และแบตเตอรี่ Solar Power Nation กำลังถูกสอบสวนในหลายรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายด้านคุณภาพการติดตั้งและการคุ้มครองผู้บริโภคในช่วงที่ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว
- บริษัท Australian Vanadium Limited (AVL) ร่วมมือกับยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ Alcoa เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้แบตเตอรี่วานาเดียมโฟลว์ (Vanadium Flow Battery) สำหรับการกักเก็บพลังงานระยะยาวในโรงกลั่นอะลูมินา