รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรอบใหม่ หนุนเป้ารับซื้อ 500 เมกะวัตต์
รายละเอียด:
- นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เปิดเผยว่า กกพ. มีมติเห็นชอบให้นำร่างประกาศเชิญชวนรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ประเภทบ้านอยู่อาศัย ออกรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
- ร่างประกาศดังกล่าวกำหนดเป้าหมายรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี โดยมีเงื่อนไขจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ และต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในปี พ.ศ. 2570
ผลกระทบ:
- ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของภาคประชาชนในระยะยาว ส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าปรับเปลี่ยนบทบาทเป็น Prosumer ที่สามารถผลิตและบริหารจัดการพลังงานได้เอง ซึ่งจะช่วยลด peak power ของประเทศในช่วงกลางวัน
- อัตรารับซื้อที่ 2.20 บาทต่อหน่วย อาจจูงใจให้เกิดการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น แต่หน่วยงานรัฐและการไฟฟ้าจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบจำหน่ายเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนไหลย้อนกลับเข้าสู่กริดส่งจ่ายไฟฟ้า
ที่มา: สำนักข่าวไทยพีบีเอส วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : MEA เปิดลงทะเบียนอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียว UGT1 ประจำปี 2569 หนุนธุรกิจไทยลดคาร์บอน Scope 2
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (MEA) เปิดรับลงทะเบียนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ประสงค์จะขอใช้บริการอัตราค่าบริการไฟฟ้าสีเขียวแบบไม่เจาะจงแหล่งที่มา (Utility Green Tariff แบบที่ 1: UGT1) รอบเพิ่มเติม ประจำไตรมาสที่ 3 ปี พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน ถึง 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
- อัตราค่าบริการ UGT1 กำหนดค่าบริการส่วนเพิ่ม (Premium) เท่ากับ 0.0375 บาทต่อหน่วย ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับพลังงานไฟฟ้าสีเขียวพร้อมใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ตามมาตรฐาน I-REC เพื่อนำไปอ้างสิทธิ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม
ผลกระทบ:
- ช่วยให้ผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรมในไทยมีทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานสะอาดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ซึ่งช่วยปลดล็อกข้อจำกัดทางการค้าและการเก็บภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดนจากต่างประเทศ
- ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มีนโยบายเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานของประเทศสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : GUNKUL ผนึกภาครัฐติดตั้งโซลาร์รูฟอาคารกรมส่งเสริมคนพิการ พม. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Net Zero
รายละเอียด:
- บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL โดยนางสาววรินทิพย์ โรซาร์พิทักษ์ ลงนามสัญญาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาให้กับอาคารที่ทำการใหม่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- โครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมจ่ายไฟฟ้าในไตรมาสที่ 3 ของปี พ.ศ. 2569 โดยประเมินว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 150 ถึง 165 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
ผลกระทบ:
- เป็นโครงการนำร่องที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและประหยัดงบประมาณแผ่นดินในระยะยาวสำหรับหน่วยงานราชการ สอดรับกับ พ.ร.ก. จัดสรรงบประมาณ 200,000 ล้านบาทของรัฐบาลในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ
- ตอกย้ำโอกาสการเติบโตทางธุรกิจของภาคเอกชนในการเป็นพันธมิตรจัดหาพลังงานสะอาด (Direct PPA) และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ให้กับหน่วยงานรัฐและเอกชน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เครือข่ายประชาชนคัดค้านร่าง พ.ร.บ. โลกร้อน หวั่นกลไกคาร์บอนเครดิตเปิดช่องฟอกเขียวกลุ่มทุนฟอสซิล
รายละเอียด:
- เครือข่ายประชาชนเพื่อความเป็นธรรมทางสภาพภูมิอากาศ 14 องค์กร ร่วมตัวแสดงจุดยืนปฏิเสธ ร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. โดยชี้ว่าตัวร่างกฎหมายขาดการรับรองสิทธิชุมชนและเอื้อประโยชน์ให้อุตสาหกรรมฟอสซิลทำกำไรจากการฟอกเขียว
- ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมลดโลกร้อน (DCCE) ชี้แจงว่าร่างกฎหมายนี้มีการบังคับควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอุตสาหกรรม และกำหนดให้เอกชนซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชยได้ไม่เกิน 15% เพื่อนำเงินเข้ารูปแบบกองทุนไปหมุนเวียนสร้างโครงการคาร์บอนเครดิตในประเทศ
ผลกระทบ:
- สร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลไทยและผู้กำหนดนโยบายในการปรับปรุงร่างกฎหมายให้เกิดความสมดุลระหว่างภาคบังคับและการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยต้องเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนและคุ้มครองสิทธิในที่ดิน
- ความเสี่ยงต่อภาคธุรกิจในการเผชิญข้อหาฟอกเขียว (Greenwashing) หากพึ่งพากลไกชดเชยคาร์บอนมากกว่าการลดการปล่อยก๊าซจากแหล่งกำเนิด ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและนโยบายการเงินสีเขียว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กลุ่มโรงกลั่น ส.อ.ท. เผยมาตรการสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 10 วัน รับมือความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
รายละเอียด:
- นางรุ่งนภา จันทร์ชูเกียรติ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ส.อ.ท. เปิดเผยถึงการปรับแผนจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้า โดยปรับลดสัดส่วนการนำเข้าจากตะวันออกกลางเหลือ 30% และหันไปนำเข้าจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกาตะวันตกและสหรัฐฯ
- กลุ่มโรงกลั่นได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการอุปทานเพิ่มเติม เช่น การสำรองน้ำมันบนเรือ (Floating Storage) และจัดหาถังเก็บน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่ม ส่งผลให้ปัจจุบันมีน้ำมันสำรองในระบบสูงกว่าปกติประมาณ 10 วัน เพื่อรองรับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ผลกระทบ:
- ช่วยสร้างความมั่นใจในความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ป้องกันปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าและขนส่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงครามในตะวันออกกลาง
- การปรับเปลี่ยนแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและการเพิ่มปริมาณสำรองอาจส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและต้นทุนการกลั่น ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชนผ่านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : สจล. เปิดตัวแพลตฟอร์ม Hub of Talent ปั้นกำลังคนด้าน AI และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
รายละเอียด:
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดงานเปิดโครงการ HUB OF TALENT โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, Data Center และ Smart Energy Management
- รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ระบุว่าประเทศจำเป็นต้องเร่งพัฒนา Hybrid Talent ที่เข้าใจทั้งด้านดิจิทัลและระบบพลังงานไฟฟ้า (Power System) เพื่อรองรับอุตสาหกรรม Data Center และการบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
ผลกระทบ:
- การเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center จะนำมาซึ่งความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้นมหาศาล การมีบุคลากรด้าน Smart Energy Management จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลัง
- สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติในการดึงดูดการลงทุนจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งแผนบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและสับเปลี่ยนสายใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความจำเป็นในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ ในวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
- แผนงานดังกล่าวครอบคลุมถึงการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบจ่ายไฟฟ้าจากสายอากาศเป็นระบบสายไฟใต้ดิน รวมถึงงานตัดแต่งกิ่งไม้ใกล้สายไฟ โดยกำหนดเวลาทำงานส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเวลา 08.30 ถึง 15.30 น.
ผลกระทบ:
- ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่แจ้งเตือน เช่น ถนนเดชะตุงคะ ถนนบางแวก ถนนฉลองกรุง และถนนปู่เจ้าสมิงพราย จะได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับชั่วคราว จึงต้องวางแผนการใช้พลังงานเพื่อไม่ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก
- เป็นมาตรการที่จำเป็นในการพัฒนาเสถียรภาพและคุณภาพของระบบจำหน่ายไฟฟ้าเขตนครหลวงในระยะยาว ลดความเสี่ยงกรณีระบบไฟฟ้าขัดข้องจากพายุหรือกิ่งไม้พาดสายไฟ
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บลจ. แอสเซท พลัส แนะ 4 กองทุนเด่น รับโอกาสอุตสาหกรรม AI เติบโต ดึงกองทุน Smart Grid และพลังงานสะอาดร่วมพอร์ตเพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์
- โนเกีย ชี้เทรนด์ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยโตแกร่ง หนุนความต้องการโครงข่ายออปติคัลไฟเบอร์ความเร็วสูงเชื่อมต่อข้อมูลข้ามพรมแดน
- อาคารรัจนาการ สาทร จับมือ ONNEX by SCG ยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน ประหยัดไฟได้กว่า 50% คว้ามาตรฐานความยั่งยืน LEED Platinum รายแรกบนถนนสาทร
- สมอ. จับมือ Shopee เชื่อมระบบตรวจสอบอัตโนมัติ สกัดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐาน มอก. เช่น ปลั๊กพ่วง และไดร์เป่าผม ก่อนวางขายออนไลน์
- กรมทางหลวงยืนยัน ข่าวอ้างติดตั้งระบบฝังขดลวดชาร์จรถไฟฟ้าไร้สายบนมอเตอร์เวย์ M6 เป็นข่าวปลอม ย้ำไทยยังไม่มีการติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าวบนถนนสาธารณะ
สรุปข่าวพลังงานประจำวันของประเทศไทย ในรูปแบบ Podcast รับฟังได้จากคลิปวิดีโอด้านล่างนี้ครับ