EP.3. เมื่อกระแสกรีนสะดุดด้านความเชื่อมั่น: มาตรฐานความปลอดภัยของ EV และโซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐาน โจทย์หินที่ไทยต้องปฏิรูป

เมื่อความเขียวไร้ความปลอดภัย: ด้านมืดของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่รัฐปล่อยปละละเลย

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดหรือ “กระแสกรีน” กำลังเป็นหน้าต่างโอกาสที่ประเทศไทยพยายามปืนป่าย ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันสวยหรูของการลดคาร์บอนและการประหยัดพลังงาน กลับซ่อน “ด้านมืด” ที่กำลังกัดเซาะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างรุนแรง เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านกลายเป็นชนวนภัยเงียบในชีวิตประจำวัน การเร่งรีบผลักดันนโยบายโดยปราศจากกลไกกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยที่รัดกุม กำลังทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

ความล้มเหลวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในตรอกซอกซอยของประเทศไทย แต่สะท้อนชัดในระดับสากล แม้กระทั่งแบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกอย่าง Volvo ยังต้องประกาศยุติการขายและเผชิญกระบวนการเยียวยาเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ในรถยนต์รุ่น EX30 หลังพบปัญหาระบบชาร์จไฟและความเสี่ยงจากความร้อนสูง ซึ่งกระตุ้นให้ทั่วโลกตื่นตัวกับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน ขณะที่ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ต้องเรียกหารือมาตรการแก้ไขปัญหารถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นการด่วน หลังพบปัญหาแบตเตอรี่ชาร์จไฟได้ไม่เกินร้อยละ 70 ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ภัยเงียบที่ทอดตัวอยู่บนหลังคาบ้านเรือนอย่างระบบโซลาร์เซลล์ กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ ล่าสุด สคบ. ต้องปูพรมกวาดล้างและสั่งอายัดอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ไม่ได้มาตรฐานตามแหล่งค้าส่งขนาดใหญ่อย่างคลองถม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนความเสียหายสะสมตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบันพุ่งสูงกว่า 40 ล้านบาท จากการติดตั้งอุปกรณ์ไร้คุณภาพที่นำไปสู่ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร อุปกรณ์ละลาย และความเสี่ยงอัคคีภัย โดยที่ค่าไฟไม่ได้ลดลงจริงตามคำกล่าวอ้าง

ปรากฏการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นจุดอ่อนเชิงนโยบายอย่างชัดเจน รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้โซลาร์เซลล์และรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแบ่งเบาภาระค่าไฟที่แพงระยับและลดมลพิษ แต่กลับเปิดช่องให้สินค้าและบริการไม่ได้มาตรฐานไหลทะลักเข้าสู่ตลาดจนสร้างความเดือดร้อน นี่คือความเหลื่อมล้ำที่ซ้ำเติมผู้บริโภคยุคค่าครองชีพสูง เมื่อประชาชนพยายามช่วยเหลือตัวเองด้วยการพึ่งพาพลังงานทางเลือก แต่กลับต้องเผชิญกับสินค้าขยะที่ไร้การควบคุมจากภาครัฐ

เพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นและปกป้องชีวิตประชาชน รัฐบาลต้องยุติการเป็นเพียง “ผู้สนับสนุนทางโฆษณา” แล้วก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้คุมกฎ” อย่างจริงจัง ผ่านข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 ประการที่รัฐต้องฟังและลงมือทำทันที:

หนึ่ง **ยกระดับการควบคุมสัญญากระบวนการติดตั้ง Solar Rooftop** โดยเร่งผลักดันให้ธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาเป็นธุรกิจควบคุมสัญญา และกำหนดให้อุปกรณ์โซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมฉลากเป็นการเฉพาะ เพื่อสร้างมาตรฐานขั้นต่ำในการรับประกันความปลอดภัยและการเยียวยาที่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

สอง **จัดตั้งศูนย์ทดสอบและรับรองมาตรฐานแบตเตอรี่และอุปกรณ์พลังงานสีเขียวนำเข้า** ปิดประตูไม่ให้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานหลุดรอดเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยเฉพาะแหล่งค้าส่งและช่องทางออนไลน์ รัฐต้องมีบทบาทเชิงรุกในการตรวจร่วมระหว่าง สคบ. และหน่วยงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

สาม **สร้างกลไกตรวจสอบระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเชิงลึก** รัฐต้องกำหนดให้ผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าชี้แจงและรายงานปัญหาทางเทคนิคอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งมีบทลงโทษและมาตรการเยียวยาผู้บริโภคที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมเมื่อเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย

การเปลี่ยนผ่านพลังงานจะไม่มีวันสำเร็จ หากนโยบายสีเขียวนั้นตั้งอยู่บนความหวาดกลัวและซากปรักหักพังของความปลอดภัยในชีวิตประชาชน ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องปฏิรูปมาตรฐานกรีนไทยให้ “ปลอดภัยจริง” ไม่ใช่ทิ้งประชาชนไว้กับความเสี่ยงบนหลังคาและบนท้องถนนดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *