รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 19 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : กพช. เคาะแนวทางลดภาระค่า Ft งวด ก.ย.-ธ.ค. 69 พร้อมไฟเขียวขยายรับซื้อโซลาร์ภาคประชาชน 10,000 MW สัญญายาว 20 ปี
รายละเอียด:
- ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติรับทราบแนวทางลดภาระค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ขายปลีกงวดเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย โดยให้ กฟผ. และ ปตท. ร่วมรับภาระต้นทุนสะสมไว้ชั่วคราว และดึงเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน 16,127.17 ล้านบาทมาช่วยพยุงต้นทุน พร้อมกำหนดเพดานราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าไม่เกิน 363.53 บาทต่อล้านบีทียู
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดย กพช. ได้อนุมัติขยายกรอบการรับซื้อไฟฟ้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ทั้ง Rooftop, On Ground และ Floating ในรูปแบบ Net Billing สู่เป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์ ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ขยายเวลาสัญญาซื้อขายไฟจาก 10 ปี เป็น 20 ปี รวมถึงให้สิทธิครอบคลุมผู้เข้าร่วมโครงการเดิมด้วย
ผลกระทบ:
- ช่วยตรึงภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนค่าไฟฟ้าของภาคธุรกิจในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่จะกลายเป็นภาระทางการเงินและสภาพคล่องสะสมของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและ ปตท. ที่จะต้องทยอยเรียกเก็บคืนในรอบค่าไฟงวดถัดไปตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
- การเปิดรับซื้อโซลาร์ภาคประชาชนถึง 10,000 เมกะวัตต์ จะเป็นแรงผลักดันครั้งใหญ่ต่อการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) และเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ แต่สร้างโจทย์ความท้าทายเชิงเทคนิคแก่ กฟน. กฟภ. และ กฟผ. ในการบริหารจัดการเสถียรภาพระบบโครงข่ายสายส่ง (Grid Modernization) และความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนในระบบ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : จับตาร่างแผนไฟฟ้า PDP ฉบับใหม่ เดินหน้าโรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานสะอาด ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องกำลังผลิตสำรอง
รายละเอียด:
- ประเทศไทยอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (ร่าง PDP2026) ควบคู่กับการจัดงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นเวทีพลังงานระดับโลก โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายกำหนดโครงสร้างพลังงานระยะยาวและการลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่ของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
- นายมนูญ วงษ์มะเซาะห์ นักรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซ ประเทศไทย ร่วมสะท้อนมุมมองในรายการเสียงเปลี่ยนเมือง โดยตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน ดาต้าเซ็นเตอร์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในภาวะที่ระบบไฟฟ้าไทยยังมีปริมาณไฟฟ้าสำรองในระดับสูง
ผลกระทบ:
- การบรรจุกำลังผลิตโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐานใหม่จำนวนมาก อาจสร้างความเสี่ยงต่อการแบกรับต้นทุนค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) และผลักภาระค่าไฟฟ้าฐานและค่า Ft ไปยังภาคประชาชนและผู้ประกอบการ หากการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงไม่เป็นไปตามคาดการณ์
- สะท้อนความตึงเครียดเชิงนโยบายระหว่างการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานด้วยเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ กับการเร่งปลดล็อกสู่เป้าหมาย Net Zero และการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม ซึ่งเป็นแรงกดดันให้ภาครัฐต้องออกแบบแผนไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ที่มา: ไทยพีบีเอส วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : กฟผ. ผนึก พพ. และภาคีเครือข่าย นำร่องระบบโซลาร์รูฟท็อปร่วมกับ Hybrid BESS ในย่านธุรกิจ ขับเคลื่อนสู่พลังงานสุทธิเป็นศูนย์
รายละเอียด:
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บจ.เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า และ บจ.อินโนพาวเวอร์ เพื่อศึกษาและพัฒนาการบริหารจัดการพลังงานกลุ่มอาคารด้วยระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่แบบผสมในพื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD)
- นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. นางสาวนันธิกา ทังสุพานิช อธิบดี พพ. และนายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. ระบุร่วมกันว่าโครงการนี้เป็นการนำพื้นที่อาคาร พพ. มาเป็นต้นแบบทดสอบโซลาร์รูฟท็อปคู่กับระบบ Hybrid BESS ซึ่งผสมผสานแบตเตอรี่ใหม่และแบตเตอรี่ใช้แล้วจากยานยนต์ไฟฟ้า (Second-Life Battery) พร้อมหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ
ผลกระทบ:
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ ลดภาระความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ในเขตเมืองหลวง และลดค่าไฟฟ้าของหน่วยงานผ่านการบริหารพลังงานแบบครบวงจรและระบบซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานอัจฉริยะ
- เป็นก้าวสำคัญของการเสริมเสถียรภาพระบบโครงข่ายไฟฟ้าระดับไมโครกริด รองรับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดสู่เป้าหมาย Net Zero และขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จากการนำแบตเตอรี่ EV กลับมาใช้ซ้ำในระบบกักเก็บพลังงานเพื่อลดต้นทุนเทคโนโลยีในอนาคต
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : รัฐบาลระดมทีมเศรษฐกิจเตรียมคลอดมาตรการบรรเทาภาระราคาพลังงาน ชง ครม. สัปดาห์หน้า
รายละเอียด:
- รัฐบาลจัดการประชุมทีมเศรษฐกิจนำโดยกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือแนวทางรับมือความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลกที่มีแนวโน้มยืดเยื้อจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการขนส่งในแถบทะเลแดง โดยเตรียมสรุปมาตรการเสนอ ครม. ในวันที่ 22 กันยายน 2569
- นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่าที่ประชุมร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และนายวราวุธ ศิลปะอาชา รมว.อุตสาหกรรม เพื่อพิจารณาการจัดหาแหล่งเงิน ทั้งจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินกู้ และงบกลางฯ พร้อมถอดบทเรียนการตรึงราคาในอดีตโดยจะปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดบางส่วน
ผลกระทบ:
- ช่วยลดแรงกดดันด้านค่าครองชีพและต้นทุนภาคการผลิตและขนส่งในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและก๊าซหุงต้ม ป้องกันไม่ให้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นจนกระทบกำลังซื้อของภาคประชาชน
- รัฐบาลต้องเผชิญข้อจำกัดทางการคลังในการแบกรับภาระเงินอุดหนุนราคาพลังงาน การปรับแนวทางให้ราคาสะท้อนตลาดมากขึ้นจะช่วยลดความบิดเบือนของโครงสร้างราคาพลังงานในระยะยาว แต่สร้างความท้าทายให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวสู่การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : อดีต รมว.พาณิชย์ แนะไทยเร่งเตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้า พลังงานสะอาด และบุคลากร รองรับการขยายตัวของ Data Center และ AI
รายละเอียด:
- กระแสการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกทวีความรุนแรง ส่งผลให้ความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาปัจจัยพื้นฐานสำคัญควบคู่กัน ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า น้ำ และบุคลากรทักษะสูง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
- นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าการขยายตัวของเทคโนโลยี AI และ Data Center จะสร้างความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล รัฐบาลไทยจึงต้องวางแผนเตรียมกำลังการผลิต ระบบส่งไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพสูง และมีต้นทุนราคาที่แข่งขันได้ ควบคู่กับการเร่งจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อตอบโจทย์บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
ผลกระทบ:
- ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงจาก Data Center จะผลักดันให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าฐาน (Base Load) ของประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นโอกาสทางธุรกิจของผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้าหากระบบสายส่งไม่ได้รับการอัปเกรดเพื่อรองรับโหลดหนาแน่น
- ผลักดันให้หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ผลิตไฟฟ้าไทยต้องเร่งขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พร้อมทั้งเสนอกลไกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสีเขียว (Utility Green Tariff) เพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งส่งผลต่อเนื่องต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : กลุ่ม ปตท. รุกปิดดีลซื้อขาย LNG ระยะยาวในเวที Gastech 2026 สร้างความยืดหยุ่นจัดหาเชื้อเพลิงป้อนระบบไฟฟ้า
รายละเอียด:
- ภายในงานประชุมและนิทรรศการพลังงานระดับโลก Gastech 2026 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ มีการเจรจาและบรรลุข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจด้านพลังงานมูลค่ารวมกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดพลังงานโลกและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น
- นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความสำเร็จของเวทีดังกล่าว ขณะที่กลุ่ม ปตท. นำโดยนายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. ได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระยะยาวร่วมกับบริษัท GS Energy Trading Singapore และบริษัท Equinor จากนอร์เวย์ พร้อมทำความร่วมมือกับ Korea East-West Power
ผลกระทบ:
- การทำสัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาวช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวในตลาดจร (Spot Market) ที่มีความผันผวนด้านราคาสูง ส่งผลให้ต้นทุนค่าก๊าซเฉลี่ย (Pool Gas) สำหรับนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้นในระยะยาว
- ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานรองรับการเปลี่ยนผ่านของระบบไฟฟ้าไทยที่ยังคงต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า พร้อมขับเคลื่อนบทบาทของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า LNG (LNG Trading Hub) ในภูมิภาคเอเชีย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในพื้นที่ กทม.-นนทบุรี วันที่ 19 ก.ย. 69 เพื่อบำรุงรักษาระบบและดำเนินโครงการสายไฟลงดิน
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ออกประกาศแจ้งความจำเป็นในการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2569 ในหลากหลายจุดครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินการพัฒนา ปรับปรุง และบำรุงรักษาระบบการจ่ายไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย
- กฟน. ระบุพื้นที่ดับไฟสำคัญในกรุงเทพฯ เช่น ถนนนวมินทร์ ถนนรัชดาท่าพระ ถนนกาญจนาภิเษก ถนนลาซาล ถนนอิสรภาพ ถนนพระยาสุเรนทร์ ถนนรามคำแหง และถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนจังหวัดนนทบุรีครอบคลุมพื้นที่ถนนติวานนท์และถนนบางไผ่-หนองเพรางาย เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงและเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน
ผลกระทบ:
- ส่งผลกระทบชั่วคราวต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ร้านค้า และสถานประกอบการในแนวพื้นที่ก่อสร้างระหว่างช่วงเวลาปฏิบัติงาน (เฉลี่ย 08.00 น. ถึง 15.30 น.) ซึ่งจำเป็นต้องเตรียมแผนสำรองไฟฟ้าเพื่อความต่อเนื่องของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- การดับไฟเพื่อปรับปรุงโครงข่ายและนำสายไฟฟ้าลงดินถือเป็นกระบวนการจำเป็นในการยกระดับเสถียรภาพและความเชื่อถือได้ของระบบจำหน่ายไฟฟ้า (Power Reliability) ลดความเสี่ยงเหตุไฟฟ้าดับจากอุบัติเหตุหรือภัยธรรมชาติ และเพิ่มทัศนียภาพความปลอดภัยของเมืองหลวงในระยะยาว
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 18 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- กฟภ.ลพบุรี ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ยืนยันมิเตอร์ไฟฟ้ายังปกติและมีการชำระค่าไฟล่วงหน้า ไม่ได้มีการตัดกระแสไฟฟ้าตามกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์
- กรมการขนส่งทางบก เผยยอดขอรับใบขับขี่สาธารณะพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าตัว หลังเดินหน้าจัดระเบียบกลุ่มผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชันอย่างเข้มงวดก่อนครบกำหนดเส้นตายสิ้นเดือนกันยายน
- ขสมก. ตรวจสอบความคืบหน้าการประกอบรถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) ต้นแบบ พร้อมเตรียมรับชิ้นส่วนล็อตสองอีก 80 คัน เพื่อเป้าหมายส่งมอบรถล็อตแรก 500 คัน ภายในเดือนมีนาคม 2570
- กระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับกลุ่มทุนจีน SINOMACH เดินหน้าศึกษาโครงการเปลี่ยนขยะทางการเกษตรเป็นพลังงานชีวภาพไบโอแก๊สและก๊าซชีวภาพอัด (LBM) พร้อมพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในพื้นที่ชายแดนใต้
- EGCO Group เดินหน้ารุกตลาดพลังงานในสหรัฐฯ เข้าถือหุ้น 45% ในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมก๊าซธรรมชาติ Astoria Energy II ขนาด 615 MW ในรัฐนิวยอร์ก เพื่อเสริมรายได้มั่นคงและรองรับความต้องการไฟฟ้าจาก AI และดาต้าเซ็นเตอร์