รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 08 มิถุนายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : ข้อเรียกร้องปลดรัฐมนตรีพลังงานและประเด็นค่าพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าที่กดทับค่าครองชีพประชาชน
รายละเอียด:
- นายไทกร พลสุวรรณ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงพลังงานอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ ปัญหาค่าพร้อมจ่าย (Availability Payment) ของโรงไฟฟ้าบางแห่งที่แม้ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า แต่รัฐยังต้องจ่ายเงินให้ตามสัญญา ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ถูกผลักภาระไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประชาชน
ผลกระทบ:
– สะท้อนความท้าทายของรัฐบาลในการปฏิรูปโครงสร้างราคาค่าไฟฟ้าที่ประชาชนมองว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจพุ่งสูง
– ความล่าช้าในการปรับปรุงสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และโครงสร้างราคากำลังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างความเสี่ยงทางการเมืองต่อเสถียรภาพของรัฐบาล
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ข้อกังวลการใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาทปฏิรูปพลังงานผ่าน พ.ร.ก. ที่อาจขาดแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว
รายละเอียด:
- นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส. กรุงเทพฯ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตต่อแผนการใช้เงินกู้ 200,000 ล้านบาท (จาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ในส่วนการปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาล
- มีความกังวลว่ากรอบเวลาที่ต้องใช้เงินให้หมดภายในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2570 จะบีบให้เกิดการเร่งรัดโครงการโดยขาดรายละเอียด ยุทธศาสตร์ และการตรวจสอบผ่านระบบรัฐสภาที่เข้มงวด
ผลกระทบ:
– เสี่ยงทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยสูญเสียโอกาสในการวางระบบนิเวศอัจฉริยะ เช่น ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบจัดการพลังงาน (EMS) และการดักจับคาร์บอน (CCS)
– หากโครงการไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถดึงการร่วมลงทุนจากภาคเอกชน จะกลายเป็นการสร้างภาระหนี้สาธารณะก้อนโตให้ประชาชนแบกรับแทนการกระตุ้นเศรษฐกิจสีเขียว
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : กระทรวงพลังงานสั่งระงับจ่ายเงินชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มโรงกลั่นที่ถูกดำเนินคดี
รายละเอียด:
- น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการ รมว.พลังงาน เปิดเผยความคืบหน้าคดีคลังน้ำมันอ่างทอง โดยระบุว่า DSI ได้ออกหมายเรียกกลุ่มโรงกลั่นยักษ์ใหญ่ 6 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
- กระทรวงพลังงานสั่งระงับการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้ค้าน้ำมันที่ถูกกล่าวหาดำเนินคดีทันทีในระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย
ผลกระทบ:
– ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน และสะท้อนถึงมาตรการควบคุมความโปร่งใสที่เข้มงวดขึ้นในระบบห่วงโซ่อุปทานพลังงานของประเทศ
– อาจสร้างความผันผวนต่อความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำลังเผชิญภาระหนี้สินในปัจจุบัน
ที่มา: Thai PBS วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : WHA Group รุก 5 กลยุทธ์ความยั่งยืน ศึกษาโรงไฟฟ้า SMR และเทคโนโลยี Net Zero ดึงดูดการลงทุนสีเขียว
รายละเอียด:
- บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ประกาศแผนฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม มุ่งสู่ Net Positive Impact ในปี พ.ศ. 2593
- กลุ่มบริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเป็น 1,222 เมกะวัตต์ ภายในปี พ.ศ. 2573 พร้อมศึกษาเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SMR) ไฮโดรเจนสีเขียว และ CCUS
ผลกระทบ:
– ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับนิคมอุตสาหกรรมในไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เน้นย้ำเกณฑ์ ESG
– เป็นการเสริมสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานสะอาดให้กับระบบไฟฟ้าในพื้นที่อุตสาหกรรมหลักของประเทศ สอดรับกับเป้าหมายความยั่งยืนของไทย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายเสนอ 5 แนวทางหนุนอุตสาหกรรมอ้อยสู่ BCG และดันพลังงานชีวมวล-E20
รายละเอียด:
- ดร.สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย ยื่น 5 ข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุนเกษตรกร
- ข้อเสนอด้านพลังงานที่สำคัญ ได้แก่ การเร่งส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าชีวมวลจากใบอ้อยและกากอ้อยในราคาที่คุ้มทุน และการผลักดันให้แก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันมาตรฐานเพื่อเพิ่มการใช้เอทานอล
ผลกระทบ:
– การเปิดรับซื้อไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มเติมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการกระจายตัวของแหล่งพลังงานหมุนเวียนในระบบสายส่งไฟฟ้าไทย พร้อมทั้งช่วยลดการเผาอ้อยซึ่งเป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5
– การดัน E20 เป็นน้ำมันมาตรฐานช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากผ่านการใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตพลังงาน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : การไฟฟ้านครหลวงแจ้งแผนงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบและนำสายไฟลงใต้ดิน
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความจำเป็นในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ในวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569
- วัตถุประสงค์เพื่อบำรุงรักษาระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ และการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเปลี่ยนถ่ายระบบจากสายอากาศเป็นสายใต้ดิน
ผลกระทบ:
– ประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่บริการที่ระบุจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับไฟฟ้าดับชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและการหยุดชะงักของกิจกรรมประจำวัน
– ในระยะยาว การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสายใต้ดินจะช่วยเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าเมืองหลวง ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและอุบัติเหตุที่เกิดกับสายส่งอากาศ
ที่มา: Thairath.co.th วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ตั้งคำถามถึงโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,650 ล้านบาท ชี้ขุมพลังงาน Data Center ของทุนข้ามชาติใช้พลังงานในไทยแต่สร้างผลตอบแทนกลับคืนค่อนข้างน้อย
- พรรคประชาธิปัตย์จี้รัฐบาลชี้แจงแหล่งเงินทุนในการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า หลังเปลี่ยนนโยบายจาก 40 บาทตลอดวัน เป็น 17-45 บาทต่อเที่ยว หวั่นสร้างภาระระยะยาวให้ประชาชน
- นายกฯ อนุทิน เตรียมนำคณะรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีพลังงานเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เพื่อร่วมประชุม ASEAN Future Forum และกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ
- สวนทุเรียนปราจีนบุรีต้นแบบความประณีต นำเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์มาใช้ระบบสปริงเกอร์รดน้ำช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าของสวนจากเดือนละ 8,000 บาท เหลือเพียง 1,000 กว่าบาท