รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กบง. ตรึงราคาก๊าซหุงต้มและคงสัดส่วนดีเซลบี7 ต่ออีก 2-3 เดือน บรรเทาค่าครองชีพ
รายละเอียด:
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธาน กบง. เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติคงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPG ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ไปอีก 2 เดือน (1 มิ.ย.-31 ก.ค. 2569) เนื่องจากราคาก๊าซ LPG ตลาดโลกผันผวนและสูงขึ้นมากถึง 918 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ณ วันที่ 19 พ.ค. 2569
- กบง. ยังมีมติคงสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วไว้ที่ บี7 เป็นเวลา 3 เดือน (14 มิ.ย.-13 ก.ย. 2569) เพื่อรักษาเสถียรภาพพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน และบริหารสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศ
ผลกระทบ:
- การตรึงราคา LPG ช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและภาคครัวเรือนในช่วงที่เศรษฐกิจมีความเปราะบาง แต่ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญชีก๊าซ LPG ติดลบสูงถึง 38,649 ล้านบาทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการกองทุน
- การคงสัดส่วนดีเซล บี7 ช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศประมาณ 1.37 ล้านลิตรต่อวัน ในช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน และช่วยดูดซับผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ ทำให้ราคาปาล์มมีเสถียรภาพ ซึ่งเป็นมาตรการประคับประคองมากกว่าแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว
ที่มา: Thai PBS, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : คลังกู้ 4 แสนล้านบาทหนุนเศรษฐกิจระยะสั้น ท่ามกลางความกังวลหนี้สาธารณะและภาวะขาดดุล
รายละเอียด:
- กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เป็น 1.9% และศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) คาดการณ์ที่ 1.8% หลังตัวเลขไตรมาสแรกดีกว่าคาดการณ์ โดยประเมินว่าการออก พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะหนุนเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 0.3% ในไตรมาส 3/2569
- KKP และ TISCO ESU ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลางที่อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น 40-50% และกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน ดุลบัญชีเดินสะพัด และค่าเงินบาท รวมถึงเตือนปัญหา Dual/Twin Deficit (ขาดดุลการคลังและขาดดุลบัญชีเดินสะพัด) ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินอ่อนลงและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระยะยาว
ผลกระทบ:
- การกู้เงินขนาดใหญ่ แม้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้นและลดแรงกดดันจากราคาน้ำมัน แต่ KKP เตือนว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP อาจแตะเพดาน 70% ภายในปี 2027 และอาจต้องปรับเพดานขึ้นในที่สุด ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อวินัยการคลังและความน่าเชื่อถือในระยะยาว หากรัฐบาลไม่สามารถลดการขาดดุลและรักษาวินัยการคลังได้ตามแผน
- ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะกดดันค่าครองชีพภาคครัวเรือนและต้นทุนภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้มีมาตรการช่วยเหลือชั่วคราวจากรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ Net Zero มีความท้าทายมากขึ้น หากภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนด้านพลังงานสะอาดและเกิดภาวะขาดแคลนจากปัญหาซัพพลายเชน
ที่มา: Thai PBS, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : MEA ร่วมมือ 6 หน่วยงานคมนาคม เดินหน้าโครงการสายไฟฟ้าใต้ดิน มุ่งสู่มหานครไร้สาย
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (MEA) โดยนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA ร่วมกับ 6 หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคม (กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมเจ้าท่า, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, การรถไฟแห่งประเทศไทย, การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) และกระทรวงมหาดไทย จัดงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เมืองหลวงอัจฉริยะ
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการบูรณาการโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดิน โดยมุ่งแก้ไขข้อจำกัดในการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง ลดความซ้ำซ้อนของแผนงาน บริหารจัดการจราจรระหว่างก่อสร้างได้ดีขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับระบบขนส่งมวลชนและประชาชน
ผลกระทบ:
- การเร่งรัดโครงการสายไฟฟ้าใต้ดินมีความสำคัญต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลังในเมืองใหญ่ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและอุบัติเหตุที่เกิดจากสายไฟฟ้าอากาศ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในมหานคร และลดปัญหาทัศนียภาพของเมือง
- การพัฒนามหานครไร้สายยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง Smart City และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค แต่ความซับซ้อนของการประสานงานและการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานนี้ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดผลกระทบต่อการจราจรและสิ่งแวดล้อมระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงให้เป็นไปตามเป้าหมาย Net Zero ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : นโยบายผู้ว่าฯ กทม. ชูเทคโนโลยี AI และ Waste-to-Energy พัฒนาเมือง
รายละเอียด:
- ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายท่าน เช่น ดร.โจ (ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร พรรคประชาชน), นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) และ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) ได้เสนอนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุง รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการพัฒนาเมืองและป้องกันการทุจริต
- นโยบายที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจคือ นายอนุชา บูรพชัยศรี เสนอพลิกโฉมระบบกำจัดขยะของ กทม. โดยจะยกระดับศูนย์กำจัดขยะเป็นระบบปิด 100% พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน (Waste to Energy) เพื่อลดการฝังกลบ และกระจายศูนย์จัดการขยะไปยังโซนกรุงเทพฯ เหนือและตะวันออก
ผลกระทบ:
- การผลักดันโรงไฟฟ้าจากขยะ (Waste-to-Energy) ใน กทม. จะช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบ ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของเมือง และสามารถผลิตกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด
- อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างและดำเนินงานโรงไฟฟ้าจากขยะขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองอาจต้องเผชิญกับความท้าทายด้านการยอมรับของชุมชน (Not In My Backyard – NIMBY) และความกังวลด้านมลพิษ ซึ่งต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดและโปร่งใส เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ในภาพรวมของประเทศ
ที่มา: The Active, 28 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการสอบสวนเหตุถนนยุบหน้า รพ.วชิรพยาบาล และการดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ของรัฐที่ไม่โปร่งใส
- รมว.คมนาคม เปิดใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับรถโดยสารไทยสมายล์บัส 23 เส้นทางแรก ก่อนครบ 124 เส้นทางใน 15 มิ.ย. เพื่อลดภาระค่าเดินทางและยกระดับบริการขนส่งสาธารณะ
- งาน “ไทยเฟ็กซ์” จัดขึ้นอย่างคึกคัก โดยนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมและผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารไทยก้าวสู่ตลาดโลก ดึงดูดผู้ซื้อจากกว่า 130 ประเทศ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ
- แสนสิริออกแคมเปญ “ทุกความกังวล จบที่แสนสิริ” ช่วยลูกค้าลดความกังวลในการซื้อบ้าน เช่น ผ่อน 0 บาท, กู้ไม่ผ่านคืนเงิน, ดาวน์ 0 บาท เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ