รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 23-May-2026 ถึง 29-May-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ออสเตรเลียผงาดผูัลำระดับโลกด้านแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน โดยมีรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นหัวหอกในการเปลี่ยนผ่าน
รายละเอียด:
- ออสเตรเลียกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการติดตั้งระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) อย่างรวดเร็ว โดย Think Tank ด้านพลังงาน Ember จัดอันดับให้ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลกในด้านกำลังการผลิตแบตเตอรี่ที่ติดตั้งแล้ว
- รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (WA) มีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุด โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้เพิ่มกำลังการผลิตแบตเตอรี่ขึ้นถึง 4 เท่า รวมเป็นประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ ซึ่งเทียบเท่ากับกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดของรัฐถึง 3 เท่า โดย Synergy ซึ่งเป็นผู้ให้บริการไฟฟ้าของรัฐ เป็นผู้เล่นหลักในการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เช่น Kwinana Battery Energy Storage System (KBESS)
- การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Rooftop Solar) ที่มีปริมาณมหาศาล โดยทำการกักเก็บพลังงานในช่วงกลางวันที่มีการผลิตสูง และจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าระบบในช่วงค่ำที่มีความต้องการสูงสุด
ผลกระทบ:
– การเติบโตของ BESS ได้เปลี่ยนบทบาทจากเทคโนโลยีเฉพาะกลุ่ม (Niche) ที่ให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก (Core Infrastructure) ที่ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายพลังงาน (Energy Shifting) จากช่วงเวลาที่มีอุปทานล้นเหลือไปยังช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของราคาค้าส่งไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าช่วงพีค (Gas Peaker Plants)
– รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบเกาะ (Energy Island) ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับรัฐอื่น กลายเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแบบผันแปร (Variable Renewable Energy) สูง บทเรียนจาก WA ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนใน BESS อย่างจริงจังสามารถช่วยรักษาเสถียรภาพของกริด และเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินตามแผน โดย Roman Loosen ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Fluence กล่าวว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ทันสมัยสามารถให้บริการความเฉื่อยสังเคราะห์ (Synthetic Inertia) และการตอบสนองความถี่ (Frequency Response) ได้รวดเร็วกว่าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบดั้งเดิม
ที่มา: ABC News, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจาก AI Data Center คุกคามเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนของออสเตรเลีย กระตุ้นให้เกิดข้อเสนอ “BYO Energy”
รายละเอียด:
- รายงานที่จัดทำโดย Greenpeace เตือนว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้างอุปสงค์ต่อไฟฟ้าในปริมาณมหาศาลและไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของออสเตรเลีย
- จากข้อมูลของ Australian Energy Market Operator (AEMO) คาดการณ์ว่าความต้องการไฟฟ้าจากศูนย์ข้อมูลอาจเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าภายในปี 2583 และอาจคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 13% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ซึ่งเป็นภาระโหลดใหม่ที่เติบโตเร็วกว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือน
- Transgrid ผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้าของรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้แจ้งต่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาว่า โครงข่ายไฟฟ้าในปัจจุบันอาจไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะรองรับโครงการศูนย์ข้อมูลทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการวางแผน โดยเฉพาะในพื้นที่ซิดนีย์ตะวันตก
ผลกระทบ:
– ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิดนี้ สร้างความเสี่ยงที่ออสเตรเลียอาจต้องพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติต่อไปนานกว่าแผนที่วางไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่การพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและโครงข่ายระบบส่งยังไม่สามารถตามได้ทัน
– สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้หน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐต้องทบทวนนโยบายอย่างเร่งด่วน โดยสภา وزراءพลังงาน (Energy and Climate Change Ministerial Council) ได้เห็นพ้องในหลักการว่าศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ควรต้องลงทุนในแหล่งผลิตไฟฟ้าหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มเติม เพื่อชดเชยปริมาณไฟฟ้าที่ตนเองใช้ทั้งหมด แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า “Bring Your Own New Clean Energy” (BYONCE) ซึ่งเป็นการผลักภาระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่รายใหม่ เพื่อไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวถูกส่งผ่านไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยทั่วไป
ที่มา: ABC News, RenewEconomy, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : AEMC เริ่มทบทวนกฎระเบียบโครงข่ายไฟฟ้าครั้งใหญ่ เพื่อรองรับสถานีชาร์จ EV และบทบาทใหม่ของธุรกิจสาธารณูปโภค
รายละเอียด:
- Australian Energy Market Commission (AEMC) ได้เริ่มกระบวนการทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้าจำหน่าย (Distribution Networks Service Providers – DNSPs) ในการลงทุนและเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Infrastructure)
- การทบทวนครั้งนี้เกิดขึ้นจากข้อเสนอขอเปลี่ยนแปลงกฎ (Rule Change Requests) ที่ขัดแย้งกัน 3 ฉบับ ได้แก่ ข้อเสนอจากรัฐบาลกลางที่ต้องการให้ DNSPs สามารถรวมต้นทุนการติดตั้งสถานีชาร์จเข้าไว้ในฐานทรัพย์สินที่ใช้ในการคำนวณอัตราค่าบริการ (Regulatory Asset Base), ข้อเสนอจากสมาคมเครือข่ายพลังงาน (ENA) ที่ต้องการให้ DNSPs สามารถติดตั้งและให้บริการสถานีชาร์จริมทางได้ และข้อเสนอจากบริษัทที่ปรึกษา Nexa Advisory ที่ต้องการให้มีการบังคับใช้กฎการแบ่งแยกธุรกิจ (Ring-fencing) อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ให้บริการเอกชน
ผลกระทบ:
– ประเด็นนี้ถือเป็นสมรภูมิทางกฎระเบียบที่สำคัญซึ่งจะกำหนดทิศทางและรูปแบบธุรกิจของบริษัทสาธารณูปโภคไฟฟ้าในอนาคต หากอนุญาตให้ DNSPs เข้ามาลงทุนในตลาดสถานีชาร์จ EV อาจช่วยเร่งการขยายโครงสร้างพื้นฐานให้เร็วขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการผูกขาดและกีดกันผู้เล่นเอกชนรายใหม่
– ผลลัพธ์จากการทบทวนของ AEMC จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างอุตสาหกรรม EV ของออสเตรเลีย และเป็นบทเรียนที่น่าสนใจสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกในการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของธุรกิจไฟฟ้า กับการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดบริการใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น การชาร์จ EV และบริการด้านพลังงานอื่นๆ
ที่มา: RenewEconomy, 29 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เหมืองทองแดงในควีนส์แลนด์สร้างโรงไฟฟ้าไฮบริดพลังงานหมุนเวียนนอกระบบที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย สะท้อนความท้าทายด้านการเชื่อมต่อโครงข่าย
รายละเอียด:
- บริษัทพลังงานระดับโลก Aggreko ได้ลงนามในสัญญา 15 ปี เพื่อสร้างและดำเนินการโรงไฟฟ้าไฮบริดพลังงานหมุนเวียนนอกระบบ (Off-grid) ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย สำหรับจ่ายไฟฟ้าให้กับโครงการเหมืองทองแดง Eva Copper Mine ของบริษัท Harmony Gold ใกล้เมือง Cloncurry รัฐควีนส์แลนด์
- โรงไฟฟ้าดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตติดตั้ง 72 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และโรงไฟฟ้าพลังความร้อน (Thermal Generation) เพื่อสร้างความมั่นคงในการจ่ายไฟฟ้าให้กับเหมืองซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่ได้เชื่อมต่อกับตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (National Electricity Market)
- การตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าของตนเองนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความล่าช้าและต้นทุนที่บานปลายของโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง CopperString ซึ่งเดิมมีแผนจะเชื่อมโยงพื้นที่ดังกล่าวเข้ากับระบบโครงข่ายหลักของประเทศ
ผลกระทบ:
– กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเลือกที่จะลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าแบบพึ่งพาตนเอง (Self-sufficient) แทนที่จะรอการขยายโครงข่ายระบบส่งจากภาครัฐที่ไม่แน่นอน การสร้าง Microgrid หรือโรงไฟฟ้านอกระบบของตนเองช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนพลังงาน ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน และบรรลุเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนได้เร็วยิ่งขึ้น
– ความล่าช้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่าง CopperString เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาระบบส่งจากส่วนกลางอาจเป็นคอขวดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งผลักดันให้เกิดรูปแบบธุรกิจพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Energy) ที่เอกชนเป็นผู้ลงทุนและบริหารจัดการเอง
ที่มา: ABC News, 29 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐบาลออสเตรเลียเปิดตัวแผน “Solar Sharer” จูงใจให้ใช้ไฟฟ้าฟรีช่วงกลางวัน เพื่อแก้ปัญหาโซลาร์ล้นระบบ
รายละเอียด:
- รัฐบาลรัฐวิกตอเรียได้ประกาศรายละเอียดแผน “Midday Power Saver” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Solar Sharer” ของรัฐบาลกลาง โดยจะเสนอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ไฟฟ้าได้ฟรีเป็นเวลา 3 ชั่วโมงในช่วงกลางวัน (11:00 น. ถึง 14:00 น.) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
- โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจูงใจให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามาสู่ช่วงกลางวัน เพื่อช่วยดูดซับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการจากระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Rooftop Solar) ซึ่งมักจะล้นระบบในช่วงดังกล่าว
- Australian Energy Regulator (AER) กำหนดให้ผู้ค้าปลีกไฟฟ้าต้องเสนอแผนอัตราค่าไฟฟ้านี้เป็นทางเลือก (Opt-in) ให้กับลูกค้าที่มีมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ในรัฐอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้ Default Market Offer (DMO) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
ผลกระทบ:
– แผนอัตราค่าไฟฟ้าดังกล่าวเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายที่สำคัญในการบริหารจัดการด้านอุปสงค์ (Demand-Side Management) และใช้กลไกราคาเพื่อแก้ปัญหา “Solar Duck Curve” ซึ่งเป็นความท้าทายหลักของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์สูง การส่งเสริมให้เกิดการย้ายโหลด (Load Shifting) จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของกริดและลดความจำเป็นในการลดการผลิตไฟฟ้า (Curtailment) จากพลังงานหมุนเวียน
– โมเดลนี้เป็นการสร้างความเป็นธรรมด้านพลังงาน (Energy Equity) โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ เช่น ผู้เช่าบ้านหรือผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ สามารถเข้าถึงประโยชน์จากไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ราคาถูกได้ ซึ่งอาจกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานของอัตราค่าไฟฟ้าในตลาดที่มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในระดับสูงต่อไปในอนาคต
ที่มา: RenewEconomy, 28 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : RWE เปิดดำเนินการแบตเตอรี่ 8 ชั่วโมงแห่งแรกของออสเตรเลียเต็มรูปแบบ ตอกย้ำบทบาทของ BESS ในการเป็นแหล่งพลังงานสำรองระยะยาว
รายละเอียด:
- บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี RWE ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจาก Australian Energy Market Operator (AEMO) และ Transgrid ให้สามารถดำเนินการระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ที่โครงการ Limondale รัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้เต็มกำลังการผลิต
- โครงการนี้มีขนาด 50 เมกะวัตต์ / 400 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ซึ่งถือเป็น BESS ที่มีระยะเวลาการจ่ายไฟนานถึง 8 ชั่วโมง (Long-Duration Energy Storage – LDES) แห่งแรกของออสเตรเลียที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์
- โครงการ Limondale BESS เป็นผู้ชนะการประมูลเพียงรายเดียวในโครงการสนับสนุนการลงทุนด้านการกักเก็บพลังงานระยะยาวของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งในตอนแรกคาดว่าเทคโนโลยีพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydro) จะเป็นผู้ครองตลาดนี้
ผลกระทบ:
– การเปิดดำเนินการของ Limondale BESS ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันทั้งในเชิงพาณิชย์และทางเทคนิคของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับการใช้งานที่ต้องการระยะเวลาการจ่ายไฟนานขึ้น (LDES) ซึ่งท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่าบทบาทของแบตเตอรี่จะจำกัดอยู่แค่การให้บริการระยะสั้น
– ความสำเร็จนี้ส่งสัญญาณว่า BESS จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า (Firming Capacity) เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทยอยปลดระวาง ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงการวางแผนระบบไฟฟ้าในระยะยาว โดยลดการพึ่งพาโครงการพลังน้ำแบบสูบกลับที่มีต้นทุนการก่อสร้างสูงและใช้เวลานาน
ที่มา: RenewEconomy, PV Magazine Australia, 27 พฤษภาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : รายงาน Clean Energy Council ชี้ตลาดแบตเตอรี่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่การลงทุนในโซลาร์และกังหันลมขนาดใหญ่กลับชะลอตัว
รายละเอียด:
- รายงาน Clean Energy Australia 2026 จาก Clean Energy Council (CEC) ระบุว่าในปี 2568 พลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าถึง 42.7% ของทั้งประเทศ และตลาดแบตเตอรี่มีการเติบโตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยยอดขายแบตเตอรี่สำหรับที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 260% และกำลังการผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 233%
- อย่างไรก็ตาม รายงานได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่ากังวล คือ การตัดสินใจลงทุนทางการเงิน (Financial Close) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมขนาดใหญ่ (Utility-scale) กลับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบทศวรรษ โดยมีกำลังการผลิตใหม่ที่ได้รับการลงทุนเพียง 2.3 กิกะวัตต์ ลดลงจาก 4.4 กิกะวัตต์ในปี 2567
ผลกระทบ:
– สถานการณ์นี้สะท้อนภาพความขัดแย้งในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของออสเตรเลีย แม้เทคโนโลยีสนับสนุนอย่างแบตเตอรี่จะเติบโตได้ดี แต่การลงทุนในแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินกลับกำลังชะงักงัน
– CEC ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญมาจากการเชื่อมต่อเข้ากับระบบโครงข่ายที่ล่าช้า, กระบวนการขออนุญาตที่ยุ่งยากซับซ้อน, การถูกจำกัดการผลิต (Curtailment) และความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน รายงานนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้กำหนดนโยบายว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 82% ภายในปี 2573 อาจมีความเสี่ยงที่จะไม่สำเร็จ
ที่มา: PV Magazine Australia, 26 พฤษภาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Ausgrid ผู้ให้บริการโครงข่ายไฟฟ้าจำหน่ายใน NSW กำลังขยายโครงการแบตเตอรี่ชุมชน (Community Battery) ภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ Energy Storage as a Service (ESaaS) เพื่อให้ผู้ที่ไม่มีโซลาร์เซลล์สามารถเข้าถึงประโยชน์จากพลังงานสะอาดได้
- กฎระเบียบด้านการวางแผนสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เข้มงวดของรัฐควีนส์แลนด์ยังคงสร้างความสับสนและก่อให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ ทำให้นักลงทุนและสภาท้องถิ่นต้องเผชิญกับความท้าทาย
- บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ BHP และ Fortescue มีความเห็นต่างอย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการลดคาร์บอน โดยเฉพาะประเด็นความพร้อมของเทคโนโลยีรถบรรทุกไฟฟ้าในเหมือง และนโยบายการคืนเงินภาษีดีเซลซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงสำคัญ
- รัฐบาลกลางออสเตรเลียได้เปิดการประมูลรอบใหม่ภายใต้โครงการ Capacity Investment Scheme (CIS) โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่เข้าระบบอีก 5 กิกะวัตต์
- กลุ่มเกษตรกรในภูมิภาค Gippsland รัฐวิกตอเรีย รวมตัวคัดค้านข้อเสนอโครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่หลายแห่งบนพื้นที่เกษตรกรรม โดยหยิบยกความกังวลด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและผลกระทบต่อการใช้ที่ดิน ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการยอมรับของชุมชน (Social License) ที่ทวีความสำคัญขึ้น