รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 10-Oct-2026 ถึง 16-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : PJM ประกาศเตือนกำลังผลิตขั้นสูงสุด หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ออกคำสั่งฉุกเฉินสกัดวิกฤตความมั่นคงระบบไฟฟ้า
รายละเอียด
- PJM Interconnection ผู้บริหารระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ครอบคลุม 13 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ประกาศแจ้งเตือนการระดมกำลังผลิตขั้นสูงสุด (Maximum Generation Alert) และคำแนะนำด้านความจุสำรอง (Capacity Advisory) เพื่อสั่งเลื่อนหรือยกเลิกการหยุดซ่อมบำรุงอุปกรณ์สายส่งและโรงไฟฟ้า หลังสภาพอากาศอบอุ่นผิดปกติในฤดูใบไม้ร่วงประจวบเหมาะกับช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปี ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าตึงตัวอย่างรุนแรง
- ในเวลาเดียวกัน กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Chris Wright ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินระดับสหพันธรัฐ Order No. 202-26-50 ใช้อำนาจตามกฎหมาย Federal Power Act สั่งการให้ PJM มีอำนาจสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและระดมกำลังผลิตสำรองฉุกเฉินทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 35 กิกะวัตต์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง หรือต้องประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุด (EEA 3) ระหว่างวันที่ 13 ถึง 16 ตุลาคม 2569
ผลกระทบ
- สะท้อนความเปราะบางของโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโหลดศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งทำให้ช่วงเวลาซ่อมบำรุงแบบดั้งเดิม (Shoulder Months) กลายเป็นช่วงวิกฤตที่เกิดคอขวดด้านกำลังการผลิตและสายส่ง
- ชี้ให้เห็นว่าการรักษาความมั่นคงของโครงข่ายในยุคเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องมีกลไกบริหารจัดการโหลดและกำลังผลิตสำรองที่ยืดหยุ่นสูง โดยเป็นบทเรียนสำคัญต่อประเทศไทยและอาเซียนในการวางแผนซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าและสายส่งให้สอดคล้องกับพฤติกรรมโหลดใหม่เพื่อป้องกันความเสี่ยงไฟฟ้าดับฉุกเฉิน
ที่มา: T&D World วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : We Energies เสนอแผนสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 750 เมกะวัตต์ในวิสคอนซิน รองรับโหลดดาต้าเซ็นเตอร์พุ่ง 40%
รายละเอียด
- บริษัท We Energies ในเครือ WEC Energy Group ได้ยื่นแผนวิศวกรรมต่อคณะกรรมการกำกับกิจการสาธารณูปโภครัฐวิสคอนซิน (PSCW) เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ Fox North Energy Center กำลังการผลิต 750 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ติดกับโรงไฟฟ้า Fox Energy Center เดิมขนาด 619 เมกะวัตต์ ณ เมืองไรต์สทาวน์ โดยมีแผนเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ปลายปี 2575
- ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากร่างการประเมินพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ของ PSCW คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของรัฐจะเพิ่มขึ้นจาก 14.2 กิกะวัตต์สู่ระดับมากกว่า 20 กิกะวัตต์ภายในปี 2575 หรือพุ่งขึ้นกว่า 40% โดยร้อยละ 72 ของความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากการพัฒนาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ 3 แห่งในรัฐ ขณะที่รายงานระดับชาติชี้ว่าแผนสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซทั่วสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัวตั้งแต่ต้นปี 2566
ผลกระทบ
- ความต้องการไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงจากอุตสาหกรรมดิจิทัลกำลังผลักดันให้กิจการไฟฟ้าสหรัฐฯ หวนกลับมาพึ่งพาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมเสถียรภาพระบบ ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อเป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของสาธารณูปโภค
- ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายเชิงโครงสร้างในการจัดสรรต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ระหว่างผู้พัฒนาเทคโนโลยีกับประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้กำกับดูแลกิจการพลังงานทั่วโลกและไทยต้องจับตาเพื่อป้องกันปัญหาการผลักภาระต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เป็นธรรม
ที่มา: POWER Magazine วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : อัตราขัดข้องของระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานโลกลดลง 98% มุ่งสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับเดียวกับหม้อแปลงไฟฟ้า
รายละเอียด
- สถาบันวิจัยพลังงานไฟฟ้าสหรัฐฯ (EPRI) เผยแพร่รายงานสถิติระบุว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุขัดข้องรุนแรงของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (BESS) ทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมเหตุการณ์อาร์กวาบ ไฟไหม้ หรือการระเบิดจากความบกพร่องภายในระบบ ได้ปรับตัวลดลงถึง 98% เมื่อเทียบต่อกิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) ที่ติดตั้ง ระหว่างปี 2561 ถึง 2568
- อัตราความขัดข้องลดลงต่อเนื่องอีก 50% จากปี 2567 สู่ระดับเพียง 0.04 ครั้งต่อ GWh ในปี 2568 โดยสหรัฐฯ ไม่พบรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ BESS นับตั้งแต่เหตุการณ์ระเบิดที่เมืองเซอร์ไพรส์ รัฐแอริโซนาเมื่อปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากการยกระดับมาตรฐานทางวิศวกรรม มาตรฐาน NFPA 855 การปรับปรุงระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) และการเปลี่ยนผ่านเชิงเทคโนโลยีจากแคโทดแบบ NMC ไปสู่ LFP ที่มีความเสถียรทางความร้อนสูงกว่า
ผลกระทบ
- ช่วยปลดล็อกความกังวลด้านความปลอดภัยและลดอุปสรรคการต่อต้านจากชุมชนท้องถิ่น ทำให้สถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยเพิ่มความเชื่อมั่นในการจัดหาเงินทุนแก่โครงการ BESS ขนาดใหญ่ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินและการขอใบอนุญาตปรับตัวลดลง
- ชี้ให้เห็นว่าระบบแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายมีระดับความน่าเชื่อถือทางเทคนิคเทียบเท่ากับอุปกรณ์สถานีไฟฟ้าย่อยดั้งเดิมอย่างหม้อแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์สำคัญสำหรับกิจการไฟฟ้าและผู้กำกับดูแลในอาเซียนและไทยในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและเร่งการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน
ที่มา: pv magazine USA และ Utility Dive วันที่ 13-14 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ผลวิจัย MIT ชี้โซลาร์เซลล์ระดับสาธารณูปโภคช่วยลดค่าไฟครัวเรือน ขณะที่โซลาร์รูฟท็อปสร้างภาระต้นทุนระบบจำหน่าย
รายละเอียด
- ศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อมแห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT CEEPR) โดย Fischer J. Espiritu Argosino และ Christopher R. Knittel เผยแพร่งานวิจัยเศรษฐมิติเชิงลึกจากข้อมูลระดับมลรัฐและสาธารณูปโภคของสหรัฐฯ ครอบคลุมปี 2541 ถึง 2566 โดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลจาก EIA, FERC และ Lawrence Berkeley National Laboratory
- ผลการศึกษาพบว่า มาตรฐานสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RPS) ไม่ได้ทำให้ค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนสูงขึ้น ในทางกลับกัน สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ระดับสาธารณูปโภค (Utility-scale Solar) ที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 10 สัมพันธ์กับค่าไฟครัวเรือนที่ลดลงกว่าร้อยละ 8 จากการลดต้นทุนเชื้อเพลิงและบรรเทาความแออัดของสายส่ง ขณะที่สัดส่วนโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 5 กลับสัมพันธ์กับค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นถึงประมาณร้อยละ 16 เนื่องจากต้นทุนการขยายและปรับปรุงโครงข่ายระบบจำหน่าย
ผลกระทบ
- จุดชนวนการทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าและนโยบาย Net Metering ทั่วสหรัฐฯ เพื่อแก้ไขปัญหาการถ่ายโอนต้นทุนโครงข่าย (Cost-shifting) จากกลุ่มผู้มีรายได้สูงที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปยังกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อยที่ไม่มีโซลาร์เซลล์
- เป็นข้อคิดเชิงนโยบายที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้กำหนดนโยบายพลังงานในไทยและอาเซียน ในการออกแบบโครงสร้างอัตราค่าบริการโครงข่าย (Grid Tariff หรือ Unbundled Tariffs) ให้สะท้อนต้นทุนระบบจำหน่ายที่แท้จริง เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและไม่สร้างภาระค่าครองชีพแก่ประชาชนส่วนรวม
ที่มา: pv magazine USA วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : Ameren Missouri อัปเดตแผนพลังงาน 20 ปี ทุ่มลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซ แบตเตอรี่ และนิวเคลียร์ รองรับสัญญาโหลดอุตสาหกรรม 2.8 กิกะวัตต์
รายละเอียด
- บริษัท Ameren Missouri ยื่นปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะ 20 ปี (IRP 2026) ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการลงนามสัญญาจ่ายไฟฟ้าให้แก่กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ขนาดรวม 2.8 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยประเมินแผนทางเลือกกว่า 20 รูปแบบก่อนสรุปเป็นพอร์ตโฟลิโอการลงทุนแบบผสมผสาน
- แผนงานหลักประกอบด้วย การสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติพลังความร้อนร่วม 6,300 เมกะวัตต์ (ระหว่างปี 2574 ถึง 2585), โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ Peaker รวม 4,300 เมกะวัตต์, เซลล์เชื้อเพลิงก๊าซ 500 เมกะวัตต์, พลังงานแสงอาทิตย์ 3,600 เมกะวัตต์, พลังงานลม 1,500 เมกะวัตต์, ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ 2,400 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขั้นสูง/SMR 1,200 เมกะวัตต์ภายในปี 2583 ควบคู่กับการขอต่ออายุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Callaway เกินปี 2587
ผลกระทบ
- ชี้ให้เห็นการปรับตัวเชิงยุทธศาสตร์ของกิจการไฟฟ้าระดับมลรัฐภายใต้กฎหมาย Powering Missouri Growth Plan ซึ่งกำหนดให้ลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานโดยตรงเพื่อคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย
- เป็นต้นแบบของแผน IRP ที่ต้องบูรณาการทั้งเทคโนโลยีความยืดหยุ่นคาร์บอนต่ำและพลังงานหลักที่มีความแน่นอนเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตและการขยายตัวของเทคโนโลยีขั้นสูง โดยรักษาสมดุลความมั่นคงระบบและภาระต้นทุนในระยะยาว
ที่มา: T&D World วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Base Power จับมือสหกรณ์ไฟฟ้าจอร์เจีย เปิดตัวโมเดลโรงไฟฟ้าเสมือนจริง 50 เมกะวัตต์ ขยายนอกเท็กซัสเป็นครั้งแรก
รายละเอียด
- บริษัท Base Power สตาร์ตอัปผู้ให้บริการแบตเตอรี่บ้านและโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) จากเท็กซัส ประกาศความร่วมมือกับ Central Georgia Electric Membership Corporation (Central Georgia EMC) สหกรณ์ไฟฟ้าที่ให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้ากว่า 61,000 ครัวเรือนใน 16 เทศมณฑล นับเป็นการขยายธุรกิจนอกตลาด ERCOT เป็นครั้งแรก
- โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้สมาชิกสหกรณ์ติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำรองไฟทั้งบ้านโดยจ่ายค่าติดตั้งเริ่มต้นเพียง 95 ดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีค่าบริการรายเดือน แลกกับการยินยอมให้สหกรณ์สามารถดึงกำลังการผลิตสะสมรวม 50 เมกะวัตต์จากแบตเตอรี่ไปจ่ายเสริมความมั่นคงของโครงข่ายในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด โดยมีกำหนดเริ่มติดตั้งในปี 2570
ผลกระทบ
- แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของโมเดลธุรกิจพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DER) ในตลาดสหกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ช่วยให้สาธารณูปโภคขนาดเล็กสามารถหลีกเลี่ยงการลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้า Peaker ราคาแพงและลดต้นทุนค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้า
- เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนและไทยในการประยุกต์ใช้สินทรัพย์หลังมิเตอร์ของประชาชนมาสร้างเป็นโครงข่ายไฟฟ้าเสมือน ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายและสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ใช้ไฟกับผู้ให้บริการระบบ
ที่มา: pv magazine USA วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Portland General Electric เร่งโครงการปรับปรุงสายส่งอายุร้อยปี ยกระดับเสาเหล็กทนไฟป่าและเพิ่มขีดความสามารถส่งไฟฟ้าเท่าตัว
รายละเอียด
- บริษัท Portland General Electric (PGE) เดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระยะทางเกือบ 32 ไมล์ ตลอดแนวเส้นทาง Springwater Corridor และ Cazadero ในรัฐออริกอน ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวสายส่งที่เก่าแก่ที่สุดของรัฐที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 100 ปีในการส่งไฟฟ้าพลังน้ำจากแม่น้ำ Clackamas เข้าสู่โครงข่ายเมืองพอร์ตแลนด์
- โครงการดังกล่าวทำการรื้อถอนเสาโครงเหล็กแบบถัก (Lattice Tower) เดิม เพื่อแทนที่ด้วยเสาเหล็กกล้าทรงกลมเดี่ยวที่ทนทานต่ออัคคีภัยและภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งติดตั้งสายตัวนำสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการส่งไฟฟ้าได้เกือบ 2 เท่าตัว โดยระยะที่หนึ่งจะเสร็จสิ้นถึงเมือง Gresham ในต้นปี 2570 และระยะที่สองจะเสร็จสิ้นในปี 2573 พร้อมทั้งรีไซเคิลเศษเหล็กเดิมได้มากกว่า 250 ตัน
ผลกระทบ
- เพิ่มขีดความสามารถในการนำเข้าพลังงานสะอาดเข้าสู่เขตเมืองและลดความเสี่ยงต่อเหตุไฟป่าที่เกิดจากสายส่ง ซึ่งเป็นปัญหาคุกคามระบบไฟฟ้าหลักในแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ
- เป็นกรณีศึกษาเชิงประจักษ์ของการปรับปรุงสายส่งเดิม (Reconductoring & Line Hardening) ในแนวเขตทางเดิม (Right-of-Way) ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายได้รวดเร็วและประหยัดกว่าการเวนคืนที่ดินเพื่อสร้างแนวสายส่งใหม่ เหมาะสำหรับนำมาปรับใช้กับสายส่งเก่าในไทยและภูมิภาคอาเซียน
ที่มา: T&D World วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ (Other Interesting News)
- National Grid ทุ่มงบประมาณ 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับปรุงสถานีไฟฟ้าย่อย Perry Street อายุ 110 ปีในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก ยกระดับพิกัดแรงดันจำหน่ายเป็น 13.2 กิโลโวลต์ เพื่อรองรับโครงการอสังหาริมทรัพย์และโหลดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่กว่า 1 เมกะวัตต์
- Qcells ประกาศแผนเตรียมก่อสร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เทคโนโลยีแทนเด็ม (Perovskite-Silicon Tandem) ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มุ่งผลักดันประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์เชิงพาณิชย์ก้าวข้ามขีดจำกัดทางทฤษฎีของซิลิคอนดั้งเดิม
- Wood Mackenzie คาดการณ์ตลาดระบบกักเก็บพลังงานเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (C&I BESS) ทั่วโลกจะขยายตัวกว่า 7 เท่าทะลุ 7 เทระวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี พ.ศ. 2578 โดยมีสหรัฐฯ เป็นตลาดหลักขับเคลื่อนการเติบโตตามแรงหนุนของนโยบายและต้นทุนที่ลดลง
- EcoFlow เปิดตัวระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ในบ้านตระกูล Titan ขนาด 5 ถึง 30 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ในสหรัฐฯ มาพร้อมตู้สวิตช์บอร์ดสำเร็จรูป รองรับการจ่ายไฟอุปกรณ์ขนาดใหญ่และแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเสริมเสถียรภาพไฟฟ้าระดับครัวเรือน
- สตาร์ตอัปพัฒนาแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ Tyfast Energy จับมือ Australian Vanadium เดินหน้าทดสอบแร่วานาเดียมสำหรับขั้วแอโนดแบตเตอรี่ลิเธียมวานาเดียมออกไซด์ (LVO) ชาร์จเร็ว 80% ภายใน 6 นาที ป้อนอุตสาหกรรมเหมืองแร่และยานยนต์ป้องกันประเทศ