รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 09 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กกพ. สั่งทบทวนรื้อสัญญาซื้อไฟพลังงานสะอาดเอกชน เล็งยกเลิก Adder และ FiT ลดภาระค่าไฟ 13-17 สตางค์ต่อหน่วย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้ทบทวนและปรับปรุงสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนกลุ่ม SPP และ VSPP ประเภท Non-Firm ในรูปแบบ Adder และ FiT หลังตรวจพบว่าต้นทุนรับซื้อสูงกว่าความเป็นจริง โดยโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บางแห่งรับซื้อสูงถึง 11 บาทต่อหน่วย ทั้งที่ต้นทุนปัจจุบันอยู่ที่ 2.1579 บาทต่อหน่วย และหลายสัญญายังไม่มีการกำหนดวันสิ้นสุดสัญญา
- ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. เปิดเผยแนวทางว่า กรณียังไม่ลงนามสัญญาให้เจรจายกเลิกหรือปรับลดราคารับซื้อตามมติ กพช. คือโซลาร์ 2.1579 บาทต่อหน่วย และพลังงานลม 2.9015 บาทต่อหน่วย พร้อมกำหนดอายุสัญญา 20-25 ปี ส่วนโครงการที่ลงนามแล้วแต่ยังไม่จ่ายไฟเข้าระบบ (COD) ให้เจรจายกเลิกสัญญาหรือเร่งรัดให้ COD ตามกำหนดเวลา หากล่าช้าจะดำเนินการยกเลิกสัญญา
ผลกระทบ:
- ช่วยลดภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าของประชาชนและภาคธุรกิจได้โดยตรงประมาณ 13-17 สตางค์ต่อหน่วย บรรเทาแรงกดดันจากค่าไฟฐานและค่า Ft ในระยะยาว
- อาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุนภาคเอกชนในประเด็นความแน่นอนของสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แต่ในภาพรวมถือเป็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานหมุนเวียนให้สะท้อนต้นทุนจริงอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมเป้าหมาย Net Zero โดยไม่สร้างภาระค่าครองชีพเกินความจำเป็น
ที่มา: สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงวิกฤตหนักยอดติดลบทะลุแสนล้าน พลังงานเตรียมใช้แผน Exit Strategy ทยอยลดการอุดหนุนดีเซล
รายละเอียด:
- สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) รายงานสถานะสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบแตะระดับ 98,942 ล้านบาท และข้อมูลล่าสุดทะลุ 100,000 ล้านบาทแล้ว จากภาระการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
- กระทรวงพลังงานเตรียมดำเนินมาตรการทยอยลดการชดเชย (Exit Strategy) เพื่อลดเงินไหลออกจากเดิมวันละ 700 ล้านบาท เหลือ 375 ล้านบาทต่อวัน พร้อมนำเสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหา ได้แก่ การขอส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น 1-2 บาทต่อลิตร, การเสนอปรับลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลง 2 บาทต่อลิตร และการขอกู้เงินรอบใหม่โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน
ผลกระทบ:
- การทยอยลดการอุดหนุนจะส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อต้นทุนภาคขนส่งและค่าครองชีพประชาชน โดย สนค. ระบุว่าหมวดพลังงานมีสัดส่วนกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อสูงกว่า 60%
- สร้างความท้าทายต่องบประมาณและวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล หากต้องนำเครื่องมือการลดภาษีสรรพสามิตหรือการค้ำประกันหนี้สาธารณะมาใช้พยุงสภาพคล่องของกองทุน
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ปตท. เตือนเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero เร็วเกินไปกระทบจีดีพี ชูก๊าซธรรมชาติเป็นสะพานเชื่อมและเร่งผลักดันศูนย์กลาง LNG
รายละเอียด:
- ดร.ชญาน์ จันทวสุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมมานานและเติบโตชะลอตัว จึงต้องเร่งสร้าง New S-Curve แต่เตือนว่าการมุ่งสู่ Net Zero ต้องกำหนดจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะหากเร่งรัดเกินไปเหมือนในยุโรปอาจสร้างต้นทุนสูงถึง 1-1.5% ของ GDP ซึ่งจะกดดันเศรษฐกิจไทยที่เติบโตเพียง 2% กว่าอย่างรุนแรง
- ปตท. ระบุว่าระบบไฟฟ้ายังต้องใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักที่มีความมั่นคงและคุ้มค่าต้นทุนที่สุด จนกว่าพลังงานหมุนเวียนจะมีความพร้อมและโครงข่ายไฟฟ้าได้รับการยกระดับ โดยไทยควรใช้โอกาสนี้ผลักดันการเป็น ASEAN LNG Trading Hub ด้วยการขยายความจุสถานีรับก๊าซเป็น 32 ล้านตัน พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCS) ในอ่าวไทย
ผลกระทบ:
- รักษาเสถียรภาพความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Grid Reliability) ลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟฟ้าตกดับเนื่องจากข้อจำกัดด้านเสถียรภาพของพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้เพียงบางช่วงเวลา
- ช่วยควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่ให้ก้าวกระโดดจากการลงทุนระบบกักเก็บพลังงาน (Battery ESS) และระบบโครงข่าย (Grid Modernization) ที่ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลหลายแสนล้านบาท
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กัลฟ์ ชี้เทคโนโลยี AI และ Data Center คือกุญแจกอบกู้เศรษฐกิจ แนะปฏิรูปราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนจริง
รายละเอียด:
- นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าไทยกำลังเผชิญวิกฤตแรงงานลดลงจากโครงสร้างประชากรสูงวัย ทางออกเดียวคือการนำ AI และ Data Center เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และดึงดูดห่วงโซ่มูลค่าเทคโนโลยีโลกเข้ามาในประเทศ
- ภาคเอกชนเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนจริง ยกเลิกการอุดหนุนแบบหว่านแห เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซล และเปลี่ยนเป็นการอุดหนุนแบบเจาะจงกลุ่มเปราะบาง (Targeted Subsidy) โดยใช้ Big Data และเทคโนโลยีเข้ามาคัดกรอง เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณระยะยาว
ผลกระทบ:
- การปล่อยให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงจะสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจและประชาชนปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนและยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
- การขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center จะสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้ากำลังสูง (Megawatts) และความต้องการพลังงานสะอาดอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นทั้งโอกาสการลงทุนและโจทย์ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : WHA เตือนภาครัฐเร่งคลอดกฎเกณฑ์และแผนกำลังไฟฟ้า Data Center สกัดความเสี่ยงทุนต่างชาติย้ายฐานไปเพื่อนบ้าน
รายละเอียด:
- นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่าสถาบันการเงินต่างชาติเริ่มส่งสัญญาณชะลอการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้พัฒนาโครงการ Data Center ในไทย และพร้อมย้ายเงินทุนไปยังมาเลเซีย หากนโยบายและขั้นตอนกำกับดูแลของภาครัฐไทยยังล่าช้า ส่งผลให้ WHA ต้องชะลอการรับลูกค้ารายใหม่เพื่อรอดูความชัดเจน
- เอกชนเสนอให้ภาครัฐเร่งทำ Regulatory Guillotine ตัดขั้นตอนซ้ำซ้อน และกำหนดแผนจัดสรรกำลังการผลิตไฟฟ้า (Megawatts) รวมถึงระบบโครงข่ายสายส่งและระบบบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมและ Hyperscale Data Center
ผลกระทบ:
- ความล่าช้าเชิงนโยบายอาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) มูลค่ากว่า 1.1 ล้านล้านบาท ในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลให้แก่คู่แข่งในภูมิภาค
- หน่วยงานด้านพลังงานและสาธารณูปโภคจำเป็นต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาคอขวดของสายส่งและความเสี่ยงที่จะกระทบต่อเสถียรภาพระบบไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : AWS โต้ข้อกังวลสิ่งแวดล้อม ยัน Data Center ใช้น้ำต่ำ ชี้ปัญหาค่าไฟเพิ่มเกิดจากสายส่งไฟฟ้าที่ล้าสมัย
รายละเอียด:
- นายแมตต์ การ์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Amazon Web Services (AWS) ชี้แจงข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อศูนย์ข้อมูล Data Center โดยระบุว่าการใช้น้ำทางตรงคิดเป็นเพียง 0.5% ของการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซลสำรองเปิดทำงานเพื่อทดสอบตามรอบบำรุงรักษาเฉลี่ยเพียง 10 ชั่วโมงต่อปี ภายใต้มาตรฐานควบคุมมลพิษระดับสูง
- AWS ระบุว่าปัญหาต้นทุนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ไม่ได้เกิดจากการใช้ไฟฟ้าของ Data Center แต่เกิดจากโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าที่ใช้งานมานานกว่า 25 ปีถึง 70% และขาดการลงทุนขยายล่วงหน้า โดย AWS ได้ร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณูปโภคสนับสนุนงบสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งช่วยให้ค่าไฟของชุมชนมีเสถียรภาพหรือลดลงในหลายพื้นที่
ผลกระทบ:
- สะท้อนความสำคัญของการเร่งลงทุนโครงข่ายสายส่งอัจฉริยะ (Grid Modernization) เพื่อรองรับโหลดการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเทคโนโลยี AI โดยไม่ผลักภาระต้นทุนไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย
- ช่วยลดกระแสต่อต้านของชุมชนและสร้างแนวปฏิบัติร่วมกันระหว่างผู้ให้บริการเทคโนโลยี ภาครัฐ และผู้กำกับดูแลระบบไฟฟ้า ในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลควบคู่กับเป้าหมายความยั่งยืน
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการควบคุมระบบไฟฟ้า รองรับการประชุมระดับโลกควบคู่ภารกิจความปลอดภัยช่วงน้ำท่วม
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน. หรือ MEA) ภายใต้ข้อสั่งการของนายดิชวัฒน์ จันทร์อี่ ผู้ว่าการ MEA เปิดศูนย์ปฏิบัติการควบคุมระบบไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการบริหารจัดการและเฝ้าระวังระบบจำหน่ายไฟฟ้า รองรับการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank 2026)
- ขณะเดียวกัน MEA ได้จัดส่งทีมปฏิบัติการและยานพาหนะเข้าดูแล ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าสาธารณะ และตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เช่น ถนนลาดกระบัง หลวงแพ่ง และหมู่บ้านนักกีฬา
ผลกระทบ:
- สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่จัดงานระดับนานาชาติ เสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในการเป็นศูนย์กลางการประชุมและการลงทุนของไทย
- ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติภัยไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าลัดวงจร และตัดวงจรไฟฟ้าในจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังอย่างทันท่วงที รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ และสำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บีโอไอผนึกสภาอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ จัดกิจกรรมโรดโชว์กระตุ้นการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายและเทคโนโลยีแห่งอนาคตในไทย
- สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจผู้บริหาร 48% นำ AI มาใช้ดำเนินงานแล้ว ชี้อุปสรรคสำคัญอยู่ที่การขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณลงทุน
- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินอุทกภัยสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ 2.2-3 หมื่นล้านบาท ฉุดจีดีพีร่วง 0.1-0.2% โดยภาคเกษตรกรรมกระทบหนักสุด
- กระทรวงคมนาคมเตรียมเปิดลงทะเบียนรับสิทธิรถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเริ่มใช้งานวันที่ 1 มกราคม 2570
- บี.กริม เพาเวอร์ ปรับเพิ่มเป้าหมายกำลังการผลิต Data Center เป็น 500 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 พร้อมศึกษาโครงการใหม่ในไทย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น