รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 05-Sep-2026 ถึง 11-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : ฟิลิปปินส์เร่งแก้ปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องในเขตวิซายัส พร้อมอัดฉีดระบบกักเก็บพลังงาน BESS ขนาด 253 เมกะวัตต์
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ (DOE) นำโดยรัฐมนตรี Sharon Garin เร่งแก้ปัญหาสายส่งและกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอจนทำให้เกิดไฟฟ้าดับหมุนเวียนในพื้นที่เกาะวิซายัสและเซบู ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม
- รัฐบาลได้สั่งการให้บริษัท National Grid Corporation of the Philippines เร่งรัดการจัดหาบริการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) จำนวน 253 เมกะวัตต์ในพื้นที่เซบู ปาเนย์ เลย์เต และเนกรอส รวมถึงเตรียมบังคับใช้บทลงโทษแก่โรงไฟฟ้าที่มีการหยุดเดินเครื่องนอกแผนซ้ำซาก
ผลกระทบ:
- ในมิติของระบบไฟฟ้า การติดตั้ง BESS จะช่วยลดความผันผวนและแก้ไขปัญหาคอขวดของสายส่ง ลดโอกาสการเกิดวิกตรพลังงานได้กว่าครึ่งหนึ่ง โดยแบตเตอรี่จะกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินในช่วงกลางวันเพื่อจ่ายไฟในช่วงความต้องการพีคกลางคืน ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นคงโดยไม่ต้องรอการสร้างโรงไฟฟ้าฐานแห่งใหม่ที่ใช้เวลานาน
- บทเรียนสำคัญสำหรับระบบสากลคือ การเติบโตของโหลดในเขตเศรษฐกิจต้องมาพร้อมกับการวางแผนสายส่งที่สอดคล้องกัน การพึ่งพาเพียงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่อาจมีความเสี่ยง การใช้ BESS เข้ามาช่วยตอบสนองความถี่และแรงดันจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยืดหยุ่น
ที่มา: The Philippine Star (9 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 2 : อินโดนีเซียออกกฎระเบียบใหม่ปลดล็อกอุปสรรคการลงทุนโรงไฟฟ้าขยะ ดึงหน่วยงานรัฐช่วยจัดหาที่ดินและสร้างสายส่ง
รายละเอียด:
- รัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี Prabowo Subianto ได้ลงนามในกฎระเบียบประธานาธิบดีฉบับที่ 109 ปี 2568 เพื่อปรับปรุงระบบนิเวศการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะให้มีความน่าสนใจและมีความแน่นอนทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น
- ภายใต้กฎระเบียบใหม่ บริษัท Danantara ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ จะเป็นศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นมีหน้าที่จัดหาที่ดินและรับประกันปริมาณขยะขั้นต่ำ 1,000 ตันต่อวัน และที่สำคัญคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตของรัฐ (PLN) จะเป็นผู้รับผิดชอบการสร้างสายส่งเชื่อมต่อ ซึ่งแต่เดิมภาระเหล่านี้ตกเป็นของนักลงทุนเอกชนทั้งหมด
ผลกระทบ:
- นโยบายนี้จะส่งผลบวกอย่างมากต่อโครงสร้างต้นทุนและอัตราผลตอบแทนของโครงการพลังงานขยะ เนื่องจากนักลงทุนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงด้านการจัดหาที่ดินและการลงทุนระบบสายส่งเชื่อมต่อโครงข่ายอีกต่อไป ทำให้เกิดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาค่าไฟฟ้าได้ดีขึ้น
- สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการปรับตัวของภาครัฐในการเป็นผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ในการเร่งเป้าหมาย Net Zero และการจัดการขยะไปพร้อมกัน โดยใช้กลไกการรับประกันความเสี่ยงร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน
ที่มา: Antara News (7 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 3 : มาเลเซียยกระดับนโยบายพลังงานเป็นวาระเศรษฐกิจหลัก เร่งพัฒนาระบบโครงข่ายเพื่อรองรับ AI Data Center
รายละเอียด:
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของมาเลเซีย Akmal Nasrullah Mohd Nasir ประกาศให้นโยบายปฏิรูปพลังงานเป็นศูนย์กลางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจชาติ โดยเน้นย้ำเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ การสร้างตลาดพลังงานที่มีการแข่งขัน การปรับปรุงระบบสายส่งให้ทันสมัย และการยกระดับประสิทธิภาพพลังงานให้เป็นทรัพยากรหลัก
- คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานของมาเลเซีย นำโดย Siti Safinah Salleh กำลังทบทวนและวางแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ให้มีความถี่ขึ้นเป็นปีละ 2 ครั้ง เพื่อรับมือกับความต้องการไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเป็นพลวัตสูง โดยเฉพาะจากการหลั่งไหลเข้ามาของโครงการ AI Data Center ขนาดใหญ่
ผลกระทบ:
- การยกระดับความทันสมัยของโครงข่ายไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาความเสถียรของระบบเมื่อต้องบูรณาการพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ควบคู่ไปกับการรองรับโหลดขนาดใหญ่จาก Data Center ซึ่งต้องการไฟฟ้าที่มั่นคงตลอดเวลา การปรับโครงสร้างตลาดจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากเอกชนเข้าสู่ระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายอัจฉริยะ
- บริบทนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายสากลของกิจการไฟฟ้าที่ต้องปรับตัวจากผู้ให้บริการแบบดั้งเดิมไปสู่ผู้บริหารจัดการระบบที่มีความซับซ้อน การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพพลังงานเชิงรุกจะช่วยลดต้นทุนการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่และลดภาระของสายส่งในระยะยาว
ที่มา: The Edge Malaysia (8 กันยายน 2569 และ 9 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 4 : ไทยเล็งปรับแผนพลังงานชาติ ตั้งเป้าสัดส่วนพลังงานสะอาดร้อยละ 89 ภายในปี 2593 เพื่อดึงดูด Data Center
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานของไทยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นสำหรับร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ ซึ่งพิจารณาเพิ่มเป้าหมายสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้สูงถึงร้อยละ 89 ภายในปี 2593 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 15
- แผนดังกล่าวกำหนดให้มีการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ประมาณ 51 กิกะวัตต์ภายในปี 2580 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ รวมไปถึงการพิจารณานำเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กเข้ามาใช้ เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center
ผลกระทบ:
- ทิศทางนี้จะพลิกโฉมโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ โดยต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 7 แสนล้านบาทในการยกระดับระบบสายส่งและแบตเตอรี่เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนจำนวนมหาศาล ระบบโครงข่ายไฟฟ้าต้องมีความยืดหยุ่นสูงขึ้นมากเพื่อป้องกันผลกระทบจากความผันผวนของแหล่งพลังงาน
- ในมุมมองสากล การขับเคลื่อนแผนนี้ชี้ให้เห็นว่าพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการดึงดูดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ซึ่งกิจการไฟฟ้าต้องปรับรูปแบบธุรกิจมามุ่งเน้นการให้บริการไฟฟ้าสีเขียวที่มีเสถียรภาพและราคาเข้าถึงได้
ที่มา: The Edge Malaysia (8 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 5 : อาเซียนผงาดเป็นตลาดหลักนำเข้าเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจากจีน มูลค่าทะลุ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายละเอียด:
- กลุ่มประเทศอาเซียนกลายเป็นตลาดหลักแห่งใหม่สำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีน โดยในช่วงต้นปี 2569 อาเซียนนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ อุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า และแผงโซลาร์เซลล์ จากจีนรวมมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 50 จากปีก่อนหน้า
- ข้อมูลจากสถาบันวิจัย Ember ระบุว่าความต้องการอุปกรณ์โครงข่ายไฟฟ้าและแบตเตอรี่มีมูลค่ารวมเกือบ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนอย่างมหาศาลของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เช่น ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เพื่อยกระดับความจุของสายส่งและรองรับการขยายตัวของเมืองและอุตสาหกรรม
ผลกระทบ:
- การหลั่งไหลของเทคโนโลยีราคาเข้าถึงได้จากจีนช่วยลดต้นทุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานให้กับกิจการไฟฟ้าในอาเซียน ทำให้การลงทุนขยายสายส่งและระบบกักเก็บพลังงานมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากยิ่งขึ้น ส่งผลดีต่ออัตราค่าไฟฟ้าโดยรวม
- อย่างก็ตาม การพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากประเทศเดียวอาจเป็นความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว ประเทศในอาเซียนจึงต้องปรับยุทธศาสตร์นโยบายโดยอาจพิจารณาสร้างอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนโครงข่ายและแบตเตอรี่ภายในภูมิภาคเพื่อรักษาสมดุลและความยั่งยืน
ที่มา: The Edge Malaysia (8 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 6 : ภาคธุรกิจฟิลิปปินส์เรียกร้องระบบ DPPA และ Microgrid แก้ปัญหาค่าไฟแพงในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
รายละเอียด:
- สมาคมธุรกิจในฟิลิปปินส์เสนอให้ภาครัฐปรับแก้ไขกฎหมายและโครงสร้างการกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เพื่อเปิดทางให้เกิดกลไกการซื้อขายไฟฟ้าทางตรงระหว่างผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนและโรงงานอุตสาหกรรมโดยไม่ต้องผ่านระบบสายส่งของรัฐ
- บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Primelectric Holdings นำโดย Enrique Razon Jr. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลเขตเศรษฐกิจพิเศษฟิลิปปินส์ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบจำหน่ายไฟฟ้าและระบบไมโครกริดอัจฉริยะแบบแยกอิสระ ควบคู่กับ BESS ภายในเขตอุตสาหกรรม เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียมแฝงและป้องกันปัญหาไฟตกไฟดับ
ผลกระทบ:
- หากกลไกการซื้อขายไฟฟ้าทางตรงและระบบไมโครกริดได้รับการอนุมัติ จะทำให้โครงสร้างรายได้ของกิจการไฟฟ้าดั้งเดิมลดลงเนื่องจากลูกค้ารายใหญ่แยกตัวออกจากระบบ แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการบีบให้กิจการไฟฟ้าต้องปรับตัวเสนอบริการรูปแบบใหม่ เช่น การเป็นผู้บริหารจัดการระบบโครงข่ายหรือการเก็บค่าบริการผ่านสาย
- นี่คือภาพสะท้อนของการกระจายศูนย์พลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก รูปแบบธุรกิจพลังงานในอนาคตจะเปลี่ยนจากการขายหน่วยไฟฟ้าเป็นการขายความมั่นคงและการบริหารจัดการพลังงานสะอาดแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งส่งผลดีต่อนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการไฟฟ้าสีเขียวร้อยเปอร์เซ็นต์
ที่มา: The Philippine Star (9 กันยายน 2569)
ประเด็นข่าวที่ 7 : อินโดนีเซียประกาศความสำเร็จโครงการไบโอดีเซล B50 ช่วยประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มหาศาล
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย รายงานความคืบหน้าการบังคับใช้นโยบายผสมน้ำมันปาล์มร้อยละ 50 ในน้ำมันดีเซล (B50) ว่าสามารถลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลลงได้ครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 18 ล้านกิโลลิตร ซึ่งช่วยประเทศประหยัดเงินตราต่างประเทศได้ถึง 1.7 แสนล้านรูเปียห์
- ปัจจุบัน สถานีบริการน้ำมันกว่าร้อยละ 94 หรือ 6,050 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้การดูแลของบริษัท Pertamina Patra Niaga สามารถจัดจำหน่ายไบโอดีเซล B50 ได้แล้ว โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 44.46 ล้านตันภายในปี 2569
ผลกระทบ:
- การหันมาพึ่งพาพลังงานชีวภาพที่ผลิตได้เองในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ซึ่งเป็นโมเดลที่ส่งผลโดยตรงต่อการรักษาระดับอัตราค่าไฟฟ้าและค่าขนส่งไม่ให้สูงจนกระทบต่อเศรษฐกิจระดับมหภาค
- บทเรียนสำคัญสำหรับนโยบายพลังงานคือ การนำทรัพยากรการเกษตรมาเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานพลังงานสามารถผลักดันการลดคาร์บอนได้ในวงกว้าง แม้ไม่ใช่พลังงานไฟฟ้า แต่ก็เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านพลังงานระดับชาติที่ช่วยอุดช่องโหว่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
ที่มา: Antara News (8 กันยายน 2569)
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บริษัท MGen ของฟิลิปปินส์เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโครงการ MTerra Solar Phase 1 ขนาด 600 MWac ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มควบแบตเตอรี่ BESS ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- บริษัท Cape EMS ในมาเลเซียจับมือกับ Helios จากสิงคโปร์ เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อบุกตลาดเอเชียแปซิฟิก
- กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์เตรียมเปิดประมูลโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 160 เมกะวัตต์ ภายใต้โครงการ Green Energy Auction รอบที่ 6 (GEA-6)
- กองทุนความมั่งคั่ง PT SMI ของอินโดนีเซียมียอดปล่อยสินเชื่อทะลุ 2.9 แสนล้านรูเปียห์ โดยมุ่งเน้นโครงการโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานหมุนเวียนทั่วประเทศ
- กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ของฟิลิปปินส์หลายรายตบเท้าเข้าร่วมการประมูลพิเศษโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ (WtE) ขนาด 400 เมกะวัตต์ ของกระทรวงพลังงาน