รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : รายงาน BNEF ชี้รายได้ธุรกิจแบตเตอรี่ในตลาดไฟฟ้าออสเตรเลียลดลงอย่างหนัก สะท้อนการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง
รายละเอียด:
- รายงานล่าสุดจาก BloombergNEF (BNEF) เปิดเผยว่า รายได้ของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติออสเตรเลีย (NEM) ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากส่วนต่างราคา (arbitrage) ลดลงถึง 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากบริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (FCAS) ลดลง 51%
- สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและจำนวนโครงการ BESS ที่เชื่อมต่อเข้าระบบมากขึ้น ส่งผลให้ความผันผวนของราคาไฟฟ้าลดลง และเกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในการให้บริการต่างๆ นอกจากนี้ รายงานยังชี้ว่า BESS ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในการสร้างสมดุลให้กับระบบไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในช่วงเย็น
ผลกระทบ:
– ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงผลกระทบจากการกินตัวเอง (cannibalization effect) ซึ่งเป็นสัญญาณของตลาดที่กำลังเติบโตเต็มที่ เมื่อมี BESS ในระบบมากขึ้น ความสามารถในการทำกำไรจากความผันผวนของราคาที่ BESS ถูกออกแบบมาเพื่อจับโอกาสนั้นก็ลดลงตามไปด้วย สิ่งนี้ถือเป็นความท้าทายโดยตรงต่อโมเดลธุรกิจของนักพัฒนาโครงการ BESS ที่ต้องพิจารณาแหล่งรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากตลาด arbitrage และ FCAS
– ในมุมมองของนโยบายพลังงาน นี่คือบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ากลไกตลาดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-duration energy storage) ซึ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของระบบในอนาคต อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณากลไกตลาดเสริม เช่น ตลาดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Capacity Market) หรือการให้ค่าตอบแทนบริการเสริมความมั่นคงประเภทอื่นๆ เพื่อรับประกันความคุ้มค่าในการลงทุนและส่งเสริมเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: PV Magazine Australia, 20 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ออสเตรเลียใต้ซ้อมแผนตัดการจ่ายไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป เพื่อเตรียมรับมือภาวะฉุกเฉินในระบบโครงข่าย
รายละเอียด:
- SA Power Networks ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าในรัฐออสเตรเลียใต้ ได้ประกาศแผนการซ้อมตัดการจ่ายไฟฟ้า (curtailment drill) จากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (rooftop solar) ในวันที่ 25 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ การซ้อมแผนดังกล่าวถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนการซ้อมหนีไฟของระบบไฟฟ้า (fire drill for the grid)
- การซ้อมแผนนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าราว 100,000 ราย โดยระบบโซลาร์จะถูกลดกำลังการผลิตลงเหลือ 0 กิโลวัตต์เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง มาตรการนี้เป็นไปตามข้อบังคับที่รัฐบาลออสเตรเลียใต้ประกาศใช้ในปี 2020 ซึ่งกำหนดให้ระบบโซลาร์ที่ติดตั้งใหม่ต้องมีความสามารถในการถูกควบคุมหรือตัดการเชื่อมต่อจากระยะไกลได้ในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (system security emergency) ซึ่งเป็นคำสั่งจาก Australian Energy Market Operator (AEMO)
ผลกระทบ:
– การดำเนินการนี้สะท้อนถึงแนวทางการบริหารจัดการเชิงรุกต่อความท้าทายจากทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources – DERs) ที่มีสัดส่วนสูงมากในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในรัฐออสเตรเลียใต้ที่มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปต่อหัวประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นี่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในสถานการณ์ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำแต่มีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์สูง ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาแรงดันไฟฟ้าและความถี่เกินเกณฑ์
– กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่มีการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปอย่างรวดเร็ว โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎระเบียบ ข้อกำหนดทางเทคนิคของอินเวอร์เตอร์ และการพัฒนากลไกควบคุมจากส่วนกลาง เพื่อให้ผู้ประกอบการระบบโครงข่าย (Network Operator) สามารถบริหารจัดการระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบธุรกิจของผู้ให้บริการระบบจำหน่าย (Distribution System Operator – DSO)
ที่มา: PV Magazine Australia, 20 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : Fortescue ผนวก AI และดาต้าเซ็นเตอร์เข้ากับยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างแท้จริง
รายละเอียด:
- บริษัท Fortescue ซึ่งเป็นผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่และกำลังก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตพลังงานสะอาด ได้เปิดเผยยุทธศาสตร์การลดการปล่อยคาร์บอนที่ครอบคลุมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้าในเหมือง สถานีชาร์จ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และการผลิตพลังงานสะอาดเพื่อใช้ในกิจการของตนเองและจำหน่ายให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ของบุคคลที่สาม
- Dino Otranto ซีอีโอของบริษัทระบุว่า Fortescue กำลังก่อสร้างฟาร์มโซลาร์ขนาดรวมกว่า 1 GW และฟาร์มกังหันลม 900 MW พร้อมด้วยระบบแบตเตอรี่ BESS ขนาด 5 GWh เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างแท้จริง (Real Zero Emissions) ภายในปี 2030 โดยบริษัทได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพยากรณ์อากาศเพื่อบริหารจัดการการใช้และกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
– กลยุทธ์ของ Fortescue เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการซัพพลายเชนด้านพลังงานในแนวดิ่ง (Vertical Integration) ของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับตนเอง การวางแผนจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและต่อเนื่อง เป็นโมเดลธุรกิจที่ชาญฉลาดซึ่งช่วยสร้างรายได้ใหม่และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนได้อย่างเต็มศักยภาพ
– ประเด็นนี้ตอกย้ำถึงแนวโน้มที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาลจากอุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์ จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลแต่มีศักยภาพพลังงานสูง ซึ่งอาจไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายหลักได้ง่ายนัก โมเดลนี้อาจเป็นต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ ในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ที่มา: RenewEconomy, 20 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : รายงาน AER ชี้แบตเตอรี่ช่วยลดเพดานราคาไฟฟ้าและทลายการผูกขาดในตลาด NEM
รายละเอียด:
- รายงานผลการดำเนินงานของตลาดค้าส่งไฟฟ้าล่าสุดจาก Australian Energy Regulator (AER) ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตติดตั้งของระบบแบตเตอรี่ BESS เกือบสามเท่าในปี 2025 ส่งผลให้ราคาไฟฟ้าในตลาด NEM ลดลง และช่วยส่งเสริมการแข่งขันในตลาด
- แบตเตอรี่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคาไฟฟ้าในช่วงความต้องการสูงสุดตอนเย็น (evening peak) แทนที่โรงไฟฟ้าก๊าซและพลังน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งช่วยลดอำนาจตลาด (market power) ของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ และลดการกระจุกตัวของตลาด โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่การผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์มีปริมาณสูง
ผลกระทบ:
– รายงานนี้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในระดับมหภาคของระบบแบตเตอรี่ ซึ่งตรงข้ามกับข่าวรายได้ที่ลดลงในระดับจุลภาคของแต่ละโครงการ แม้รายได้ของผู้ประกอบการ BESS จะลดลง แต่ประโยชน์ต่อภาพรวมของระบบกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการลดราคาไฟฟ้าโดยรวม และการลดอำนาจการควบคุมตลาดของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเดิม
– สิ่งนี้เป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ที่สนับสนุนนโยบายส่งเสริมการติดตั้ง BESS ว่าไม่เพียงแต่เป็นสินทรัพย์สำหรับกักเก็บพลังงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างวินัยให้กับตลาด (market discipline) และท้าทายกลยุทธ์การเสนอราคาของผู้ผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งท้ายที่สุดจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคและเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: RenewEconomy, 19 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : มหาวิทยาลัย UNSW ริเริ่มโครงการวิจัยระบบป้องกันในโครงข่ายไฟฟ้าที่พึ่งพาอินเวอร์เตอร์เป็นหลัก
รายละเอียด:
- นักวิจัยจาก University of New South Wales (UNSW) ได้เปิดตัวโครงการวิจัยใหม่ชื่อ PROFILES เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรพลังงานที่ใช้อินเวอร์เตอร์เป็นพื้นฐาน (Inverter-Based Resources – IBRs) กับระบบป้องกัน (protection systems) ของโครงข่ายไฟฟ้า
- โครงการมูลค่า 12.9 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก Australian Renewable Energy Agency (ARENA) และมีพันธมิตรในอุตสาหกรรมเข้าร่วม เช่น AEMO, Transgrid, SMA และ Tesla โดยจะใช้แบบจำลอง การจำลองสถานการณ์ และการทดสอบแบบ Hardware-in-the-Loop เพื่อประเมินพฤติกรรมของกระแสลัดวงจร (fault current) และข้อกำหนดของระบบป้องกันที่จำเป็นสำหรับระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต
ผลกระทบ:
– โครงการนี้กำลังจัดการกับอุปสรรคทางเทคนิคที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 100% เนื่องจากระบบป้องกันแบบดั้งเดิมถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับกระแสลัดวงจรปริมาณสูงจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัส แต่ IBRs มีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป การแก้ไขปัญหานี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งต่อการทดแทนโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมได้อย่างสมบูรณ์โดยยังคงไว้ซึ่งความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของระบบ
– การวิจัยนี้แสดงถึงความร่วมมือเชิงลึกระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานกำกับดูแล และภาคอุตสาหกรรม เพื่อออกแบบหลักการทำงานพื้นฐานของระบบไฟฟ้าใหม่ให้รองรับอนาคตที่เป็นดิจิทัลและพึ่งพาอินเวอร์เตอร์เป็นหลัก ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศที่กำลังเผชิญความท้าทายในการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization)
ที่มา: PV Magazine Australia, 17 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐบาลออสเตรเลียขยายเวลามาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนจากต่างชาติ
รายละเอียด:
- รัฐบาลกลางออสเตรเลียภายใต้พรรคแรงงาน ได้แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (Capital Gains Tax – CGT) สำหรับนักลงทุนต่างชาติในโครงการพลังงานหมุนเวียน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2030 ไปเป็นปี 2040
- การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากได้รับการผลักดันจากกลุ่มอุตสาหกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิสระ และพรรคกรีนส์ ซึ่งแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายเดิมอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความน่าดึงดูดใจในการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของออสเตรเลีย
ผลกระทบ:
– การแก้ไขกฎหมายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของเสถียรภาพเชิงนโยบาย (policy stability) ในการดึงดูดเงินทุนระยะยาวสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การขยายเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงเชิงนโยบาย (sovereign risk) และเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนหลักในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของออสเตรเลีย
– กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่านโยบายภาษีที่ออกแบบมาไม่ดีพออาจส่งผลกระทบทางลบต่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานโดยไม่ได้ตั้งใจ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรึกษาหารือกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อสร้างกรอบนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนและสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของประเทศ
ที่มา: RenewEconomy, 20 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : APA Group ตัดสินใจลงทุนโครงการโซลาร์และแบตเตอรี่ในควีนส์แลนด์ รับความต้องการพลังงานจากภาคเหมืองแร่
รายละเอียด:
- บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน APA Group ได้บรรลุการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) ในโครงการโซลาร์ฟาร์ม Sybella Creek ขนาด 72 เมกะวัตต์ และระบบแบตเตอรี่ BESS ขนาด 52 เมกะวัตต์ / 104 เมกะวัตต์ชั่วโมง ที่เมือง Mount Isa รัฐควีนส์แลนด์
- โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายพลังงาน (Energy Supply Agreement – ESA) ระยะยาวจนถึงปี 2046 กับบริษัทเหมืองแร่ Ernest Henry Mining โดยจะทำงานร่วมกับโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดิมของ APA (Diamantina Power Facility) เพื่อเป็นแหล่งพลังงานเสริมความมั่นคง (firming capacity) และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบไฟฟ้าในพื้นที่
ผลกระทบ:
– โมเดลโครงการนี้เป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกพื้นที่โครงข่ายหลัก (off-grid) โดยเป็นการผสมผสานระหว่างพลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ และโรงไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่เพื่อสร้างโซลูชันแบบเบ็ดเสร็จให้กับลูกค้ารายเดียว
– การที่โครงการได้รับการสนับสนุนจากสัญญาซื้อขายพลังงานระยะยาวเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นทางการเงินและนำไปสู่การตัดสินใจลงทุน ซึ่งเป็นแนวทางที่จำเป็นสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทพลังงานดั้งเดิมอย่าง APA ที่ขยายพอร์ตการลงทุนมาสู่พลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ที่มา: PV Magazine Australia, 20 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รัฐนิวเซาท์เวลส์เปิดโครงการ Solar Neighbourhoods รอบใหม่ สนับสนุนเงินอุดหนุนครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กติดตั้งโซลาร์และแบตเตอรี่
- โครงการแบตเตอรี่ New England ขนาด 200 MW / 400 MWh ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโซลาร์ฟาร์มที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์และเริ่มดำเนินการแล้ว ช่วยลดปัญหาการตัดทอนการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์ในพื้นที่
- Origin Energy เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการแบตเตอรี่ Mortlake BESS ขนาด 300 MW / 650 MWh ในรัฐวิกตอเรีย ซึ่งติดตั้งเทคโนโลยี Grid-forming Inverter เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบไฟฟ้า
- Ausgrid เริ่มก่อสร้างโครงการ Steel River East BESS ขนาด 200 MW / 400 MWh ในนิวคาสเซิล และได้รับอนุมัติโครงการลักษณะเดียวกันอีกแห่งที่ Homebush สะท้อนการรุกเข้าสู่ตลาด BESS ของบริษัทโครงข่ายไฟฟ้า
- รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศแผนปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อลดความซับซ้อนในการติดตั้งโซลาร์ขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงการอนุญาตให้ใช้ระบบ Plug-in Solar เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดสำหรับผู้เช่า