รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 19-Sep-2026 ถึง 25-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : อินโดนีเซียผลักดันการลงทุนระบบไฟฟ้า 100 กิกะวัตต์เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์
รายละเอียด:
-
– รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย (Bahlil Lahadalia) ประกาศผลักดันการลงทุนด้านไฟฟ้าขนาด 100 กิกะวัตต์ โดยเน้นย้ำเป้าหมายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนร้อยละ 70 ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (RUPTL) เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี พ.ศ. 2593-2603
– ผู้อำนวยการใหญ่ของการไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PT PLN) และสมาคมไฟฟ้าอินโดนีเซียชี้แจงว่า โครงการนี้ประเมินความต้องการเงินลงทุนประมาณ 70,000 ถึง 73,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมถึงการขยายระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าระยะทางกว่า 48,000 กิโลเมตร
ผลกระทบ:
– การลงทุนขยายโครงข่ายสายส่งและกำลังการผลิตมหาศาลนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้ากำลัง (Grid Modernization) เพื่อรองรับโหลดขนาดใหญ่ในอนาคต เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
– ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับภูมิภาค แต่มีความท้าทายสูงด้านการจัดหาเงินทุน บทเรียนสำหรับกิจการไฟฟ้าคือความจำเป็นในการพัฒนารูปแบบธุรกิจและกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เอื้อต่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดในระยะยาว
ที่มา: ANTARA News 22 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : การไฟฟ้ามาเลเซียแบกรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงเพื่อพยุงโครงสร้างค่าไฟฟ้าสำหรับภาคครัวเรือน
รายละเอียด:
-
– บริษัท Tenaga Nasional Bhd (TNB) ซึ่งเป็นกิจการไฟฟ้าแห่งชาติของมาเลเซีย ตกลงแบกรับต้นทุนจากการขยายมาตรการยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงอัตโนมัติ (AFA) สำหรับครัวเรือนที่มีการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 800 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อเดือนไปจนถึงสิ้นปี
– ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TNB (Datuk Shamsul Ahmad) ระบุว่ามาตรการอุดหนุนนี้จะทำให้บริษัทต้องรับภาระต้นทุนประมาณ 150 ล้านริงกิต ท่ามกลางภาวะที่ราคาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ผลกระทบ:
– การแทรกแซงโครงสร้างราคาพลังงานและการอุดหนุนข้ามกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้ากำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อสภาพคล่องและผลประกอบการของกิจการไฟฟ้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงขีดความสามารถในการลงทุนขยายและปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคต
– สะท้อนความเสี่ยงเชิงนโยบายที่กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคต้องเผชิญ บทเรียนสำคัญคือความจำเป็นในการเร่งปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และการเร่งบูรณาการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงนำเข้า
ที่มา: The Edge Malaysia 23 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ฟิลิปปินส์ใช้มาตรการจำกัดราคาซื้อขายไฟฟ้าในตลาดระดับภูมิภาคเพื่อแก้ปัญหาไฟดับและราคาพุ่งสูง
รายละเอียด:
-
– คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานของฟิลิปปินส์ (ERC) เริ่มบังคับใช้มาตรการจำกัดราคารองในตลาดซื้อขายไฟฟ้าขายส่ง (WESM) โดยแยกการคำนวณเฉพาะในภูมิภาควิซายัสและมินดาเนา เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาไฟฟ้าพุ่งสูงอย่างผิดปกติในช่วงที่ปริมาณสำรองไฟฟ้าในระบบตกลงสู่ระดับวิกฤต
– กระทรวงพลังงาน (DOE) ภายใต้การนำของรัฐมนตรี Sharon Garin สนับสนุนมาตรการนี้ ซึ่งสามารถลดราคา WESM เฉลี่ยลงได้กว่าร้อยละ 50 พร้อมเร่งผลักดันแผนพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 253 เมกะวัตต์เพื่อประคองความมั่นคงของสายส่ง
ผลกระทบ:
– แม้การแทรกแซงกลไกราคาในตลาดซื้อขายไฟฟ้าแบบสปอตจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้จำหน่ายไฟฟ้าและผู้บริโภคได้ในระยะสั้น แต่กลับตอกย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานระบบผลิตไฟฟ้าและการพึ่งพาสายส่งเชื่อมต่อข้ามภูมิภาคที่มีปัญหาคอขวด (Grid Bottleneck)
– เผยให้เห็นความท้าทายระดับสากลเมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตเร็วกว่าการขยายโครงข่าย (Grid Expansion) ชี้ให้เห็นว่าการพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเพียงอย่างเดียวโดยขาดโรงไฟฟ้าฐานหรือการเสริมความยืดหยุ่นด้วยแบตเตอรี่ที่เพียงพอ จะนำไปสู่ความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อระบบไฟฟ้ากำลัง
ที่มา: The Philippine Star 18 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : สิงคโปร์วางแผนสร้างโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลเพื่อนำเข้าพลังงานแสงอาทิตย์จากอินโดนีเซีย
รายละเอียด:
-
– บริษัท Keppel Infrastructure ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริหารสินทรัพย์ด้านพลังงานในสิงคโปร์ วางแผนก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าใต้ทะเลเพื่อเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในหมู่เกาะรีเยาของอินโดนีเซียเข้ากับโรงไฟฟ้า Keppel Merlimau Cogen บนเกาะจูร่ง
– ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทระบุว่า โครงการดังกล่าวเพิ่งได้รับใบอนุญาตแบบมีเงื่อนไขจากตลาดกลางพลังงาน (EMA) เพื่อการนำเข้าไฟฟ้า 300 เมกะวัตต์ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของชาติที่ตั้งเป้านำเข้าไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ 6 กิกะวัตต์ภายในปี พ.ศ. 2578
ผลกระทบ:
– โครงการนี้จะช่วยป้อนกระแสไฟฟ้าสะอาดเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าหลักของเกาะจูร่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ช่วยเสริมขีดความสามารถในการรองรับโหลดแบบคงที่จากอุตสาหกรรมดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (AI Data Center) ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
– นับเป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมของโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) ซึ่งสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ในการค้าพลังงานข้ามพรมแดน ทว่าผู้พัฒนายังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และการบูรณาการมาตรฐานสายส่งระหว่างประเทศ
ที่มา: The Straits Times 18 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : อินโดนีเซียชะลอข้อตกลงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนเหตุเพราะการเจรจากลไกราคาพลังงานยังไม่ลงตัว
รายละเอียด:
-
– รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย (Bahlil Lahadalia) เปิดเผยว่า อินโดนีเซียตัดสินใจชะลอการเข้าร่วมในข้อตกลงโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) เนื่องจากการเจรจาโครงสร้างราคาซื้อขายพลังงานกับประเทศมาเลเซียยังไม่สะท้อนผลประโยชน์ที่ยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่าย
– ประธานาธิบดี Prabowo Subianto สนับสนุนหลักการรวมศูนย์โครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคง แต่เน้นย้ำถึงการปกป้องศักยภาพมหาศาลด้านพลังงานหมุนเวียนในเขตการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA) ซึ่งอินโดนีเซียต้องไม่เสียเปรียบ
ผลกระทบ:
– ความล่าช้าในการบรรลุข้อตกลงนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลไกตลาดเสรีและการกำหนดอัตราค่าผ่านล้อ (Wheeling Charge) ในระดับภูมิภาคยังเป็นอุปสรรคสำคัญทางเศรษฐศาสตร์ที่สกัดกั้นการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าระหว่างประเทศ
– แสดงถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์พลังงาน บทเรียนสำหรับผู้กำหนดนโยบายคือการบูรณาการระบบโครงข่ายข้ามพรมแดนเพื่อเป้าหมาย Net Zero นั้น จำเป็นต้องมีการปรับมาตรฐานทางวิชาการ (Grid Code Harmonization) ควบคู่ไปกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ที่มา: ANTARA News 22 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐซาบาห์ของมาเลเซียเร่งขยายกำลังผลิตและระบบกักเก็บพลังงานดันปริมาณสำรองไฟฟ้าพุ่งแตะร้อยละ 26
รายละเอียด:
-
– มุขมนตรีแห่งรัฐซาบาห์ (Datuk Seri Hajiji Noor) แถลงความสำเร็จในการยกระดับปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) จากจุดวิกฤตที่ร้อยละ 8 ขึ้นเป็นร้อยละ 19 และคาดว่าจะทำสถิติแตะร้อยละ 26 ภายในสิ้นปีนี้ หลังจากที่รัฐได้รับอำนาจการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าคืนจากรัฐบาลกลาง
– รัฐซาบาห์กำลังเร่งดำเนินแผนแม่บทพลังงาน (SE-RAMP 2040) ผ่านการเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (LSS) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อยกระดับความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า (Reliability) และลดระยะเวลาไฟดับ
ผลกระทบ:
– การกระจายอำนาจการบริหารระบบไฟฟ้าสู่ส่วนภูมิภาคทำให้กระบวนการอนุมัติและการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้ามีความคล่องตัวขึ้น ส่งผลบวกต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลังภายในรัฐ
– ทิศทางนโยบายนี้สะท้อนโอกาสมหาศาลสำหรับนักลงทุนและผู้ผลิตในธุรกิจแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในยุคการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อช่วยดูดซับความผันผวนของพลังงานแสงอาทิตย์และช่วยรักษาสมดุลแรงดันในระบบสายส่งอัจฉริยะ
ที่มา: The Edge Malaysia 21 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เวียดนามเดินหน้าอนุมัติใบอนุญาตสำรวจพื้นที่พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 1.3 กิกะวัตต์
รายละเอียด:
-
– บริษัท Pacifico Energy Vietnam ได้รับการอนุมัติใบอนุญาตสำรวจพื้นที่ทางทะเลจากกระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม เพื่อดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nam Trung Bo 3 กำลังการผลิต 1,300 เมกะวัตต์ ในจังหวัดลัมด่ง
– บริษัทตั้งเป้าที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐเพื่อร่างกรอบนโยบายส่งเสริมการลงทุนโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยมีกำหนดเป้าหมายเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในช่วงปี พ.ศ. 2574-2578 เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ผลกระทบ:
– การเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนระดับกิกะวัตต์เข้าสู่ระบบ จะบังคับให้การไฟฟ้าเวียดนามต้องปรับปรุงโครงข่ายสายส่งขนานใหญ่เพื่อรองรับกำลังผลิตที่ผันผวน (Grid Integration) รวมถึงการอัพเกรดเทคโนโลยีจัดการระบบควบคุมความมั่นคงของโครงข่าย
– โครงการระดับเมกะโปรเจกต์นี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายด้านความเสี่ยงทางการเงินและความชัดเจนของนโยบาย (Bankability) อย่างไรก็ตาม หากดำเนินงานสำเร็จจะเป็นแม่แบบที่สะท้อนถึงศักยภาพการเปลี่ยนผ่านพลังงานของกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อมุ่งสู่พันธกิจ Net Zero
ที่มา: Vietnam Investment Review 24 กันยายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
-
– ข้อมูลเชิงเศรษฐศาสตร์ชี้การขยายตัวของศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกดดันให้รัฐบาลหลายประเทศต้องทบทวนโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าเพื่อป้องกันภาระตกสู่ประชาชนทั่วไป
– กลุ่มธุรกิจยุโรปเรียกร้องให้เร่งพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (APG) เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับธุรกิจสีเขียวและการลงทุนข้ามชาติที่ต้องการพลังงานทดแทนตลอด 24 ชั่วโมง
– รายงานวิเคราะห์ชี้สิงคโปร์สามารถประหยัดงบนำเข้าก๊าซธรรมชาติได้กว่า 123 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน จากผลสัมฤทธิ์ของการขยายกำลังผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ภายในประเทศ
– สภาผู้แทนราษฎรแห่งสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่พยายามผลักดันให้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขยายและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของระบบผลิตและสายส่งไฟฟ้าด้วยตนเอง
– ประเทศอินโดนีเซียเร่งพัฒนานวัตกรรมนำร่องเพื่อสกัดก๊าซธรรมชาติเหลวรูปแบบใหม่ (ANG) หวังใช้ทดแทนก๊าซหุงต้มเดิม (LPG) เสริมความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน