รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : ชำแหละแผน PDP2026 และความเสี่ยงทางเทคโนโลยี SMR แบตเตอรี่ และ CCS ที่ส่งผลต่อค่าไฟ
รายละเอียด:
- ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แสดงทรรศนะเชิงวิเคราะห์ต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026) โดยชี้ถึงความไม่แน่นอนของ 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการดักจับกักเก็บคาร์บอน (CCS)
- เทคโนโลยี SMR ที่ถูกบรรจุไว้ในทุกทางเลือกกว่า 9,000 เมกะวัตต์ และการเปลี่ยนช่วงเวลาความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) เป็นช่วงค่ำเนื่องจากการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เป็นจุดเปลี่ยนผ่านสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมด้านกฎหมายและการยอมรับจากประชาชน
ผลกระทบ:
- ความผันผวนด้านต้นทุนและราคาเทคโนโลยีที่ไม่แน่นอนสูงอาจกลายเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศสูงขึ้น หากการบริหารจัดการและประเมินราคาต่ำเกินจริง
- เป็นโอกาสในการผลักดันพลังงานสะอาดให้เพิ่มขึ้นเพื่อมุ่งสู่ Net Zero แต่ต้องแลกมาด้วยความท้าทายในการจัดการพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของประชาชนผ่านอัตราค่าไฟฟ้าแบบช่วงเวลาการใช้จริง (TOU)
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : รัฐบาลควบคุมเข้มงวดการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ปรับเกณฑ์ BOI เพื่อรักษาสมดุลทรัพยากรไฟฟ้าและน้ำของประเทศ
รายละเอียด:
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เร่งปรับสิทธิประโยชน์บีโอไอ (BOI) สำหรับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ โดยนำเกณฑ์ผลตอบแทนจากการลงทุนของประเทศ (ROI) มาพิจารณาแทนการเน้นเพียงเม็ดเงินลงทุน
- มีการจัดตั้งบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อกำกับดูแลการใช้ทรัพยากร โดยเฉพาะความต้องการพลังงานไฟฟ้าและน้ำมหาศาล พร้อมทั้งอาจกำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์สร้างโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้เองเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
ผลกระทบ:
- การควบคุมที่เข้มงวดช่วยปกป้องระบบไฟฟ้าหลักของประเทศไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานหรือเกิดภาระค่าโครงข่ายไฟตกแก่ประชาชนทั่วไป แต่ความท้าทายคือการจ้างงานโดยตรงในธุรกิจนี้ต่ำมาก
- ส่งเสริมการพัฒนาพลังงานสะอาดในระบบส่ง และลดความเสี่ยงการจัดสรรทรัพยากรของชาติ แต่ต้องสร้างกฎระเบียบที่โปร่งใสเพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทด้านความมั่นคงและเทคโนโลยี
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ปตท. เผยกำไรครึ่งแรกปี 2569 โต 74% เร่งปรับตัวรับมือวิกฤตพลังงานและรุกเทคโนโลยี CCS สู่ Net Zero
รายละเอียด:
- นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 แข็งแกร่ง มีกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท โดยเน้นปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอการนำเข้าน้ำมันดิบลดสัดส่วนจากตะวันออกกลางเหลือร้อยละ 30 เพื่อลดความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
- ปตท. มุ่งหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว ผ่านโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ที่แหล่งก๊าซอาทิตย์ในปี 2571 และขยายพอร์ตการค้า LNG สู่ระดับ 15 ล้านตันภายในปี 2578
ผลกระทบ:
- การเร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี CCS จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยลดคาร์บอนและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ได้จริงในเชิงพาณิชย์
- ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของแผนร่วมทุนปิโตรเคมีและการกลั่นเนื่องจากภัยสงครามในตะวันออกกลาง อาจทำให้เสถียรภาพทางการเงินในระยะยาวของกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่ยังไม่นิ่ง
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : บี.กริม เพาเวอร์ โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 676 ล้านบาท เตรียมพร้อมลุย Direct PPA รับแผน PDP ฉบับใหม่
รายละเอียด:
- นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินและบัญชี บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เปิดเผยกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 676 ล้านบาท ได้รับอานิสงส์จากสูตรค่าไฟใหม่ (New Tariff Formula) ที่สะท้อนต้นทุนก๊าซจริง
- บริษัทเตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้ PDP ใหม่ และการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ (Direct PPA) เพื่อรับดีมานด์จากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยุคใหม่และดาต้าเซ็นเตอร์
ผลกระทบ:
- การเปิดโอกาสลงทุนในโครงการ Direct PPA จะช่วยส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันให้ภาคเอกชนไทยที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียวร้อยละ 100 และดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ
- การปรับตัวของโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่และราคาก๊าซกึ่งตลาด (Pool Gas) ช่วยเพิ่มเสถียรภาพและลดผลกระทบทางบัญชีของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (SPP) แต่ประชาชนยังคงต้องเฝ้าระวังทิศทางค่า Ft ที่ผันผวน
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : เปลี่ยนขั้วอำนาจ SPCG ยักษ์ใหญ่โซลาร์ฟาร์มหมื่นล้าน กลุ่มทุนใหม่จารุทวีผนึกฟินันซ่าเข้าเทกโอเวอร์เตรียมรุกพลังงานสะอาดครบวงจร
รายละเอียด:
- บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG หนึ่งในผู้บุกเบิกโซลาร์ฟาร์มรายแรกของไทย แจ้งการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และพันธมิตร ขายหุ้นร้อยละ 57.46 มูลค่า 5,526 ล้านบาท ให้กลุ่มทุนใหม่นำโดยนายเกรียงไกร จารุทวี และกลุ่มฟินันซ่า-พรีเมีย
- กลุ่มผู้ซื้อเตรียมทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Mandatory Tender Offer) คาดมูลค่าดีลแตะระดับสูงสุด 9,618 ล้านบาท โดยมีแผนใช้ SPCG เป็นแกนหลักขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์รูฟโรงงาน ระบบกักเก็บพลังงาน และสัญญาขายไฟภาคเอกชน
ผลกระทบ:
- การเข้ามาของกลุ่มทุนทางการเงินรายใหญ่และเครือข่ายอสังหาริมทรัพย์จะช่วยเติมพลังสภาพคล่องให้ SPCG สามารถทรานส์ฟอร์มไปสู่การลงทุนในธุรกิจพลังงานยุคใหม่ หลังรายได้ Adder เดิมหมดอายุลง
- เป็นสัญญาณการควบรวมและเปลี่ยนผ่านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในไทยไปสู่กลุ่มผู้เล่นที่มีความเชี่ยวชาญการเงินขั้นสูง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการพลังงานในภาคเอกชนและส่งเสริมเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : สส. พรรคประชาชนสับนโยบาย ผ่อนโซลาร์เซลล์ผ่านบิลค่าไฟ จี้เร่งแก้กฎระเบียบ On-bill Financing ให้เป็นจริง
รายละเอียด:
- นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์โครงการ โซลาร์ล้านหลังคา ติดฟรี-ผ่อนผ่านบิล ของรัฐบาลว่ายังไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ เนื่องจากกฎเกณฑ์ปัจจุบันของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ไม่สามารถตัดเงินผ่านระบบ On-bill Financing เพื่อส่งต่อชำระหนี้ธนาคารโดยตรงได้
- ข้อเสนอแนะให้เร่งปลดล็อกกฎหมาย ปรับรูปแบบบิลค่าไฟเป็นเอกสารประเมินสินเชื่อ และกำหนดค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (Wheeling Charge) ที่เหมาะสมเป็นธรรม
ผลกระทบ:
- หากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขกฎเกณฑ์ร่วมกับสถาบันการเงิน โครงการที่มุ่งช่วยประชาชนลดรายจ่ายค่าไฟด้วยโซลาร์รูฟท็อปจะกลายเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อที่เข้าไม่ถึงกลุ่มฐานราก
- การเปิดเสรีกฎระเบียบระบบ On-bill Financing จะเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดระดับครัวเรือน ส่งผลดีต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งแผนปิดปรับปรุงระบบและงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวบางพื้นที่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาระบบสายส่งและพัฒนาความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้า
- พื้นที่ดับไฟครอบคลุมถนนสายสำคัญ เช่น ถนนเยาวราช ถนนอ่อนนุช ถนนศรีนครินทร์ และถนนสามัคคี โดยกำหนดช่วงเวลาตัดไฟระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 15.30 น. ตามประกาศเฉพาะจุด
ผลกระทบ:
- ภาคครัวเรือนและธุรกิจร้านค้าในเขตที่มีการประกาศดับไฟจำเป็นต้องเตรียมแผนสำรองเพื่อป้องกันผลกระทบด้านการผลิตและการให้บริการ
- การปิดปรับปรุงอย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงในการจ่ายกระแสไฟฟ้าของเมืองหลวง ลดความเสี่ยงของเหตุการณ์กระแสไฟฟ้าขัดข้องหรือไฟดับเป็นวงกว้างในอนาคต
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- การไฟฟ้านครหลวงร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จัดทำแนวทางบริหารความเสี่ยงระบบควบคุมและเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) ตามมาตรฐาน IEC 62443 เพื่อรองรับระบบสมาร์ทกริดและสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
- สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล (BCC) ส่งมอบงานเปลี่ยนระบบสายไฟอากาศลงใต้ดินสะสมรวมกว่า 720 กิโลเมตรตามแนวรถไฟฟ้าและหัวเมืองใหญ่เพื่อเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าและการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จับมือ สวทช. และ มธ. พัฒนาโรงงานต้นแบบแยกแบล็กแมสรีไซเคิลและเตรียมการตั้งนิคมอุตสาหกรรมหมุนเวียนเพื่อรับมือปัญหาขยะแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
- รองนายกรัฐมนตรีนำ 9 ยักษ์ธุรกิจไทย รวมถึง บี.กริม และ ปตท. ร่วมประชุมนิวซีแลนด์ ต่อยอดการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านพลังงานทดแทนที่กำลังเติบโต
- ธนาคารออมสินประกาศเพิ่มวงเงินสินเชื่อสนับสนุนการจัดซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เฟสสองอีก 5,000 ล้านบาท หลังยอดสินเชื่อรอบแรกเต็มจำนวนเพื่อรองรับความต้องการลดใช้พลังงานฟอสซิลอย่างต่อเนื่อง