รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : บีโอไอเผยยอดขอส่งเสริมลงทุนไฟฟ้าสะอาดพุ่ง 3.5 แสนล้านบาท รองรับคลื่นอุตสาหกรรมยุคใหม่
รายละเอียด:
- นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2564 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 มีการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียน 2,330 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3.55 แสนล้านบาท
- การลงทุนนี้เป็นการตอบรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดของบริษัทชั้นนำระดับโลก โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเพื่อเลี่ยงมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของยุโรป
- ภาครัฐเตรียมใช้กลไก Utility Green Tariff (UGT) และ Direct PPA เพื่อเพิ่มการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาดของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดในการเลือกประเทศผู้ลงทุน
ผลกระทบ:
- ช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศ (FDI) เข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค
- เสริมความแข็งแกร่งของเสถียรภาพระบบไฟฟ้าไทย ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ท่ามกลางกระแสการก้าวสู่ Net Zero และ RE100
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ปลดล็อกงบก้อนสอง 2 แสนล้านบาทลุยเปลี่ยนผ่านพลังงาน
รายละเอียด:
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกเงินกู้ก้อนที่สองจำนวน 2 แสนล้านบาทให้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าต่อได้
- มี 5 กระทรวงหลักที่เตรียมเสนอโครงการ ได้แก่ คมนาคม มหาดไทย คลัง พลังงาน และเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำงบประมาณไปอุดหนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
- โครงการหลักครอบคลุมการอุดหนุนรถโดยสารสาธารณะไฟฟ้า การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคครัวเรือน มาตรการช่วยซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์
ผลกระทบ:
- ช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพประชาชนผ่านนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด และกระตุ้นการลงทุนหมุนเวียนในประเทศด้วยงบประมาณมหาศาล
- ลดสัดส่วนการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและเร่งเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยสู่ Net Zero แต่ก็สร้างความท้าทายในด้านภาระหนี้สาธารณะและการควบคุมความโปร่งใสของโครงการ
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยดันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นพลังงานหลัก ดึงเม็ดเงินสู่เกษตรกรลดการนำเข้าน้ำมัน
รายละเอียด:
- กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มจธ. เสนอให้ดันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นยุทธศาสตร์พลังงานหลักของประเทศ
- ดร.เสกสรรค์ พรหมนิช และ ผศ.ดร.พงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ชี้ว่าไทยนำเข้าน้ำมันดิบสูงถึง 92% ของการใช้ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.33 ล้านล้านบาทต่อปี การเปลี่ยนผ่านสู่ E20 จะช่วยหยุดภาวะเงินตราไหลออกนอกประเทศ
- นโยบายนี้ถอดบทเรียนจากบราซิลและอินเดียที่ใช้น้ำมันเอทานอลสัดส่วนสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตอ้อยและมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยกว่า 1 ล้านครัวเรือน
ผลกระทบ:
- ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 3.12 ล้านตันคาร์บอนต่อปี และลดการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5 จากภาคการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ
- สร้างเสถียรภาพรายได้แก่ภาคเกษตรกรรมไทยและหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bioeconomy) กว่า 1.34 แสนล้านบาท ทดแทนการนำเข้าน้ำมันดิบราคาแพงจากต่างประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เอกชนผู้ผลิตโซลาร์เซลล์ค้านนโยบายรับซื้อไฟคืน 5 กิโลวัตต์ ชี้จำกัดเพดานทำให้ไม่คุ้มทุนและไร้แรงจูงใจ
รายละเอียด:
- นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ซีอีโอ บริษัท นิว เอ็นเนอร์จี พลัส โซลูชั่นส์ จำกัด (NEPS) ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเงื่อนไขโครงการส่งเสริมโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนของรัฐบาล
- ภาคเอกชนระบุว่า การกำหนดให้ติดตั้งและขายไฟฟ้าคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ แทบไม่ส่งผลดีกับผู้ลงทุน เนื่องจากบ้านที่ติดระบบขนาดดังกล่าวจะใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเกือบหมดในตอนกลางวันอยู่แล้ว
- ข้อจำกัดนี้ส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าส่วนเกินเหลือขายเข้าระบบของรัฐ ทำให้ระยะเวลาคืนทุนยาวนานขึ้นจนไม่คุ้มค่า โดยเฉพาะกับประชาชนที่ต้องกู้เงินมาติดตั้ง
ผลกระทบ:
- ทำให้ประชาชนขาดแรงจูงใจในการเข้าร่วมโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ส่งผลให้การกระจายการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือนเติบโตได้ช้ากว่าเป้าหมาย
- รัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนเพดานและอัตรารับซื้อไฟฟ้าคืน เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าด้านการเงินแก่ผู้บริโภคและกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับครัวเรือนอย่างจริงจัง
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : สทน. ชูวิสัยทัศน์ 20 ปี เสาหลักนิวเคลียร์และเทคโนโลยี SMR รองรับความต้องการพลังงานสะอาดระยะยาว
รายละเอียด:
- รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) แถลงทิศทางการดำเนินงานครบรอบ 20 ปี ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในชีวิตประจำวัน
- สทน. ได้ชูบทบาทพลังงานนิวเคลียร์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ว่าจะเป็นคำตอบสำคัญสำหรับระบบไฟฟ้าสีเขียวที่มีเสถียรภาพและผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง
- การผลักดันนี้รองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ไม่สามารถพึ่งพาแค่พลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนได้
ผลกระทบ:
- เพิ่มโอกาสให้ระบบไฟฟ้าของไทยมีพลังงานสีเขียวเป็นฐาน (Baseload) ที่มั่นคงและยั่งยืน ช่วยดึงดูดกลุ่มทุนเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการพลังงานสะอาด 100% ตลอด 24 ชั่วโมง
- เป็นความท้าทายของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจและลดความกังวลของภาคประชาชนต่อความปลอดภัยของเทคโนโลยีนิวเคลียร์
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเตือนผู้บริโภคติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์เพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัย
รายละเอียด:
- การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ต้องการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้อุปกรณ์และผู้ติดตั้งที่ได้มาตรฐาน
- การตรวจสอบควรครอบคลุมถึงใบรับประกันสินค้า โดยแผงโซลาร์เซลล์ควรมีรับประกันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า 25 ถึง 30 ปี และอินเวอร์เตอร์ 5 ถึง 10 ปี
- เตือนว่าการติดตั้งระบบที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างความเสี่ยงสูงต่อระบบไฟฟ้า เช่น อัคคีภัยจากไฟฟ้าลัดวงจร หลังคารั่วซึม และอาจส่งผลต่อการปฏิเสธความคุ้มครองของบริษัทประกันภัย
ผลกระทบ:
- ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอัคคีภัยและความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนจากการติดตั้งอุปกรณ์พลังงานสะอาดที่ด้อยคุณภาพ
- ส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาของไทย และสร้างความมั่นใจในระยะยาวให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการลดค่าไฟฟ้า
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : การไฟฟ้านครหลวงแจ้งดับกระแสไฟฟ้าชั่วคราวหลายจุด ในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และนนทบุรี เพื่อบำรุงรักษาระบบ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในบางพื้นที่ของ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
- วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าจากสายอากาศเป็นสายใต้ดิน
- พื้นที่ดับไฟครอบคลุมถนนสายสำคัญ เช่น ถนนสุขุมวิท 93 ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนบางนา-ตราด และถนนติวานนท์ เป็นต้น
ผลกระทบ:
- ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ปิดปรับปรุงระบบไฟฟ้าชั่วคราวในช่วงเวลาที่กำหนด
- ในระยะยาวช่วยเพิ่มเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลังในเขตเมืองหลวง ลดความเสี่ยงจากปัญหากระแสไฟฟ้าขัดข้องและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- กนอ. ผนึกธนาคารโลกเปิดงาน I-EA-T Fair 2026 ดันพื้นที่มาบตาพุดสู่โมเดลหมุนเวียน Closed-Loop ดึงขยะอุตสาหกรรมกลับมาใช้ใหม่ 200,000 ตันต่อปี
- โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ส่อเค้ายุติสัญญา หลังกลุ่มซีพียื่นหนังสือขอใช้สิทธิ์สิ้นสุดสัญญาเหตุหาข้อยุติตกลงเรื่องสิทธิประโยชน์บีโอไอไม่ได้
- นิตยสาร Forbes เผยอันดับ 50 อภิมหาเศรษฐีไทย ปี 2569 ตระกูลอยู่วิทยา (Red Bull) ครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตามด้วยพี่น้องเจียรวนนท์ (ซีพี) และสารัชถ์ รัตนาวะดี (GULF)
- ทูตจีนชู 3 แนวทางยกระดับความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดไทย-จีน เผยปัจจุบันมีค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนเข้ามาลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว 8 บริษัท ยอดลงทุนรวม 3 พันล้านดอลลาร์
- รฟม. ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งปรับปรุงชั้นดินและอุดรอยรั่วซึมของน้ำใต้อุโมงค์สถานีวงเวียนใหญ่ ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ คาดใช้เวลา 7-12 วัน ยันไม่กระทบโครงสร้างโดยรอบ