รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : โรมาเนียยกระดับกฎเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียน หวังแก้ปัญหาคอขวดและคัดกรองโครงการเก็งกำไร
รายละเอียด:
- หน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังงานของโรมาเนีย (ANRE) ได้ประกาศปรับปรุงกฎเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Connection) และการออกใบอนุญาตสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 เมกะวัตต์ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงการเก็งกำไรที่ยื่นขอเชื่อมต่อแต่ไม่มีความพร้อมในการพัฒนาจริง ซึ่งส่งผลให้เกิดการจองศักยภาพของโครงข่าย (Grid Capacity) โดยไม่จำเป็นและเป็นอุปสรรคต่อโครงการที่มีความพร้อม
- การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การเพิ่มหลักประกันทางการเงิน (Financial Guarantee) สำหรับการขอใบอนุญาตเชื่อมต่อโครงข่าย (ATR) จากเดิม 5% ของค่าธรรมเนียมการเชื่อมต่อ เป็น 20% นอกจากนี้ยังมีการกำหนดหลักประกันใหม่สำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง (Construction Authorization) ในอัตรา 30 ยูโรต่อกิโลวัตต์ ซึ่งจะถูกยึดหากโครงการไม่สามารถก่อสร้างได้ตามกำหนดเวลา 18 เดือนหลังจากได้รับ ATR
- นาย George Niculescu ประธาน ANRE ระบุว่ามาตรการนี้ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองเพื่อให้นักพัฒนาที่มีความตั้งใจจริงสามารถเข้าถึงโครงข่ายได้ โดยปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับ ATR แล้วกว่า 86,000 เมกะวัตต์ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่เข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างจริง ซึ่งสะท้อนว่าหลักประกันเดิมไม่เพียงพอต่อการคัดกรอง
ผลกระทบ:
– การปรับเกณฑ์หลักประกันที่สูงขึ้นเป็นการส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจน เพื่อคัดกรองนักพัฒนาที่มีศักยภาพและความพร้อมทางการเงินอย่างแท้จริง ซึ่งจะช่วยลดจำนวนโครงการที่ไม่คืบหน้า (Speculative Projects) และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรขีดความสามารถของระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ยังมีจำกัด ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศที่กำลังเผชิญปัญหาคิวการเชื่อมต่อโครงข่ายที่ยาวเหยียดจากการเติบโตของพลังงานหมุนเวียน
– นโยบายนี้จะสร้างแรงกดดันให้นักพัฒนาโครงการต้องวางแผนทางการเงินและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างรอบคอบมากขึ้นก่อนยื่นขอเชื่อมต่อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพของแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในระยะยาว อย่างไรก็ตาม อาจเป็นอุปสรรคต่อนักพัฒนารายย่อยที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน ซึ่งภาครัฐอาจต้องพิจารณามาตรการสนับสนุนทางการเงินควบคู่กันไป เพื่อไม่ให้เป็นการกีดกันผู้เล่นรายใหม่
ที่มา: pv magazine Global, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ENTSO-E และ DSO Entity เปิดตัว ‘Capacitypedia’ แพลตฟอร์มแผนที่โครงข่ายไฟฟ้าทั่วยุโรป เพิ่มความโปร่งใสและเร่งรัดการพัฒนาพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- เครือข่ายผู้ประกอบการระบบส่งไฟฟ้าแห่งยุโรป (ENTSO-E) และองค์กรผู้ประกอบการระบบจำหน่ายไฟฟ้า (DSO Entity) ได้ร่วมกันเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ในชื่อ ‘Capacitypedia’ ซึ่งเป็นแผนที่แสดงข้อมูลขีดความสามารถในการรองรับการเชื่อมต่อของโครงข่ายไฟฟ้า (Hosting Capacity) ทั้งในระดับสายส่ง (Transmission) และสายจำหน่าย (Distribution) ทั่วยุโรป
- แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการด้านโครงข่ายไฟฟ้าของสหภาพยุโรป (EU Grid Action Plan) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกให้นักพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า สามารถเข้าถึงข้อมูลและประเมินศักยภาพของพื้นที่ต่างๆ ในการเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Capacitypedia ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลสาธารณะจากผู้ประกอบการระบบส่งและจำหน่ายใน 27 ประเทศ โดยแสดงผลในรูปแบบแผนที่เชิงโต้ตอบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบและระบุตำแหน่งที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการได้อย่างรวดเร็ว ลดอุปสรรคและระยะเวลาในการขอข้อมูลซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาคอขวดที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ผลกระทบ:
– การมีข้อมูล Hosting Capacity ที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ง่ายในระดับทวีป จะช่วยลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนในโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งจะช่วยเร่งรัดการตัดสินใจลงทุนและลดระยะเวลาการพัฒนาโครงการลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นการยกระดับการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยุโรปให้ทันต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
– บทเรียนจากแนวทางนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการระบบส่ง (TSO) และระบบจำหน่าย (DSO) เพื่อสร้างฐานข้อมูลกลางที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายประเทศรวมถึงไทยกำลังเผชิญความท้าทาย การเปิดเผยข้อมูลโครงข่ายอย่างโปร่งใสจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกการลงทุนภาคเอกชนและสนับสนุนให้เกิดการใช้โครงข่ายไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ที่มา: pv magazine Global, 23 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : เยอรมนีเผชิญปัญหาราคาไฟฟ้าติดลบจากการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ล้นระบบ สมาคมพลังงานใหม่เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วน
รายละเอียด:
- ประเทศเยอรมนีประสบกับสภาวะราคาไฟฟ้าในตลาดซื้อขายล่วงหน้า (Day-ahead Market) ติดลบอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับสูงแต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนผันผวนสูง
- สมาคมเศรษฐกิจพลังงานใหม่ของเยอรมนี (bne) ระบุว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และได้เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล เพื่อบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบจากราคาติดลบ
- มาตรการสำคัญที่นำเสนอ ได้แก่ การเร่งรัดการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดใหญ่และระดับครัวเรือน, การส่งเสริมระบบการชาร์จอัจฉริยะ (Smart Charging) และ Vehicle-to-Grid (V2G) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า, การเร่งติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์, การปรับปรุงกลไกตลาดให้โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตอบสนองต่อสัญญาณราคาได้ดีขึ้น และการพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับบริหารจัดการโครงข่ายไฟฟ้า
ผลกระทบ:
– ปัญหาราคาไฟฟ้าติดลบในเยอรมนีเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนของ ‘Merit Order Effect’ ที่รุนแรงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีต้นทุนการผลิตส่วนเพิ่มเป็นศูนย์ ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อผลตอบแทนของโรงไฟฟ้าประเภทอื่นและส่งสัญญาณถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อสร้างความยืดหยุ่น (Flexibility) ให้กับระบบไฟฟ้า
– ข้อเสนอของ bne เน้นย้ำถึงแนวทางการแก้ปัญหาแบบองค์รวมที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การสร้างโรงไฟฟ้า แต่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการฝั่งอุปสงค์ (Demand-side Management) และการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ เช่น แบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้าและบ้านเรือน ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญของรูปแบบธุรกิจไฟฟ้าในอนาคตที่ Utility ต้องปรับตัวจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านพลังงานและบริหารจัดการความยืดหยุ่นของระบบ
ที่มา: pv magazine Global, 26 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : การล้มละลายของ Morrow Batteries ในนอร์เวย์ ตอกย้ำความท้าทายของยุโรปในการสร้างห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่เพื่อลดการพึ่งพาจีน
รายละเอียด:
- บริษัท Morrow Batteries สตาร์ทอัพด้านแบตเตอรี่ของนอร์เวย์ ได้ยื่นขอพิทักษ์ทรัพย์จากการล้มละลาย หลังจากประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวครั้งสำคัญของสตาร์ทอัพแบตเตอรี่ยุโรป ต่อจากกรณีของบริษัท Northvolt ในสวีเดนเมื่อปีก่อน
- Morrow Batteries ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 โดยมีเป้าหมายเพื่อแข่งขันกับผู้ผลิตแบตเตอรี่จากเอเชีย โดยเฉพาะจีน และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐของนอร์เวย์และบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำอย่าง Siemens และ ABB โดยมุ่งเน้นการผลิตแบตเตอรี่ชนิด Lithium Iron Phosphate (LFP) ที่ยั่งยืนสำหรับระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์เพื่อการพาณิชย์
- ปัจจัยที่นำไปสู่การล้มละลายประกอบด้วย ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น, ความล่าช้าในกระบวนการขยายการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรม (Industrialization), ภาวะตลาดการลงทุนที่ซบเซา และแรงกดดันด้านราคาจากภาวะอุปทานแบตเตอรี่ล้นตลาดโลก ซึ่งทำให้ราคาแบตเตอรี่ LFP ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งระหว่างปี 2565-2568
ผลกระทบ:
– การล้มละลายของ Morrow Batteries สะท้อนให้เห็นถึง ‘หุบเหวแห่งความตาย’ (Valley of Death) ที่สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของยุโรปต้องเผชิญ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เงินทุนมหาศาลและมีการแข่งขันด้านราคาสูงจากผู้ผลิตในจีนที่มีความได้เปรียบด้านขนาดการผลิตและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่
– เหตุการณ์นี้อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัทแบตเตอรี่ในยุโรป และทำให้เป้าหมายของ EU ในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีนทำได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหากยุโรปต้องการสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ของตนเอง การสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายอุตสาหกรรม เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือมาตรการทางการค้า ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตในภูมิภาคสามารถแข่งขันและขยายขนาดการผลิตได้
ที่มา: Climate Home News, 26 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ฝรั่งเศสเดินหน้าแผน Electrification ครั้งใหญ่ หวังลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเสริมความมั่นคงทางพลังงานของชาติ
รายละเอียด:
- ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้ประชุมร่วมกับ ‘ทีม Electrification แห่งชาติ’ ซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักในภาคอุตสาหกรรม การเงิน และนวัตกรรม เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ไฟฟ้า (Electrification Plan) ที่รัฐบาลประกาศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
- แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจฝรั่งเศสให้มาพึ่งพาไฟฟ้าเป็นหลัก โดยเป็นมาตรการตอบสนองต่อวิกฤตพลังงานที่เกิดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่นำเข้าของฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 58% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย
- รัฐบาลฝรั่งเศสตั้งเป้าเพิ่มเงินสนับสนุนรายปีสำหรับแผน Electrification เกือบสองเท่า จาก 5.5 พันล้านยูโร เป็น 10 พันล้านยูโรภายในปี 2573 โดยมีมาตรการสำคัญ 22 ข้อ ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การเดินทางด้วยไฟฟ้า (Electric Mobility), อุตสาหกรรม, การขนส่ง และอาคาร
- หนึ่งในมาตรการที่น่าสนใจคือ การปรับเปลี่ยนนโยบายการจัดสรรขีดความสามารถของโครงข่ายไฟฟ้าจากการให้สิทธิตามลำดับก่อนหลัง (First-come, first-served) ไปสู่การให้ความสำคัญกับโครงการที่มีความพร้อมในการเชื่อมต่อ (Ready to Connect) ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาคอขวดของระบบที่สำคัญ
ผลกระทบ:
– การผลักดันแผน Electrification ในระดับชาติของฝรั่งเศสเป็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกัน การเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่นำเข้าและมีความผันผวนด้านราคาสูง ไปสู่การใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในประเทศมากขึ้น (โดยเฉพาะจากพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของภาคครัวเรือนในระยะยาว
– การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าจาก ‘First-come, first-served’ เป็น ‘Ready to Connect’ ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ดีที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ เนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนที่มักติดขัดในขั้นตอนการเชื่อมต่อโครงข่าย และช่วยให้ระบบสามารถรองรับแหล่งพลังงานสะอาดใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา: Balkan Green Energy News, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Qualitas Energy อัดฉีดเงินทุนสร้างพอร์ตฟอลิโอ BESS ขนาด 211 เมกะวัตต์ในอิตาลี สะท้อนความเชื่อมั่นในตลาด Capacity Market
รายละเอียด:
- บริษัทจัดการการลงทุน Qualitas Energy ได้ประกาศข้อตกลงในการให้เงินทุนเพื่อก่อสร้างโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาดรวม 211 เมกะวัตต์ ในประเทศอิตาลี โดยเป็นการร่วมมือกับบริษัท ACL Energy ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการ
- โครงการดังกล่าวประกอบด้วย BESS จำนวน 2 แห่งในแคว้นลอมบาร์เดียและปูเกลีย โดยมีทั้งระบบที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้นาน 4 ชั่วโมง และ 8 ชั่วโมง ซึ่งจะเข้าร่วมในกลไกตลาดเสริมความมั่นคง (Capacity Market) และการประมูลระบบกักเก็บพลังงาน (MACSE) ของอิตาลี โดยมีสัญญารับประกันรายได้เป็นระยะเวลา 15 ปี
- การให้เงินทุนครั้งนี้มาจากกองทุน Qualitas Energy Credit Fund ซึ่งมุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานหมุนเวียนทั่วยุโรป โดย Qualitas Energy จะเข้าถือหุ้นส่วนน้อยและให้เงินทุนครอบคลุมการก่อสร้าง การทดสอบระบบ และการดำเนินงานของโครงการ
ผลกระทบ:
– การลงทุนในโครงการ BESS ขนาดใหญ่ในอิตาลีครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลไกตลาด Capacity Market และการประมูลเฉพาะสำหรับระบบกักเก็บพลังงาน เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนภาคเอกชนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า การมีสัญญารับประกันรายได้ระยะยาวช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนและทำให้โครงการมีความน่าสนใจทางการเงิน (Bankable)
– การเติบโตของ BESS ในอิตาลีและยุโรปเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย BESS จะทำหน้าที่สำคัญในการรักษาเสถียรภาพของกริด, การทำ Arbitrage จากความผันผวนของราคาไฟฟ้า และการให้บริการเสริมความมั่นคงต่างๆ ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมไฟฟ้า
ที่มา: Power Technology, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Redeia ผู้ประกอบการสายส่งของสเปน ยืนยันความแข็งแกร่งของเสาส่งไฟฟ้าต่อเหตุการณ์ล้มต่อเนื่อง ผ่านการจำลองขั้นสูง
รายละเอียด:
- บริษัท Redeia ผู้ประกอบการระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของสเปน ได้ร่วมมือกับบริษัทซอฟต์แวร์วิศวกรรม Akselos พัฒนาแบบจำลองขั้นสูงเพื่อประเมินพฤติกรรมเชิงโครงสร้างของเสาส่งไฟฟ้าชนิดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการล้มต่อเนื่อง (Anti-cascading Towers)
- การทดสอบนี้จำลองสถานการณ์สุดขั้วที่เสาส่งหลายต้นล้มลงตามลำดับ เพื่อตรวจสอบว่าเสา Anti-cascading ที่ติดตั้งไว้ตามจุดยุทธศาสตร์ในระบบสายส่งของสเปน สามารถทนทานต่อแรงกระทำที่เพิ่มขึ้นและหยุดยั้งการล้มต่อเนื่องของเสาต้นอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
- ผลการศึกษาด้วยแบบจำลอง Finite Element ยืนยันว่ามาตรฐานการออกแบบเสาส่งไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของสเปนนั้นเพียงพอและมีประสิทธิภาพในการป้องกันความล้มเหลวแบบต่อเนื่อง (Cascading Failures) ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นในความมั่นคงและความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ
ผลกระทบ:
– การประเมินเชิงรุกนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและออกแบบระบบส่งไฟฟ้าให้มีความทนทานต่อเหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนและต้องพึ่งพาความมั่นคงของโครงข่ายสูง การลงทุนในเสา Anti-cascading และการใช้เทคโนโลยีการจำลองขั้นสูงเพื่อตรวจสอบ เป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับผู้ประกอบการระบบส่งทั่วโลก
– ผลลัพธ์ที่ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนว่าโครงข่ายไฟฟ้าของสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงที่สุดในยุโรป มีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น หรือปัจจัยภายนอกอื่นๆ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: pv magazine Global, 26 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- สวิตเซอร์แลนด์เตรียมอนุญาตให้ผู้ประกอบการโครงข่ายจ่ายค่าตอบแทนไฟฟ้าโซลาร์ตามราคาตลาดแบบเรียลไทม์ตั้งแต่ปี 2570 เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการกักเก็บและใช้ไฟฟ้าในช่วงที่ราคาต่ำ และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่ราคาแพง
- เซอร์เบียประกาศเลื่อนการพิจารณาคำขอเชื่อมต่อโครงข่ายสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ออกไปจนถึงปี 2572 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
- ผลการศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนจาก EU ชี้ว่าการรีไซเคิลแร่ธาตุสำคัญจากขยะอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ใช้แล้ว สามารถตอบสนองความต้องการของยุโรปได้ถึงครึ่งหนึ่งภายในปี 2593 ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การประชุม Energy Infrastructure Forum ณ กรุงโคเปนเฮเกน เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทั้งสายส่งไฟฟ้าและท่อส่งไฮโดรเจน เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์และบรรลุเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
- อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Tony Blair ออกบทความวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย Net Zero ของรัฐบาลปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้ทบทวนแผนการยุติการสำรวจแหล่งน้ำมันและก๊าซในทะเลเหนือ ซึ่งจุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง