Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

China

รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026

By KYP-Editorial
May 29, 2026 4 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : NDRC คาดการณ์การลงทุนใน “โครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่” ช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 จะสูงเกิน 5 ล้านล้านหยวน

รายละเอียด:

  • นายหลี่ ชาว (Li Chao) รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักวิจัยนโยบายของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2026-2030) การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่ (New Power System) ของจีนคาดว่าจะสูงเกิน 5 ล้านล้านหยวน
  • การลงทุนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างโครงข่ายไฟฟ้าที่ “ปลอดภัยและเชื่อถือได้, สะอาดและคาร์บอนต่ำ, แข็งแกร่งและยืดหยุ่น, อัจฉริยะและคล่องตัว” เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการเชื่อมต่อพลังงานใหม่ในสัดส่วนที่สูงขึ้น
  • แผนการลงทุนจะครอบคลุมการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าข้ามมณฑลและโครงการเชื่อมต่อเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างมณฑล (Inter-provincial Power Mutual Aid), การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้ากระแสสลับระดับ UHV/EHV ให้เหมาะสมตามภูมิภาค, การยกระดับและปรับปรุงโครงข่ายจำหน่ายในเมือง (Urban Distribution Grid), และการแก้ไขปัญหากริดไฟฟ้าที่เปราะบางในระดับอำเภอและปัญหาไฟดับบ่อยครั้งในพื้นที่ชนบท

ผลกระทบ:
– การประกาศตัวเลขการลงทุนที่สูงถึง 5 ล้านล้านหยวนเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากภาครัฐถึงทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Security) และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Transition) ซึ่งหมายถึงการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบสายส่งหลัก, ระบบจำหน่าย และเทคโนโลยีดิจิทัล
– การเน้นย้ำถึงการสร้าง “สายส่งไฟฟ้าและโครงการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างมณฑล” สะท้อนถึงยุทธศาสตร์การดึงทรัพยากรพลังงานสะอาดจากภาคตะวันตกที่อุดมสมบูรณ์ไปยังภาคตะวันออกที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการขยายโครงข่าย UHV ของ State Grid (SGCC) และ China Southern Grid (CSG) อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งจ่ายไฟฟ้าสีเขียวในระดับมหภาค
– การกล่าวถึงการยกระดับโครงข่ายจำหน่ายในเมืองและชนบท บ่งชี้ถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในระดับ Distribution Grid จากการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายตัว (Distributed PV) และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งการลงทุนในส่วนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบอัตโนมัติ, ระบบดิจิทัล และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเสถียรภาพของโครงข่ายในระดับท้องถิ่น

ที่มา: China Energy News (中国能源网) 22 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 2 : NDRC และ NEA ประกาศนโยบายส่งเสริม “การเชื่อมต่อไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงสำหรับผู้ใช้หลายราย” (Multi-user Green Power Direct Connection)

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และการพลังงานแห่งชาติ (NEA) ได้ร่วมกันออกประกาศ “ว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาการเชื่อมต่อไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงสำหรับผู้ใช้หลายรายอย่างเป็นระเบียบ” ซึ่งเป็นการต่อยอดจากนโยบายเดิมที่อนุญาตเฉพาะผู้ใช้รายเดียว นับเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าจีน
  • นโยบายใหม่นี้อนุญาตให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานใหม่ (เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล) สามารถสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าส่วนบุคคลเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าโดยตรงให้กับกลุ่มผู้ใช้หลายราย (ซึ่งต้องเป็นนิติบุคคล ไม่รวมบ้านพักอาศัยและภาคเกษตร) โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม, นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ (Zero-carbon Park) และพื้นที่เขตจำหน่ายไฟฟ้าใหม่ (Increment Distribution Network) ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถรวมกลุ่มกันจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อรับผิดชอบการลงทุนและการดำเนินโครงการ
  • นโยบายกำหนดให้โครงการต้องมีการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเอง (Self-consumption) ต่อปีไม่ต่ำกว่า 60% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากโครงการต้องไม่ต่ำกว่า 30% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของผู้ใช้ในปี 2026 และเพิ่มเป็น 35% ภายในปี 2030 นอกจากนี้ยังกำหนดให้ปริมาณไฟฟ้าที่ขายเข้าระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก (Public Grid) ต้องไม่เกิน 20% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด

ผลกระทบ:
– นโยบายนี้เป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเดิมที่อนุญาตให้เชื่อมต่อตรงแบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น (Single-user) ซึ่งไม่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม การขยายสู่ Multi-user จะช่วยเร่งการลงทุนโครงการพลังงานสะอาดในพื้นที่ใกล้แหล่งอุปสงค์สูง โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมที่ต้องการไฟฟ้าสีเขียวเพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และรับมือกับมาตรการ CBAM ของยุโรป
– การอนุญาตให้รวมกลุ่มจัดตั้งนิติบุคคลเพื่อลงทุนและบริหารจัดการโครงการ เป็นการสร้าง “ไมโครกริดสีเขียว” หรือ “ระบบนิเวศไฟฟ้าขนาดเล็ก” ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถบริหารจัดการอุปทานและอุปสงค์ได้ภายในกลุ่ม ช่วยลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลักในการดูดซับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ทั้งยังเป็นการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับผู้พัฒนาพลังงานสะอาดและผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
– เงื่อนไขการจำกัดปริมาณการขายไฟฟ้าเข้าระบบ (ไม่เกิน 20%) และการกำหนดสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากโครงการ (Self-consumption) เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าเป้าหมายหลักคือ “การบริโภค ณ แหล่งผลิต” (Local Consumption) เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของสายส่งและลดความสูญเสียในระบบ ส่งเสริมให้โครงการต้องมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) เพื่อบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดภายในกลุ่ม อันจะส่งผลดีต่อซัพพลายเชนของ BESS ต่อไป

ที่มา: China Energy News (中国能源网) 26 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 3 : โหลดไฟฟ้าของ China Southern Grid ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 268 GW สะท้อนความท้าทายของการรับมือฤดูร้อนและโครงสร้างการใช้ไฟฟ้าที่เปลี่ยนไป

รายละเอียด:

  • เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 เวลา 20:26 น. โหลดไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่รับผิดชอบของ China Southern Grid (CSG) ทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ 268 ล้านกิโลวัตต์ (268 GW) ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่ครั้งที่สองในรอบสองวัน (สถิติเดิมคือ 259 GW เมื่อวันที่ 25 พ.ค.) และเกิดขึ้นเร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งเดือน
  • ปัจจัยหลักมาจากการที่สภาพอากาศร้อนจัดมาถึงเร็วกว่าปกติในพื้นที่ภาคใต้ของจีน ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อการทำความเย็นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคภาคครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • จุดสูงสุดของโหลด (Peak Load) เกิดขึ้นในช่วงค่ำ (Evening Peak) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการใช้ไฟฟ้า จากเดิมที่มีเพียงช่วงเวลากลางวัน (Daytime Peak) มาเป็นรูปแบบ “สามช่วงพีค” (เช้า-กลางวัน-ค่ำ) ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภาคกลางคืน, การชาร์จ EV และการใช้ไฟฟ้าในภาคที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นในช่วงค่ำ

ผลกระทบ:
– การเกิด Peak Load เร็วกว่าปกติเกือบหนึ่งเดือนและมีค่าสูงเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความท้าทายที่ระบบไฟฟ้าจีนต้องเผชิญจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) ซึ่งทำให้การพยากรณ์โหลดและการวางแผนจัดหาไฟฟ้าทำได้ยากขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อการเตรียมความพร้อมรับมือช่วงฤดูร้อน (Summer Peak) ที่กำลังจะมาถึง
– การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ Peak Load ไปสู่ “สามช่วงพีค” โดยเฉพาะช่วงค่ำที่มีความต้องการสูงขึ้น ในขณะที่พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้แล้ว ทำให้ระบบต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Resources) มากขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ปรับลดกำลังผลิตได้, โรงไฟฟ้าก๊าซ, โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งในรายงานระบุว่า CSG ได้สั่งจ่ายไฟฟ้าจาก BESS ถึง 6.6 GW เพื่อรองรับโหลดสูงสุดครั้งนี้
– แนวโน้มดังกล่าวจะผลักดันให้เกิดการลงทุนใน BESS มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในรูปแบบ Grid-side และ User-side เพื่อทำหน้าที่ Arbitrage (การซื้อไฟฟ้าช่วงราคาถูกเพื่อขายช่วงราคาแพง) และให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) นอกจากนี้ ยังเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของกลไกการบริหารจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand Side Management) และ Virtual Power Plant (VPP) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของระบบ

ที่มา: CPNN (中国电力新闻网) 26 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 4 : China Southern Grid นำร่องใช้ “พนักงานดิจิทัล” ระบบ AI สั่งการซ่อมระบบจำหน่ายไฟฟ้า ลดเวลาจัดการเหตุขัดข้องเหลือเพียงระดับนาที

รายละเอียด:

  • China Southern Grid (CSG) ได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในชื่อ “ผู้บัญชาการการซ่อมบำรุงระบบจำหน่าย” (配网抢修指挥官) และนำมาใช้งานจริงในเมืองกว่างโจว เพื่อจัดการเหตุไฟฟ้าขัดข้องในระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Network) โดยอัตโนมัติ
  • ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เสมือน “พนักงานดิจิทัล” (Digital Employee) ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยผนวกรวม Large Language Model, Intelligent Agent Engine, คลังความรู้เฉพาะทาง และการวิเคราะห์โครงข่ายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน โดยอาศัยข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและเซ็นเซอร์กว่า 7 ล้านชุด และทำงานบนแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่สำหรับธุรกิจไฟฟ้า “Da Watt 32B”
  • เมื่อเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ระบบ AI สามารถรับรู้ได้ในระดับวินาที, วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาภายใน 1 นาที (ลดลงจาก 15 นาทีเมื่อใช้คน), ค้นหาจุดขัดข้องโดยใช้การวิเคราะห์วิดีโอและ CV Model ได้เร็วขึ้น 80% และสั่งการกระบวนการทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่การส่งรถปั่นไฟสำรอง, การสร้างแผนการซ่อม, จนถึงการส่ง SMS แจ้งเตือนผู้ใช้ไฟฟ้า ทำให้เวลาจัดการโดยรวมลดลงจาก 25 นาที เหลือเพียงระดับนาที

ผลกระทบ:
– การนำ AI มาใช้ในกระบวนการจัดการเหตุขัดข้อง (Fault Management) เป็นการยกระดับการดำเนินงานของระบบไฟฟ้าไปสู่ความเป็นอัตโนมัติและอัจฉริยะอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง “โครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่” (New Power System) ที่ต้องการความน่าเชื่อถือและความยืดหยุ่นสูง
– การลดระยะเวลาไฟฟ้าดับ (Outage Duration) ลงได้อย่างมาก จะส่งผลโดยตรงต่อการปรับปรุงดัชนีความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า เช่น SAIDI (System Average Interruption Duration Index) และ SAIFI (System Average Interruption Frequency Index) ให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่สำคัญของบริษัทสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า และยังช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีความหนาแน่นของโหลดสูงเช่นกว่างโจว
– ความสำเร็จของโครงการนี้ในกว่างโจว จะกลายเป็นต้นแบบ (Blueprint) ที่สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศจีนได้ ซึ่งจะผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์, กล้องวงจรปิด, และระบบสื่อสารที่ครอบคลุม เพื่อรองรับการทำงานของระบบ AI และเป็นการเร่งกระบวนการ Digital Transformation ของอุตสาหกรรมไฟฟ้า

ที่มา: CPNN (中国电力新闻网) 28 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 5 : NDRC และ NEA ออกแผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพไฟฟ้า เพื่อรองรับ “พลังการผลิตใหม่” (New Productive Forces)

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และการพลังงานแห่งชาติ (NEA) ได้ร่วมกันออก “แผนปฏิบัติการพิเศษเพื่อยกระดับคุณภาพไฟฟ้าและให้บริการแก่การพัฒนาพลังการผลิตใหม่อย่างรอบด้าน (ปี 2026-2028)” เพื่อตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพไฟฟ้าที่สูงขึ้นจากอุตสาหกรรมไฮเทค เช่น เซมิคอนดักเตอร์, ชีวการแพทย์ และศูนย์ข้อมูล
  • แผนดังกล่าวตั้งเป้าสร้างกรอบการบริหารจัดการแบบ “ป้องกันที่ต้นทางโดยโครงข่ายไฟฟ้า, แก้ไขที่ปลายทางโดยผู้ใช้, และประสานงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน” (电网源头防控、用户末端治理、政企协同共治) เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพไฟฟ้า โดยเฉพาะปัญหาแรงดันไฟฟ้าตกชั่วขณะ (Voltage Sag)
  • มาตรการหลักประกอบด้วย 5 ด้าน 14 ภารกิจ ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่าย, การยกระดับการบริการ, การส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการป้องกัน, การปรับปรุงมาตรฐาน, และการสำรวจโมเดลการจัดการใหม่ๆ โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในสิ้นปี 2028 จะต้องมีการติดตั้งมิเตอร์ตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าครอบคลุมผู้ใช้ในกลุ่มพลังการผลิตใหม่ทั้งหมด

ผลกระทบ:
– การออกแผนปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายพลังงานของจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่การ “รับประกันปริมาณไฟฟ้า” (Ensuring Supply) ไปสู่การ “รับประกันคุณภาพไฟฟ้า” (Ensuring Quality) ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและ “พลังการผลิตใหม่” ที่มีความอ่อนไหวต่อปัญหาคุณภาพไฟฟ้าสูงมาก
– การกำหนดกรอบความรับผิดชอบแบบ 3 ฝ่าย (รัฐ-โครงข่าย-ผู้ใช้) เป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ที่สำคัญ จากเดิมที่ภาระการรักษาคุณภาพไฟฟ้ามักถูกมองว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทไฟฟ้าเป็นหลัก ไปสู่รูปแบบที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอ่อนไหวจะต้องลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันของตนเอง (เช่น UPS, DVR) ซึ่งจะสร้างตลาดใหม่สำหรับอุปกรณ์ Power Quality
– การตั้งเป้าติดตั้งมิเตอร์ตรวจวัดคุณภาพไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั้งหมดภายใน 3 ปี จะผลักดันให้เกิดการลงทุนในระบบตรวจวัดและวิเคราะห์ข้อมูล (Monitoring & Analytics) ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และจะทำให้บริษัทไฟฟ้าสามารถระบุที่มาของปัญหาและวางแผนแก้ไขได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ถือเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่

ที่มา: CPNN (中国电力新闻网) 27 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 6 : จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยี “Grid-Forming BESS” แบบเชื่อมต่อโดยตรงที่ระดับแรงดัน 35kV

รายละเอียด:

  • สมาคมวิศวกรรมไฟฟ้าแห่งประเทศจีน (CSEE) ได้จัดการประชุมเพื่อประเมินผลโครงการ “เทคโนโลยีหลัก, อุปกรณ์ และการประยุกต์ใช้ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Grid-Forming ที่เชื่อมต่อโดยตรงที่แรงดันสูง 35kV เพื่อสนับสนุนระบบไฟฟ้าพลังงานใหม่อย่างแข็งขัน” ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดย State Grid Qinghai, State Grid Northwest, มหาวิทยาลัยซานตง และ NARI Group
  • คณะผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าผลงานโดยรวมของโครงการนี้บรรลุถึงระดับชั้นนำของโลก (International Leading Level) และถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของจีนในด้านเทคโนโลยี Grid-Forming Storage สำหรับระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูง
  • เทคโนโลยีนี้ได้ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วในโครงการ Grid-Forming BESS ที่เชื่อมต่อโดยตรงที่แรงดันสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ เมืองเป่าคู่ (Baoku) มณฑลชิงไห่ และผ่านการทดสอบการลัดวงจร (Short-circuit Test) ที่ระดับ 35kV เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

ผลกระทบ:
– ความสำเร็จนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้าง “โครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่” เนื่องจากระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงและพึ่งพาอินเวอร์เตอร์ (Inverter-Based Resources) จะมีปัญหาค่าความเฉื่อยของระบบ (System Inertia) ต่ำ ทำให้ระบบขาดเสถียรภาพ เทคโนโลยี Grid-Forming BESS สามารถทำหน้าที่เสมือนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัส (Synchronous Generator) ที่สร้างแรงดันและความถี่ของตัวเองได้ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง (Grid Strength) และเสถียรภาพให้กับโครงข่าย

– การพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อโดยตรงที่ระดับแรงดัน 35kV (High-voltage Direct Connection) ช่วยลดความจำเป็นในการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำให้ระบบมีขนาดกะทัดรัดขึ้น ลดความสูญเสีย และลดต้นทุนการลงทุนโดยรวม ซึ่งจะทำให้การติดตั้ง BESS ขนาดใหญ่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น ในเขต “ทราย โกบี และทะเลทราย” (沙戈荒) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานสะอาดที่สำคัญของจีน มีความเป็นไปได้และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้น

– การที่เทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลและถูกนำไปใช้งานในหลายพื้นที่แล้ว (ชิงไห่, เจียงซู, กานซู่, ซินเจียง, ยูนนาน) แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำของจีนในด้านเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน และจะเร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยี Grid-Forming ไปใช้ในวงกว้าง เพื่อแก้ปัญหาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

ที่มา: CPNN (中国电力新闻网) 26 พ.ค. 2026

ประเด็นข่าวที่ 7 : การประชุมนานาชาติด้านการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ครั้งแรกจัดขึ้นที่ปักกิ่ง ชี้ทิศทางสู่ระบบดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง

รายละเอียด:

  • การประชุมนานาชาติด้านการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ครั้งแรก (IFLES2026) จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยมีหัวข้อหลักคือ “ระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์กำลัง” (Digitized and Power-Electronized Large Electric Power Systems) โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำระดับโลกเข้าร่วม เช่น CIGRE, IEC, ITU รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจาก State Grid และ China Southern Grid
  • ผู้บริหารจาก State Grid และ China Southern Grid ได้นำเสนอแนวทางและผลงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า โดย State Grid เน้นการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่ที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่นผ่าน “AI+” ในทุกมิติ ขณะที่ China Southern Grid แบ่งปันประสบการณ์ด้านการใช้พลังงานหมุนเวียน, UHV และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล
  • ศาสตราจารย์ทัง กว่างฝู (Tang Guangfu) ประธานคณะกรรมการเทคนิค CIGRE China และผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการหวยโหรว (Huairou Lab) ชี้ว่า เทคโนโลยี HVDC แบบยืดหยุ่น (Flexible HVDC) เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต โดยจีนได้สร้างโครงการในรูปแบบต่างๆ แล้ว ทั้งแบบหลายขั้ว (Multi-terminal), แบบวงแหวน (Ring Network) และแบบผสม (Hybrid Cascaded)

ผลกระทบ:
– การประชุมนี้เป็นการรวมตัวของผู้นำทางความคิดในอุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลังระดับโลกและระดับประเทศของจีน สะท้อนให้เห็นถึงฉันทามติร่วมกันว่าอนาคตของระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอิเล็กทรอนิกส์กำลัง (Power Electronics) อย่างเข้มข้น เพื่อรับมือกับความท้าทายจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น
– การนำเสนอวิสัยทัศน์จากผู้บริหารระดับสูงของ SGCC และ CSG เป็นการยืนยันว่าสองยักษ์ใหญ่ด้านโครงข่ายไฟฟ้าของจีนกำลังเดินหน้าเต็มกำลังในการสร้าง “โครงข่ายไฟฟ้าชนิดใหม่” โดยมีเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งจะขับเคลื่อนการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบตรวจวัดอัจฉริยะ (Smart Sensing), ระบบควบคุมอัตโนมัติ และแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่
– การเน้นย้ำถึงความสำคัญของ Flexible HVDC และเทคโนโลยีที่ใช้อิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นพื้นฐาน (เช่น Grid-Forming Inverters) ชี้ให้เห็นว่าโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคตจะมีความสามารถในการควบคุมที่สูงขึ้นและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและรักษาเสถียรภาพของระบบ ซึ่งเป็นทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับทุกประเทศที่กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ที่มา: CPNN (中国电力新闻网) 28 พ.ค. 2026

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนประกาศบังคับใช้มาตรฐานแห่งชาติ 2 ฉบับสำหรับโมดูลเซลล์แสงอาทิตย์ (PV) ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2027 เพื่อควบคุมคุณภาพและแก้ปัญหาการระบุข้อมูลกำลังการผลิตที่ไม่เป็นจริง
  • NDRC, NEA และหน่วยงานอื่น ๆ ร่วมกันออก “ระเบียบการชั่วคราวว่าด้วยการจัดการการเตรียมการรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 5 ปี เพื่อวางรากฐานการบริหารจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตลอดอายุการใช้งาน
  • China Southern Grid นำร่องการทำธุรกรรมแบบ “ไฟฟ้า-คาร์บอน-พลังการประมวลผล” (Electricity-Carbon-Computing Power) เป็นครั้งแรกในจีน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจับคู่ความต้องการใช้พลังการประมวลผลกับแหล่งไฟฟ้าสีเขียวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โครงข่ายไฟฟ้าซินเจียง (State Grid Xinjiang) ประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้โดรนร่วมกับระบบดาวเทียมเป่ยโต่ว (Beidou) ในการตรวจสอบระบบสายส่ง, สถานีไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้า ครบทุกระดับแรงดันเป็นครั้งแรก
  • ยอดติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในจีน ณ สิ้นเดือนเมษายน 2026 มีจำนวนรวม 21.95 ล้านหัวชาร์จ เพิ่มขึ้น 47.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของยานยนต์ไฟฟ้า

Tags:

data centerEVการไฟฟ้าจีนพลังงานลม
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026

Next

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • June 10, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2569
  • June 9, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 09 มิถุนายน 2569
  • June 8, 2026 by Dr.Nawat GridWatch EP.7. ศึกชิงเค้ก AI Data Center: เมื่อพลังงานสะอาดระดับกิกะวัตต์กลายเป็นตัวตัดสินชัยชนะในสมรภูมิดิจิทัล
  • June 8, 2026 by KYP-Editorial สรุปข่าวพลังงานโลก: AI ดันไฟพุ่ง ปลุกชีพนิวเคลียร์
  • June 8, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 08 มิถุนายน 2569

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.