EP.12. ศึกรื้อสัญญารับซื้อไฟและโครงสร้างราคา: สางปม ‘ค่าพร้อมจ่าย IPP’ และการทลายการผูกขาดพลังงานเพื่อปากท้องประชาชน
วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลจากการนำเข้าพลังงานฟอสซิลราคาแพง สิ่งนี้คือสัญญาณเตือนว่าระบบพลังงานที่พึ่งพาการนำเข้ามีความเปราะบางสูงและไร้อนาคต ต่างจากบทเรียนของเวียดนามที่ต้องชะลอแผนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas – LNG) เพื่อหันกลับไปหาถ่านหินเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยต้องนำมาพิจารณาอย่างเร่งด่วน
สิ่งที่น่ากังวลกว่าราคาพลังงานผันผวน คือโครงสร้างระบบไฟฟ้าของไทยที่ออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานขนาดใหญ่ ในขณะที่ประชาชนต้องแบกรับค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่สูงขึ้น เรากลับต้องตั้งคำถามว่า เหตุใดเรายังต้องจ่ายเงินให้โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (Independent Power Producer – IPP) ทั้งที่โรงไฟฟ้าเหล่านั้นไม่ได้เดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าแม้แต่หน่วยเดียว
นี่คือกลลวงภายใต้สิ่งที่เรียกว่า ‘ค่าความพร้อมจ่าย’ (Availability Payment) ภายใต้สัญญารับซื้อไฟฟ้าระยะยาวที่รัฐทำไว้กับกลุ่มทุน ท่ามกลางภาวะไฟฟ้าสำรองที่ล้นระบบสูงถึงร้อยละ 40-50 รัฐยังคงบังคับให้ประชาชนจ่ายค่าดูแลโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ผลิตไฟเป็นเงินหมื่นล้านบาทต่อปี สัญญาเหล่านี้เปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่ผูกขาดความมั่งคั่งไว้ในมือคนเพียงไม่กี่กลุ่ม และโยนภาระต้นทุนแฝงให้กับบิลค่าไฟของครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย
การจะสางปมผูกขาดนี้ให้จบสิ้น เราต้องกล้าแตะโครงสร้างเชิงอำนาจ เริ่มจากการปรับลดราคารับซื้อไฟพลังงานหมุนเวียนที่หมดสัญญาลงเหลือ 2.16 บาทต่อหน่วย เพื่อสะท้อนต้นทุนจริงที่คืนทุนไปหมดแล้ว พร้อมทั้งปฏิรูปคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้มีความโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ให้เอกชน รวมถึงพิจารณาดึงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐให้กลับมาอยู่ที่ร้อยละ 51 เพื่อประกาศอธิปไตยทางพลังงาน ไม่ให้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานกลายเป็นเครื่องมือทำกำไรของบริษัทเอกชน
ถึงเวลาที่กระทรวงพลังงานต้องเลิกทำหน้าที่เพียงเสมือนผู้อนุมัติสัญญา แต่ต้องเร่งเจรจาแก้ไขสัญญาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อลดค่าความพร้อมจ่ายที่ไม่เป็นธรรม รัฐบาลต้องยึดศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้าไว้กับรัฐ เพื่อป้องกันการครอบงำความมั่นคงของชาติ และที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปสูตรราคาก๊าซธรรมชาติเพื่อให้ภาคครัวเรือนหยุดจ่ายเงินอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงให้แก่ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพราะพลังงานคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ไม่ใช่สินค้าเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มทุนเดิมๆ อีกต่อไป