รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 06-Jun-2026 ถึง 12-Jun-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : SK Group แห่งเกาหลีใต้ปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานสะอาดครั้งใหญ่ ร่วมมือกับ KKR รับมือความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจาก AI
รายละเอียด:
- SK Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทแชโบลที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานหมุนเวียนครั้งสำคัญ โดยร่วมมือกับบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก KKR เพื่อรวมสินทรัพย์ด้านพลังงานสะอาดที่กระจายอยู่ในเครือบริษัทต่างๆ เช่น SK Innovation และ SK Eternix เข้าไว้ด้วยกัน
- แผนการดังกล่าวครอบคลุมสินทรัพย์ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มพลังงานหมุนเวียนแบบครบวงจรที่มีขนาดใหญ่และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ผลกระทบ:
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่มองเห็นความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างการเปลี่ยนผ่านพลังงานและความต้องการพลังงานมหาศาลจากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ AI การสร้างแพลตฟอร์มพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังเป็นการสร้างความน่าสนใจในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และตอบสนองต่อข้อเรียกร้องด้านความยั่งยืนของลูกค้ากลุ่ม Tech Companies ขนาดใหญ่
รูปแบบความร่วมมือระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงาน (SK Group) และกลุ่มทุน (KKR) อาจกลายเป็นโมเดลต้นแบบสำหรับกิจการไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ในการระดมทุนสำหรับโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ (Mega-scale Projects) เพื่อรองรับโหลดใหม่ๆ เช่น Data Center ซึ่งต้องการทั้งเสถียรภาพและที่มาของพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคต
ที่มา: The Korea Herald, 10 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรเตรียมจัดตั้งกรอบความร่วมมือด้านพลังงานลมนอกชายฝั่งและนิวเคลียร์ยุคใหม่
รายละเอียด:
- รัฐบาลญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาจัดตั้งกรอบความร่วมมือใหม่เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมนอกชายฝั่ง (Offshore Wind) เทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคถัดไป (Next-generation Nuclear Power Plants) และเทคโนโลยีฟิวชันนิวเคลียร์ (Nuclear Fusion)
- คาดว่านายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Sanae Takaichi และนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร Keir Starmer จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านพลังงานในระหว่างการประชุมสุดยอดที่ลอนดอน ซึ่งจะครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานสำหรับแร่ธาตุที่สำคัญ และการรับมือกับการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ
ผลกระทบ:
ความร่วมมือนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าญี่ปุ่นกำลังเร่งกระจายแหล่งพลังงานและแสวงหาพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์นอกภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในด้านพลังงานสะอาดที่มีศักยภาพสูงอย่างลมนอกชายฝั่ง ซึ่งสหราชอาณาจักรมีความเชี่ยวชาญ การขยายความร่วมมือไปยังเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่และฟิวชัน ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero
สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า ความร่วมมือระดับทวิภาคีในลักษณะนี้อาจนำไปสู่การถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนร่วมกัน และการสร้างมาตรฐานใหม่ๆ ในโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำหรับประเทศอื่นๆ ในการสร้างพันธมิตรเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงแหล่งพลังงานหรือเทคโนโลยีจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
ที่มา: Kyodo News, 11 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : เกาหลีใต้และสหรัฐฯ จัดเวทีธุรกิจพลังงาน ยกระดับความร่วมมือด้านนิวเคลียร์และความมั่นคงระบบไฟฟ้า
รายละเอียด:
- กระทรวงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้ ร่วมกับสหรัฐฯ จัดเวทีสัมมนาธุรกิจพลังงาน (US-ROK Energy Business Forum) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและบริษัทพลังงานชั้นนำของทั้งสองประเทศเข้าร่วม
- ผู้เข้าร่วมจากฝั่งเกาหลีใต้ประกอบด้วยการไฟฟ้าเกาหลี (KEPCO), Korea Hydro & Nuclear Power (KHNP), LG Energy Solution, Samsung Heavy Industries และ Doosan Enerbility ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ มีบริษัทอย่าง JP Morgan, ExxonMobil และ GE Vernova เข้าร่วม สะท้อนถึงความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งด้านนโยบาย การเงิน และเทคโนโลยี
- Lee Ho-hyeon รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสภาพภูมิอากาศฯ ของเกาหลีใต้ ได้กล่าวสุนทรพจน์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Power Security) ในยุคของการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น (Electrification Era) และความจำเป็นในการสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่สำคัญ (Critical Mineral Supply Chains) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมขั้นสูง
ผลกระทบ:
การประชุมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงการยกระดับความเป็นพันธมิตรด้านพลังงานระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ จากเดิมที่เน้นความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ไปสู่พันธมิตรทางอุตสาหกรรมและพลังงานที่กว้างขวางขึ้น ซึ่งรวมถึงความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
ประเด็นด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่สำคัญ กำลังกลายเป็นหัวใจหลักของนโยบายพลังงานระหว่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพื่อรับมือกับความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจาก AI และอุตสาหกรรมใหม่ๆ
ที่มา: The Korea Herald, 11 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Nikkei Asia วิเคราะห์ยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนของญี่ปุ่นยังตามหลังจีน สะท้อนความท้าทายในการแข่งขันด้านเชื้อเพลิงแห่งอนาคต
รายละเอียด:
- Nikkei Asia นำเสนอรายงานเชิงวิเคราะห์เปรียบเทียบความก้าวหน้าของยุทธศาสตร์ไฮโดรเจนระหว่างจีนและญี่ปุ่น โดยระบุว่าแม้ญี่ปุ่นจะออกกฎหมายส่งเสริมเศรษฐกิจไฮโดรเจนมาตั้งแต่ปี 2560 แต่การลงทุนอย่างมหาศาลของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านนี้อย่างชัดเจน
- จีนมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทั้งในด้านการผลิตไฮโดรเจน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีเติมเชื้อเพลิง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากนโยบายของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในประเทศและลดการพึ่งพิงการนำเข้าน้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกผันผวนจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง
ผลกระทบ:
รายงานนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายของญี่ปุ่นในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดกับจีน ซึ่งใช้ความได้เปรียบด้านขนาดตลาดและการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความโดดเด่นในอุตสาหกรรมใหม่ การที่ญี่ปุ่นอาจตามหลังในเทคโนโลยีไฮโดรเจนซึ่งถูกมองว่าเป็นเชื้อเพลิงสำคัญแห่งอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรมและความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
บทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายพลังงานคือ ความเร็วและการขยายผล (Speed and Scale) เป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ๆ การมีเพียงนโยบายหรือกฎหมายอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องอาศัยการลงทุนที่ชัดเจนและกลไกตลาดที่เอื้อให้เกิดการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้
ที่มา: Nikkei Asia, 12 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : บริษัท Hanwha Qcells ของเกาหลีใต้สร้างประวัติศาสตร์ ก่อตั้งศูนย์กลางการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ครบวงจรแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา
รายละเอียด:
- Hanwha Qcells บริษัทในเครือ Hanwha Group ของเกาหลีใต้ ได้เสร็จสิ้นโครงการ Solar Hub ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตแผงโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Integrated Solar Manufacturing Base) แห่งเดียวในสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่การผลิตแท่งโลหะซิลิคอน (Ingot) แผ่นเวเฟอร์ (Wafer) เซลล์แสงอาทิตย์ (Cell) ไปจนถึงการประกอบเป็นแผง (Module)
- โรงงานแห่งนี้ทำให้ Hanwha Qcells มีกำลังการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้ซิลิคอนมากที่สุดในอเมริกาเหนือ และคาดว่าจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากมาตรการจูงใจภายใต้กฎหมายลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act – IRA) ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์ทางภาษี Advanced Manufacturing Production Credit (AMPC)
ผลกระทบ:
การลงทุนของ Hanwha Qcells เป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการตอบสนองต่อนโยบายของสหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดภายในประเทศและลดการพึ่งพาสินค้าจากจีน สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบธุรกิจใหม่ของบริษัทพลังงานที่ปรับตัวตามภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายอุตสาหกรรมของประเทศมหาอำนาจ
โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงแต่สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดในระดับสากล ซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับบริษัทพลังงานในประเทศอื่นๆ ที่ต้องการขยายตลาดและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงห่วงโซ่อุปทานที่กระจุกตัวอยู่ในประเทศจีน
ที่มา: The Korea Herald, 10 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ญี่ปุ่นปรับยุทธศาสตร์การสร้างเคเบิลใต้น้ำ รับมือความต้องการข้อมูลมหาศาลจากยุค AI
รายละเอียด:
- บริษัทญี่ปุ่นกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนและก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ (Subsea Cable) เพื่อรองรับความต้องการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- NTT Data Group ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สร้างเคเบิลใต้น้ำชั้นนำของโลก ได้ริเริ่มโครงการ Intra-Asia Marine (I-AM) Cable โดยร่วมมือกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพียงไม่กี่ราย แทนที่จะเป็นการสร้างกลุ่มความร่วมมือ (Consortium) ขนาดใหญ่เหมือนในอดีต เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและคล่องตัวในการตัดสินใจ โครงการนี้จะเชื่อมต่อญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กับมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยมีสายแยกไปยังไต้หวันและฟิลิปปินส์
ผลกระทบ:
การเติบโตของ AI และ Data Center กำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ซึ่งเปรียบเสมือน “ระบบโครงข่าย” สำหรับการส่งข้อมูล การปรับเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนให้กระชับและรวดเร็วขึ้นของ NTT สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายขีดความสามารถของโครงข่ายเพื่อรองรับ “โหลดข้อมูลขนาดใหญ่”
แนวทางนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ จากเดิมที่เน้นการประหยัดต้นทุนผ่านกลุ่มความร่วมมือขนาดใหญ่ ไปสู่การให้ความสำคัญกับความเร็วในการเข้าสู่ตลาด (Time-to-Market) และความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับโหลดใหม่ๆ เช่นกัน
ที่มา: Nikkei Asia, 11 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : บริษัท TDK ของญี่ปุ่นเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพสหรัฐฯ ด้านเทคโนโลยีระบายความร้อนสำหรับ AI Data Center
รายละเอียด:
- TDK บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ประกาศเข้าซื้อกิจการ Fabric8Labs ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพในสหรัฐอเมริกาที่เชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนระบายความร้อนสำหรับศูนย์ข้อมูล ด้วยมูลค่าสูงสุดถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของ TDK ในตลาดส่วนประกอบสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ซึ่งมีความต้องการเทคโนโลยีระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่ใช้ในการประมวลผล AI สร้างความร้อนมหาศาล
ผลกระทบ:
การลงทุนของ TDK สะท้อนถึงแนวโน้มที่ชัดเจนว่าปัญหา “ความร้อน” และ “การใช้พลังงาน” ของ Data Center กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจที่สำคัญและเป็นสมรภูมิการแข่งขันใหม่ในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI
สำหรับภาคพลังงานและกิจการไฟฟ้า นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าการจัดการโหลดไฟฟ้าจาก Data Center ไม่ได้มีเพียงมิติของปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่สูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความท้าทายด้านการออกแบบระบบระบายความร้อน (Cooling System) ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้พลังงานสูงมาก การพัฒนาเทคโนโลยีระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการพลังงานของ Data Center ในภาพรวม และอาจสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการพลังงานได้
ที่มา: Nikkei Asia, 11 มิถุนายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ จะใช้เงินทุนจากคำมั่นสัญญาการลงทุนของญี่ปุ่นมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการก่อสร้างและขยายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในสหรัฐฯ
- ญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในเดือนกรกฎาคมจะกลับสู่ระดับเดียวกับปีก่อนหน้าได้สำเร็จ ผ่านการกระจายแหล่งนำเข้าไปยังสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก เพื่อลดการพึ่งพิงตะวันออกกลาง
- SK Telecom (เกาหลีใต้) NTT (ญี่ปุ่น) และ Chunghwa Telecom (ไต้หวัน) ประกาศจัดตั้งกองทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพด้าน AI ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล
- Semiconductor Energy Laboratory (SEL) บริษัทวิจัยและพัฒนาของญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุแคโทดสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดใหม่ (LCNO) ที่ทนไฟและมีความหนาแน่นของพลังงานสูง
- Mitsubishi Motors และ Nissan มีแผนจะเปิดตัวบริการซื้อขายไฟฟ้าจากรถยนต์สู่ระบบโครงข่าย (Vehicle-to-Grid หรือ V2G) ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้า