ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐนิวเซาท์เวลส์เปิดประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งเป้ากำลังการผลิต 2.5 GW และระบบกักเก็บพลังงาน 12.5 GWh
รายละเอียด:
- AusEnergy Services Limited (ASL) ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ผู้บริโภคของรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้เปิดการลงทะเบียนสำหรับการประมูลครั้งที่ 8 และ 9 ภายใต้แผนงานโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของรัฐ (NSW Electricity Infrastructure Roadmap)
- การประมูลครั้งที่ 8 มุ่งเป้าไปที่การจัดหากำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใหม่ 2.5 GW ซึ่งเป็นการประมูลที่ใหญ่ที่สุดของรัฐ และได้มีการแนะนำข้อตกลงบริการพลังงานระยะยาว (Long-Term Energy Service Agreement – LTESA) รูปแบบใหม่สำหรับโครงการไฮบริด (พลังงานแสงอาทิตย์หรือลมพร้อมแบตเตอรี่) เป็นครั้งแรก
- การประมูลครั้งที่ 9 มุ่งเน้นไปที่ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Storage) โดยมีเป้าหมายที่ 12.5 GWh ซึ่งคาดว่าจะมาจากแบตเตอรี่ขนาดใหญ่หรือโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ โดยกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำที่ 8 ชั่วโมง
ผลกระทบ:
การประมูลครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากรัฐบาล NSW ในการเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังจะปิดตัวลง การกำหนดเป้าหมายที่สูงนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ทั่วทั้งรัฐ
การเปิดตัว LTESA สำหรับโครงการไฮบริดโดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับว่ารูปแบบ Solar/Wind + BESS คืออนาคตของการผลิตไฟฟ้าที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมีเสถียรภาพ (Firm Power) ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับตลาดไฟฟ้าทั่วโลกที่ต้องจัดการกับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และอาจเป็นต้นแบบสำหรับกลไกการสนับสนุนโครงการลักษณะนี้ในประเทศอื่น
ที่มา: PV Magazine Australia, 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : การเติบโตของแบตเตอรี่กำลังเปลี่ยนพลวัตการกำหนดราคาในตลาดไฟฟ้าออสเตรเลีย และลดบทบาทของโรงไฟฟ้าก๊าซ
รายละเอียด:
- บทวิเคราะห์จาก Synapse Technologies ชี้ให้เห็นว่าระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคาไฟฟ้าในตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) ของออสเตรเลียอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
- ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนช่วงเวลาที่แบตเตอรี่เป็นผู้กำหนดราคา (Price Setting) เพิ่มขึ้นจากประมาณ 1% ในปี 2563 เป็นสูงถึง 22% ในปี 2568 และในบางภูมิภาค เช่น ควีนส์แลนด์ พุ่งสูงถึง 41% ในไตรมาสแรกของปี 2569
- แบตเตอรี่ทำหน้าที่สองด้าน คือ การอัดประจุ (Load) ในช่วงกลางวันที่มีพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกิน ซึ่งช่วยพยุงราคาไม่ให้ติดลบ และการคายประจุ (Supply) ในช่วงเย็นเพื่อตอบสนองความต้องการสูงสุด ซึ่งเป็นการเข้ามาแทนที่บทบาทเดิมของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (Gas Peaker)
ผลกระทบ:
การที่แบตเตอรี่สามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อ (อัดประจุ) และผู้ขาย (คายประจุ) ทำให้โครงสร้าง Merit-Order แบบดั้งเดิมเปลี่ยนไป แบตเตอรี่ไม่เพียงแต่กดราคาในช่วงพีค แต่ยังช่วยสร้าง “ราคาพื้น” (Price Floor) ในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนล้นระบบ ซึ่งช่วยลดความผันผวนของราคาโดยรวมและสร้างเสถียรภาพให้กับตลาด
การเปลี่ยนแปลงนี้ท้าทายรูปแบบธุรกิจของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติอย่างรุนแรง ซึ่งเคยเป็นผู้กำหนดราคาในช่วงพีคมาโดยตลอด และอาจนำไปสู่การลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซแห่งใหม่ในระยะยาว บทเรียนนี้ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนใน BESS ขนาดใหญ่สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
ที่มา: PV Magazine Australia, 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : Edify Energy บรรลุข้อตกลงทางการเงินสำหรับโครงการโซลาร์ฟาร์มและแบตเตอรี่ไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย เพื่อป้อนไฟฟ้าให้กับภาคอุตสาหกรรมหนัก
รายละเอียด:
- บริษัท Edify Energy ประกาศความสำเร็จในการปิดดีลทางการเงิน (Financial Close) สำหรับโครงการ Smoky Creek และ Guthrie’s Gap ในรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งเป็นโครงการไฮบริดที่ผสมผสานโซลาร์ฟาร์มและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดที่กำลังก่อสร้างในออสเตรเลีย
- แต่ละโครงการประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มขนาด 300 MW และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 300 MW / 1,200 MWh (4 ชั่วโมง) ซึ่งออกแบบมาเพื่อจ่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ (Dispatchable Power)
- โครงการได้รับการสนับสนุนจากข้อตกลงรับประกันรายได้ระยะยาวภายใต้โครงการ Capacity Investment Scheme (CIS) ของรัฐบาลกลาง และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว 20 ปีกับ Rio Tinto เพื่อป้อนให้กับโรงถลุงอะลูมิเนียมในเมือง Gladstone
ผลกระทบ:
ความสำเร็จของดีลนี้เป็นกรณีศึกษาสำคัญที่พิสูจน์ว่าพลังงานหมุนเวียนที่ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่สามารถเป็นแหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้และแข่งขันได้สำหรับภาคอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูงและท้าทายต่อการลดคาร์บอน
โครงสร้างทางการเงินแบบ “Greenfield Portfolio Financing” ที่ระดมทุนจากธนาคาร 14 แห่ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินต่อโมเดลธุรกิจ Solar+BESS และกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ (CIS) ซึ่งเป็นแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อเร่งการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ทั่วโลก และลดความเสี่ยงให้กับนักลงทุนได้
ที่มา: RenewEconomy, 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Equis เปิดตัวบริษัทลูก GreenPoint Energy เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการแบตเตอรี่และพลังงานลมขนาด 2.5 GW ในออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- Equis ผู้พัฒนารายใหญ่ด้านพลังงานหมุนเวียน ได้ประกาศจัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ GreenPoint Energy (GPE) เพื่อบริหารจัดการและพัฒนาพอร์ตโฟลิโอโครงการพลังงานหมุนเวียนในออสเตรเลียโดยเฉพาะ
- พอร์ตโฟลิโอของ GPE มีขนาดรวม 2.5 GW ประกอบด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และฟาร์มกังหันลมขนาดใหญ่ ครอบคลุมทุกรัฐที่เชื่อมต่อกับตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM)
- โครงการสำคัญในพอร์ตโฟลิโอคือ Melbourne Renewable Energy Hub (MREH) ซึ่งเป็น BESS ขนาด 600 MW / 1,600 MWh และโครงการ BESS อื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาในรัฐต่างๆ เช่น Calala BESS (250 MW/500 MWh) และ Koolunga BESS (200 MW/800 MWh)
ผลกระทบ:
การจัดตั้งบริษัทที่มุ่งเน้นตลาดออสเตรเลียโดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและความซับซ้อนของตลาดพลังงานสะอาดในประเทศ ซึ่งต้องการความเชี่ยวชาญและการบริหารจัดการที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เป็นสัญญาณของตลาดที่กำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตเต็มที่ (Maturity)
กลยุทธ์ของ Equis/GPE ที่เน้นการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กว่า 70% ของรายได้ และมีอายุสัญญาเฉลี่ยถึง 16 ปี เป็นการสร้างโมเดลธุรกิจที่ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาในตลาดจร (Spot Market) ซึ่งเป็นแนวทางที่สำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนและสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
ที่มา: RenewEconomy, 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ARENA อนุมัติเงินทุน 3 ล้านดอลลาร์ สร้างต้นแบบไมโครกริดพลังงานสะอาดเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของชุมชน
รายละเอียด:
- สำนักงานพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลีย (ARENA) ได้อนุมัติเงินทุน 3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียให้กับบริษัท EDP Renewables Australia เพื่อพัฒนาโครงการ Braidwood Renewable Microgrid ในรัฐนิวเซาท์เวลส์
- โครงการนี้ประกอบด้วยโซลาร์ฟาร์มขนาด 7 MWp และแบตเตอรี่ขนาด 5 MW / 10 MWh โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็น “เกาะพลังงาน” (Island Mode) สำรองไฟฟ้าให้กับชุมชน Braidwood ในกรณีที่สายส่งหลักเกิดขัดข้อง
- ชุมชน Braidwood ตั้งอยู่ปลายสายส่งไฟฟ้า 132 kV เส้นเดียว ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาไฟดับจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น ไฟป่า Black Summer ในปี 2562-2563 ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดโครงการนี้
ผลกระทบ:
โครงการนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการใช้เทคโนโลยีไมโครกริดเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของระบบไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ในปัจจุบัน
การสนับสนุนจาก ARENA ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงด้านพลังงานให้กับชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบที่สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์และความเสี่ยงคล้ายคลึงกัน ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการวางแผนโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคตที่ต้องคำนึงถึงการกระจายศูนย์และความสามารถในการพึ่งพาตนเองมากขึ้น (Decentralization and Resilience)
ที่มา: PV Magazine Australia, 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : 1KOMMA5° บรรลุเป้าหมาย 1 GW ของโหลดที่ควบคุมได้ผ่านโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ทั่วโลก และเริ่มนำเทคโนโลยีมาใช้ในออสเตรเลีย
รายละเอียด:
- กลุ่มพลังงานหมุนเวียน 1KOMMA5° จากเยอรมนี ประกาศความสำเร็จในการรวบรวมโหลดที่สามารถบริหารจัดการได้ (Shiftable Load) ทะลุ 1 GW ทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ที่ใช้ AI ชื่อ “Heartbeat”
- แพลตฟอร์ม Heartbeat ทำหน้าที่เชื่อมต่อและบริหารจัดการอุปกรณ์พลังงานของผู้บริโภค (Consumer Energy Resources – CER) เช่น ระบบโซลาร์เซลล์, แบตเตอรี่บ้าน, ปั๊มความร้อน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า
- บริษัทได้เริ่มนำเทคโนโลยี Heartbeat AI มาใช้ในออสเตรเลีย เพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของการติดตั้งแบตเตอรี่ในบ้าน และเพื่อช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) ในช่วงที่โรงไฟฟ้าถ่านหินทยอยปิดตัวลง
ผลกระทบ:
ความสำเร็จในการขยายขนาด VPP ถึงระดับ Gigawatt แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) ในการทำหน้าที่เทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์ในระบบไฟฟ้า
โมเดลธุรกิจนี้เปลี่ยนบทบาทของแบตเตอรี่ในบ้านจากสินทรัพย์ที่ทำงานแบบ Passive ให้กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในตลาดพลังงาน (Active Participant) ที่สามารถสร้างรายได้และช่วยลดความผันผวนของราคาไฟฟ้า ซึ่งเป็นแนวโน้มสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคจากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเป็นผู้บริหารจัดการแพลตฟอร์มพลังงาน
ที่มา: PV Magazine Australia, 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : บทวิเคราะห์ชี้รัฐเซาท์ออสเตรเลียล้มเหลวในการวางแผนรับมือ “วงจรแห่งความตาย” ของโครงข่ายก๊าซธรรมชาติ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานแห่งออสเตรเลีย (AER) ได้ออกคำตัดสินสุดท้ายเกี่ยวกับรายได้ที่บริษัท Australian Gas Networks (AGN) สามารถเรียกเก็บจากลูกค้าในรัฐเซาท์ออสเตรเลียในช่วงปี 2569-2574 โดยคาดการณ์ว่าความต้องการใช้ก๊าซในภาคครัวเรือนและธุรกิจจะลดลงถึง 20%
- แม้รัฐเซาท์ออสเตรเลียจะเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน แต่กลับไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคเปลี่ยนผ่านจากการใช้ก๊าซไปสู่การใช้ไฟฟ้า (Electrification) ตรงกันข้ามกับรัฐวิกตอเรียที่ห้ามการเชื่อมต่อก๊าซในบ้านสร้างใหม่
- AER อนุมัติให้ AGN สามารถคิดค่าเสื่อมราคาแบบเร่ง (Accelerated Depreciation) ได้ในระดับหนึ่ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่สินทรัพย์โครงข่ายก๊าซจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ (Stranded Assets) ในอนาคต
ผลกระทบ:
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “วงจรแห่งความตายของโครงข่ายก๊าซ” (Gas Network Death Spiral) เมื่อผู้บริโภคจำนวนมากลดการใช้ก๊าซ แต่ต้นทุนคงที่ของโครงข่ายยังคงเดิม ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายถูกผลักไปให้ผู้บริโภคที่ยังคงใช้ก๊าซอยู่ ซึ่งมักเป็นกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้ค่าบริการสูงขึ้นและยิ่งเร่งให้คนเลิกใช้ก๊าซเร็วขึ้น
กรณีของรัฐเซาท์ออสเตรเลียเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายทั่วโลกว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องมีการวางแผนเชิงรุกและครอบคลุมทุกมิติ ไม่ใช่แค่การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องมีการจัดการการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Legacy Infrastructure) อย่างเป็นธรรมและเป็นระบบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจต่อผู้บริโภคกลุ่มท้ายๆ
ที่มา: RenewEconomy, 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รัฐมนตรีพลังงานของรัฐบาลกลางออสเตรเลียประกาศความสำเร็จโครงการ Cheaper Home Batteries หลังมีการติดตั้งแบตเตอรี่ในบ้านแล้วกว่า 400,000 ระบบ คิดเป็นความจุกว่า 11.2 GWh ในเวลาเพียง 10 เดือน
- Grok Ventures ของ Mike Cannon-Brookes เข้าลงทุนในโครงการระบบกักเก็บพลังงานความร้อน (Thermal Energy Storage) ขนาด 5 GWh ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงการสนับสนุนเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานระยะยาวรูปแบบใหม่จากนักลงทุนออสเตรเลีย
- โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ Snowy 2.0 บรรลุเป้าหมายสำคัญ หลังเครื่องเจาะอุโมงค์ (TBM) ขุดเจาะอุโมงค์ระยะทาง 6 กิโลเมตรสำเร็จ ซึ่งจะช่วยเร่งรัดการก่อสร้างโครงการกักเก็บพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย
- รัฐบาลวิกตอเรียและรัฐบาลกลางร่วมลงทุน 263.7 ล้านดอลลาร์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในบ้านพักอาศัยของรัฐและชุมชนราว 19,000 หลังคาเรือน ซึ่งรวมถึงการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา
- Sungrow เปิดตัวโซลูชันแบตเตอรี่ BESS รุ่นใหม่ PowerTitan 3.0 ซึ่งสามารถติดตั้งได้ 1 GWh ภายใน 12 วัน พร้อมเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับไมโครกริดพลังงานหมุนเวียนสำหรับอุตสาหกรรมเหมืองแร่
