รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 10-Oct-2026 ถึง 16-Oct-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : การลงทุนพลังงานหมุนเวียนระดับสาธารณูปโภคในออสเตรเลียพุ่งทำสถิติใหม่ ทะลุ 5 GW ในปี 2569 หนุนเป้าหมายไฟฟ้าสะอาด 82%
รายละเอียด
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน นาย Chris Bowen เปิดเผยว่า เม็ดเงินลงทุนในการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ของโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในออสเตรเลียแตะระดับสถิติใหม่ โดยในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เพียงไตรมาสเดียว มีโครงการผ่าน FID ถึง 2.1 กิกะวัตต์ (โครงการพลังงานลม 1.1 กิกะวัตต์ และพลังงานแสงอาทิตย์ 1 กิกะวัตต์) ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟฟ้าให้บ้านเรือนกว่า 1.2 ล้านหลังคาเรือน
- ส่งผลให้ยอดการลงทุน FID สะสมตลอดปี 2569 พุ่งแตะ 5 กิกะวัตต์ แซงหน้าสถิติตลอดทั้งปี 2568 (4.9 กิกะวัตต์) เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ยังเหลือเวลาอีกสามเดือน โดยมีโครงการโซลาร์ฟาร์มคิดเป็น 3.5 กิกะวัตต์ ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในครัวเรือนเติบโตอย่างก้าวกระโดดสู่ 15.3 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ภายใต้โครงการ Cheaper Home Batteries Program และโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นอีก 894 เมกะวัตต์ในไตรมาสล่าสุด
ผลกระทบ
- การเร่งตัวของการลงทุนพลังงานหมุนเวียนและแบตเตอรี่ช่วยเพิ่มปริมาณไฟฟ้าสะอาดเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) และสร้างแรงกดดันให้ราคาขายส่งไฟฟ้าลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนที่ผ่านมาพลังงานหมุนเวียนสามารถผลิตไฟฟ้าในระบบสายส่งหลักได้มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล
- แม้การลงทุนจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ออสเตรเลียยังเผชิญความท้าทายในการเร่งก่อสร้างและเชื่อมต่อสายส่งเพื่อบรรลุเป้าหมายการจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 82% ภายในปี 2573 สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับไทยและอาเซียนว่า การเติบโตของกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนจำเป็นต้องพัฒนาควบคู่กับระบบสายส่งและระบบกักเก็บพลังงานเพื่อป้องกันปัญหาการตัดทอนกำลังผลิต (Curtailment)
ที่มา: RenewEconomy, 15 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ARENA เปิดตัวโครงการ Solar Sunshot รอบที่ 3 วงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ ยกระดับการผลิตและหุ่นยนต์ติดตั้งโซลาร์เซลล์
รายละเอียด
- องค์กรพลังงานหมุนเวียนแห่งออสเตรเลีย (ARENA) ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการ Solar Sunshot รอบที่ 3 วงเงิน 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 174 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนบริษัททั้งในและต่างประเทศในการวิจัย พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เชิงพาณิชย์
- โครงการรอบที่ 3 นี้มุ่งเน้นไปที่การผลิตระบบประกอบของโรงไฟฟ้า (Balance of Plant) ระบบโครงสร้างรองรับและติดตามแสงอาทิตย์ (Racking & Tracking) ตลอดจนเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติขั้นสูงและหุ่นยนต์ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Ultra Low-Cost Solar 30-30-30 ของ ARENA ที่ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพแผงเป็น 30% ด้วยต้นทุนติดตั้งที่ 30 เซนต์ต่อวัตต์ภายในปี 2573 สานต่อจากรอบที่ 2 ที่ให้ทุนแก่สตาร์ตอัปหุ่นยนต์ Luminous Robotics (17.8 ล้านดอลลาร์) และ Built Robotics (14.5 ล้านดอลลาร์)
ผลกระทบ
- ช่วยลดต้นทุนรวมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระดับสาธารณูปโภค และแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคสนามด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์อัตโนมัติ ซึ่งจะเร่งอัตราการติดตั้งโซลาร์ฟาร์มของออสเตรเลียสู่เป้าหมายปีละ 10 กิกะวัตต์
- เป็นยุทธศาสตร์เชิงอุตสาหกรรมที่น่าจับตาในการดึงดูดห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศ เพื่อสร้างขีดความสามารถการแข่งขันและเปิดทางสู่การส่งออกนวัตกรรมพลังงานสะอาดไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก
ที่มา: PV Magazine Australia, 15 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ASL กำหนดเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานเสริมความมั่นคง 1,500 เมกะวัตต์ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รองรับการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน
รายละเอียด
- องค์กร AEMO Services Limited (ASL) ในฐานะผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ใช้ไฟอิสระ (Consumer Trustee) ภายใต้แผนงานโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้เผยแพร่รายงานเป้าหมายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงประจำปี 2569 (2026 Firming IIO Report)
- รายงานกำหนดเป้าหมายจัดหาโครงสร้างพื้นฐานเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Firming Infrastructure) เพิ่มเติมจำนวน 1,500 เมกะวัตต์ ที่ต้องก่อสร้างและเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ภายในเดือนพฤษภาคม 2576 เพื่ออุดช่องว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจากการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน Bayswater และ Vales Point โดย ASL ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการออกแบบสัญญาบริการพลังงานระยะยาว (Firming LTESA) สำหรับเปิดประมูลในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งกำหนดให้โครงการต้องสามารถจ่ายไฟฟ้าต่อเนื่องได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงในช่วงวิกฤตระบบ
ผลกระทบ
- ช่วยรักษาความต่อเนื่องและเสถียรภาพในการจ่ายไฟฟ้าให้กับศูนย์กลางเศรษฐกิจในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ป้องกันความเสี่ยงไฟฟ้าดับและลดความผันผวนของราคาพลังงานไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
- แสดงให้เห็นถึงการออกแบบกลไกทางการเงินและการกำกับดูแลแบบมองไปข้างหน้า (Forward-looking Procurement) ที่ช่วยลดความเสี่ยงให้นักลงทุนระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Energy Storage) และโรงไฟฟ้าก๊าซที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมปกป้องผลประโยชน์ของผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ให้รับภาระต้นทุนส่วนเกิน
ที่มา: PV Magazine Australia, 14 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : แบตเตอรี่ Summerfield ขนาด 240 MW / 960 MWh ในเซาท์ออสเตรเลียเริ่มขั้นตอนทดสอบเดินเครื่องเชิงพาณิชย์
รายละเอียด
- บริษัท e-Storage ซึ่งเป็นบริษัทในเครือด้านระบบกักเก็บพลังงานของ Canadian Solar ประกาศเริ่มต้นขั้นตอนการทดสอบและเดินเครื่อง (Testing & Commissioning) สำหรับโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ Summerfield BESS ขนาด 240 เมกะวัตต์ / 960 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ของบริษัท Intera Renewables ในพื้นที่ Murraylands ห่างจากนครแอดิเลดไปทางตะวันออกราว 55 กิโลเมตร
- โครงการดังกล่าวติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์แบตเตอรี่ SolBank 3.0 มากกว่า 200 ตู้ มีระยะเวลาการจ่ายไฟฟ้าต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) 10 ปีกับบริษัท Origin Energy เพื่อรับซื้อกำลังไฟฟ้าทั้งหมด 100% และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบได้ในปี 2570
ผลกระทบ
- แบตเตอรี่ Summerfield จะทำหน้าที่เป็นกันชนรักษาเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยช่วยดูดซับไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลมที่มีสัดส่วนสูงมากในช่วงกลางวัน และจ่ายพลังงานกลับเข้าสู่ระบบในช่วงความต้องการสูงสุดช่วงค่ำ
- สนับสนุนเป้าหมายของรัฐเซาท์ออสเตรเลียในการมุ่งสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนสุทธิ 100% ภายในปี 2570 และเป็นต้นแบบโครงการแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยสัญญารับซื้อภาคเอกชน (Corporate PPA) โดยไม่ต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนโดยตรงจากภาครัฐ
ที่มา: PV Magazine Australia, 14 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียลงนามสัญญาโครงการสายส่ง Clean Energy Link – East ปลดล็อกพลังงานสะอาด 2.3 กิกะวัตต์
รายละเอียด
- รัฐบาลรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียประกาศลงนามสัญญามูลค่าราว 478 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ร่วมกับกลุ่มกิจการร่วมค้าซึ่งประกอบด้วยบริษัท Acciona, GenusPlus และ UGL Engineering ในเครือ CIMIC Group เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า Clean Energy Link (CEL) – East
- โครงการระยะที่ 1 ครอบคลุมการก่อสร้างและอัปเกรดสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 330 กิโลโวลต์ ระยะทางรวม 92 กิโลเมตร ระหว่างสถานี Shotts, Muja และ Cordering ทางตะวันออกของเมือง Collie ซึ่งเป็นศูนย์กลางโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิม เพื่อเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนจากเขตพลังงานหมุนเวียน (REZ) เข้าสู่ระบบโครงข่ายหลักของรัฐ (South West Interconnected System: SWIS) ได้มากถึง 2.3 กิกะวัตต์ หรือเทียบเท่าความต้องการไฟฟ้าของบ้านเรือน 1 ล้านหลังคาเรือน
ผลกระทบ
- เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับยุทธศาสตร์ที่ปลดล็อกคอขวดสายส่ง และรองรับการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินของรัฐในเมือง Collie ทั้งหมดภายในปี 2573 ตามแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล
- ช่วยฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนอดีตเมืองถ่านหิน Collie ผ่านการจ้างงานด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการลงทุนในระบบสายส่งล่วงหน้าก่อนที่โรงไฟฟ้าฟอสซิลจะปิดตัวลง
ที่มา: PV Magazine Australia, 15 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐวิกตอเรียอนุมัติขั้นสุดท้ายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Warracknabeal ขนาด 1.5 กิกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่
รายละเอียด
- รัฐบาลรัฐวิกตอเรียให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายด้านการผังเมืองและการพัฒนาแก่โครงการ Warracknabeal Energy Park ของบริษัท WestWind Energy บนพื้นที่เกษตรกรรม 26,000 เฮกตาร์ ในภูมิภาค Wimmera ส่งผลให้โครงการเหลือเพียงการขออนุมัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมระดับสหพันธรัฐ (EPBC Act) เท่านั้น
- โครงการประกอบด้วยกังหันลมจำนวน 219 ต้น กำลังการผลิตรวมกว่า 1.5 กิกะวัตต์ ควบคู่ไปกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 300-600 เมกะวัตต์-ชั่วโมง จำนวน 2 ระบบ คิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และคาดว่าจะสร้างการจ้างงานระหว่างก่อสร้างราว 950 ตำแหน่ง พร้อมเงินกองทุนพัฒนาชุมชนกว่า 12 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุโครงการ
ผลกระทบ
- มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันเป้าหมายพลังงานสะอาดของรัฐวิกตอเรียที่กำหนดสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 65% ภายในปี 2573 และ 95% ภายในปี 2578 เพื่อทดแทนกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าถ่านหิน Yallourn
- การเร่งอนุมัติโครงการเกิดขึ้นท่ามกลางการจับตามองทางการเมืองเรื่องนโยบายกำหนดระยะร่นโครงการพลังงานหมุนเวียนจากชุมชน (2 km buffer zone) ของฝ่ายค้าน ซึ่งตอกย้ำว่าความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายผังเมืองมีความสำคัญยิ่งต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด
ที่มา: RenewEconomy, 15 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กิจการไฟฟ้าออสเตรเลียมุ่งหน้าลงทุนก๊าซธรรมชาติ ท่ามกลางความกังวลการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน 28 เทราวัตต์-ชั่วโมงในตลาด NEM
รายละเอียด
- รายงานวิเคราะห์สถานการณ์ตลาดไฟฟ้าแห่งชาติออสเตรเลีย (NEM) โดย ITK เผยว่ากลุ่มผู้ประกอบการผลิตและค้าปลีกไฟฟ้ารายใหญ่ (Gentailers) เช่น Origin Energy, AGL และ EnergyAustralia มีแนวโน้มหันไปลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและระบบแบตเตอรี่ มากกว่าการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมและโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่
- แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ากำลังผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินราว 13% ของทั้งระบบ NEM หรือเกือบ 28 เทราวัตต์-ชั่วโมง จากโรงไฟฟ้า Yallourn, Eraring และ Gladstone กำลังจะทยอยปิดตัวลงภายในกลางปี 2573 ส่งผลให้ราคาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (Baseload Futures) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์และควีนส์แลนด์พุ่งสูงขึ้น 15-22% ขณะที่รัฐบาลกลางและมลรัฐกำลังเร่งผลักดันกลไก Electricity Services Entry Mechanism (ESEM) เพื่อเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าตรงแทนภาคเอกชน
ผลกระทบ
- สะท้อนความล้มเหลวของกลไกตลาดเสรี (Market Failure) ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ที่ราคาค่าไฟฟ้าขายส่งต่ำในช่วงกลางวันทำให้นักลงทุนชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใหม่ ขณะที่ผู้ประกอบการเลือกสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซเพื่อเก็งกำไรส่วนต่างราคาช่วงค่ำ ซึ่งอาจทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงตัวอยู่ในระดับสูง
- ตอกย้ำความจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามาแทรกแซงและค้ำประกันความเสี่ยงด้านรายได้ผ่านกลไกสัญญา ESEM หรือ Capacity Investment Scheme เพื่อเร่งการระดมทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดขนาดใหญ่และระบบสายส่งให้ทันก่อนวิกฤตไฟฟ้าตึงตัวหลังการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน
ที่มา: RenewEconomy, 15 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ (Other Interesting News)
- โครงการโมเดลโซลาร์รูฟท็อปแบ่งปันชุมชนห่างไกลในออสเตรเลียตะวันตก: รัฐวิสาหกิจ Horizon Power เปิดใช้งานระบบโซลาร์เซลล์บนหลังคารวม 270 kW ในชุมชน Mowanjum ผ่านโครงการ KCSS โดยใช้แผงน้ำหนักเบาของ Sunman เพื่อกระจายเครดิตค่าไฟให้ทุกครัวเรือนอย่างเท่าเทียมและลดการใช้น้ำมันดีเซล
- การปฏิรูปอัตราค่าไฟฟ้ากลางวันของรัฐวิกตอเรีย: ครัวเรือนในรัฐวิกตอเรียให้การตอบรับอย่างล้นหลามต่อแพ็กเกจค่าไฟฟ้าฟรีช่วงกลางวัน Midday Power Saver (11.00-14.00 น.) ช่วยกระตุ้นการดูดซับไฟฟ้าแสงอาทิตย์ส่วนเกินและลดแรงกดดันราคาไฟฟ้าติดลบในโครงข่าย
- การพัฒนาหัวชาร์จเร็ว DC ผลิตในออสเตรเลีย: บริษัท EVX เปิดตัวหัวชาร์จเร็วไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charger) ขนาด 40-50 kW แบบติดตั้งบนเสาไฟที่ผลิตในประเทศ เพื่อเร่งขยายโครงข่ายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าบนทางเท้าและพื้นที่ชุมชนอย่างทั่วถึง
- ความก้าวหน้าวัสดุเคลือบแผงโซลาร์เซลล์ลดการสะท้อน: นักวิจัยพัฒนาโครงสร้างพื้นผิวลดการสะท้อนแสงสำหรับแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ได้แรงบันดาลใจจากตามอด (Moth-Eye Structure) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดกลืนพลังงานแสงและลดปัญหาแสงสะท้อนรบกวนชุมชนโดยรอบ
- การขับเคลื่อนระบบฝาแฝดดิจิทัลสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า: บริษัท Neara ประกาศเข้าซื้อกิจการ Zepben เพื่อผสานรวมแบบจำลองระบบไฟฟ้าเชิงกายภาพและดิจิทัล (Digital Twin) ยกระดับขีดความสามารถการวิเคราะห์เสถียรภาพสายส่งและการวางแผนโครงข่ายรองรับพลังงานหมุนเวียน