รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 09 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP 2026 ดันพลังงานสะอาดแตะ 65% บรรจุ SMR 9,000 MW รองรับ Data Center
รายละเอียด:
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกระทรวงพลังงาน จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP 2026) วางกรอบกำลังผลิตใหม่ 50,900 เมกะวัตต์ในช่วง 12 ปีแรก เพื่อรองรับอุปสงค์ไฟฟ้าจากการเติบโตของ Data Center และ AI ที่มียอดแจ้งความประสงค์ขอใช้ไฟสูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์
- แผนดังกล่าวบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิตรวมสูงสุด 9,000 เมกะวัตต์ โดยมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำร่องแห่งแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 65% ภายในปี 2593 พร้อมผลักดันระบบ Grid ยืดหยุ่น Smart Grid รวมถึงกลไก Direct PPA และ Third Party Access (TPA)
ผลกระทบ:
- การตั้งเป้าคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย ท่ามกลางการลงทุนโครงข่าย Smart Grid สูงถึง 3-7 แสนล้านบาท อาจสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าฐาน หากไม่มีการจัดเก็บโครงสร้างราคาแบบ Premium Clean Energy กับกลุ่ม Data Center อย่างสะท้อนต้นทุนจริง ภาระดังกล่าวอาจตกแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือนและเอสเอ็มอี
- การนำโรงไฟฟ้า SMR และพลังงานหมุนเวียนผสมผสานระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) เข้ามาเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า จะช่วยหนุนเสถียรภาพฐานรองรับไฟฟ้า (Base Load) ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เอื้อต่อเป้าหมาย Net Zero 2050 แต่ยังมีความท้าทายด้านการยอมรับของภาคประชาชนและกฎหมายกำกับดูแลนิวเคลียร์
ที่มา: ไทยพีบีเอส และ ฐานเศรษฐกิจ, 8 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : คลื่นลงทุน Data Center ปลุกความต้องการโครงข่ายไฟฟ้า ดันราคาที่ดินนิคมฯ พุ่งและหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน
รายละเอียด:
- การขยายตัวของอุตสาหกรรมดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และเอไอ ส่งผลให้ความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้า (Power Availability) กลายเป็นเกณฑ์หลักในการประเมินมูลค่าที่ดินนิคมอุตสาหกรรม โดยราคาที่ดินในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พุ่งสูงขึ้นกว่า 50% จาก 3.5-5.5 ล้านบาท เป็น 6-8 ล้านบาทต่อไร่
- Cushman & Wakefield และ Savills ระบุว่า ไทยมีศักยภาพดึงดูดเม็ดเงินลงทุน Data Center ราว 5.7 แสนล้านบาทใน 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ชี้ว่าแผน PDP 2026 และระบบ Smart Grid จะสร้างโอกาสเชิงบวกโดยตรงต่อผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีพอร์ตพลังงานสะอาด เช่น GUNKUL, GULF, GPSC, BGRIM ตลอดจนผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมและโครงข่ายไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- ความต้องการกำลังไฟฟ้าปริมาณมหาศาลจาก Data Center ส่งผลให้เกิดภาวะคอขวดในระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อย ทำให้ภาครัฐและการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งต้องเร่งจัดสรรเงินลงทุนขยายโครงข่ายระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบและการแย่งชิงทรัพยากรไฟฟ้ากับภาคการผลิตอื่น
- การเปิดทางให้ซื้อขายไฟฟ้าตรงผ่าน Direct PPA และพลังงานหมุนเวียน เป็นโอกาสดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ไทย แต่รัฐบาลจำเป็นต้องวางกลไกกำกับดูแลและการคิดค่าบริการสายส่ง (Wheeling Charge) ที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อต้นทุนระบบจำหน่ายไฟฟ้าโดยรวมของประเทศ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, ไทยรัฐ และ ฐานเศรษฐกิจ, 8 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : วิกฤตน้ำมันรั่วไหลจาก Data Center พระราม 9 สะท้อนช่องโหว่การกำกับดูแลศูนย์ข้อมูลในชุมชนเมือง
รายละเอียด:
- เกิดเหตุข้อร้องเรียนกลิ่นสารเคมีและน้ำมันรั่วไหลลงสู่ระบบท่อระบายน้ำสาธารณะจากอาคาร Data Center ย่านพระราม 9 ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท DAMAC ร่วมทุนกับ บมจ.โปรเอ็น คอร์ป ตรวจพบการจัดเก็บน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินกว่า 200,000 ลิตรโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง
- กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานเขตห้วยขวาง และกรุงเทพมหานคร ได้เข้าเก็บกู้และบำบัดน้ำเสียปนเปื้อนน้ำมันสะสมเสร็จสิ้น โดยผลตรวจวัดไอระเหยสารเคมี VOCs และค่าการติดไฟ LEL กลับสู่ระดับปกติ ขณะที่ภาคการเมืองเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลจัดระเบียบผังเมืองและผลักดัน Data Center ขนาดใหญ่ออกนอกเขตชุมชนเมืองไปยังพื้นที่ EEC
ผลกระทบ:
- ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมจากการตั้ง Data Center ในเขตเมือง ซึ่งใช้พลังงานสูงและจำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าสำรองขนาดใหญ่ (Backup Generators) ที่กักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมหาศาล เสี่ยงต่ออัคคีภัยและการปนเปื้อนในระบบสาธารณูปโภค
- ภาครัฐและกระทรวงพลังงานจำเป็นต้องเร่งปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย โดยการกำหนดมาตรฐานการควบคุมสิ่งแวดล้อม การประเมิน EIA และหลักเกณฑ์การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับ Data Center ให้ชัดเจน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนดิจิทัลกับการคุ้มครองความปลอดภัยของชุมชน
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, ไทยพีบีเอส และ ไทยรัฐ, 8 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ภัยสงครามตะวันออกกลางดันน้ำมันโลกพุ่ง กบน. ขยับดีเซล-เบนซิน กองทุนน้ำมันฯ ติดลบทะลุ 8.3 หมื่นล้าน
รายละเอียด:
- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังกลุ่มกบฏฮูตีโจมตีโรงกลั่นและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล 70 สตางค์/ลิตร และเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สตางค์/ลิตร มีผล 9 ก.ย. 2569
- นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน ยืนยันแผนรับมือวิกฤตพลังงานด้วยการเร่งกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบและเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง โดยปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระหนี้ติดลบสะสมอยู่ที่ประมาณ 83,291 ล้านบาท
ผลกระทบ:
- การขยับขึ้นของราคาน้ำมันขายปลีกส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง ค่าครองชีพของประชาชน และต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งอาจส่งแรงกระเพื่อมต่อเนื่องไปยังอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ให้อยู่ในระดับสูงเกินกรอบเป้าหมาย
- ภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันฯ ที่สูงขึ้นจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการแทรกแซงราคาพลังงานในอนาคต อีกทั้งยังส่งผลกระทบทางอ้อมต่อต้นทุนก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในตลาดโลก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ เสี่ยงทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ในงวดถัดไปปรับตัวสูงขึ้น
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ และ ฐานเศรษฐกิจ, 8 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : บอร์ดอีวี จ่อรื้อภาษีสรรพสามิตพุ่ง 31-39% สกัดค่ายรถไฟฟ้านำเข้าที่หลบเลี่ยงการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
รายละเอียด:
- คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) นัดประชุมเพื่อพิจารณาโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ โดยเตรียมปรับขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และรถยนต์ประเภท REEV ที่นำเข้าหรือไม่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ (Local Content) จากอัตรา 10% ขึ้นเป็น 31-39%
- มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ ควบคู่กับการผลักดันให้ค่ายรถยนต์ต่างชาติที่ได้รับมาตรการส่งเสริม EV3 และ EV3.5 ลงทุนสร้างโรงงานผลิตจริงในไทย หลังพบว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าช่วง 7 เดือนแรกพุ่งแตะ 1.25 แสนคัน แต่ผลิตจริงในประเทศเพียง 37%
ผลกระทบ:
- การขึ้นภาษีรถนำเข้าจะทำให้ต้นทุนและราคาจำหน่ายรถ EV นำเข้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่จะช่วยรักษาเสถียรภาพฐานการจ้างงานและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในระยะยาว
- การสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนและการประกอบรถ EV ภายในประเทศอย่างมีมาตรฐาน จะช่วยให้การวางแผนระบบประจุไฟฟ้า (EV Charging Infrastructure) และการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการพลังงานกับโครงข่ายไฟฟ้า (V2G) ดำเนินการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น รองรับเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนต่ำในภาคขนส่ง
ที่มา: ไทยรัฐ, 9 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : CKPower เผยผลพวงน้ำหลากดันยอดผลิตไฟฟ้าน้ำงึม 2 และไซยะบุรีพุ่ง หนุนพลังงานสะอาดป้อนระบบ
รายละเอียด:
- นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ใน สปป.ลาว มีปริมาณน้ำไหลผ่านเพิ่มขึ้น 17.7% ส่งผลให้การจำหน่ายไฟฟ้าช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 11.2% และมีแนวโน้มเดินเครื่องได้ดีต่อเนื่องในไตรมาส 4 จากฝนและการระบายน้ำต้นน้ำ
- ขณะที่โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการน้ำและความพร้อมจ่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น ได้กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตปกติ พร้อมเดินหน้าจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับ BEM เพิ่มอีก 5 เมกะวัตต์
ผลกระทบ:
- การเพิ่มขึ้นของกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศช่วยเสริมเสถียรภาพความมั่นคงของโครงข่ายไฟฟ้าไทย ด้วยพลังงานสะอาดที่มีต้นทุนคงที่ ช่วยลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่มีราคาผันผวนสูง
- เสริมสร้างความพร้อมของพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในระบบไฟฟ้าภูมิภาค ช่วยให้ประเทศไทยมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น ตอบโจทย์การลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ที่มา: ไทยรัฐ, 9 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งดับกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงระบบและเปลี่ยนผ่านสายไฟฟ้าลงใต้ดิน
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศแจ้งดับกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวในวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ เช่น บริเวณถนนขุมทองลำต้อยติ่ง, ถนนกรุงเทพกรีฑา, ถนนประเสริฐมนูกิจ, ถนนสามวา และถนนบัวนครินทร์
- การดับไฟมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติงานบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้า ติดตั้งอุปกรณ์โครงข่าย และดำเนินการเปลี่ยนถ่ายระบบสายไฟฟ้าอากาศไปสู่ระบบสายไฟฟ้าใต้ดินเพื่อความปลอดภัยและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งจ่าย
ผลกระทบ:
- ประชาชนและสถานประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งอาจเผชิญการหยุดชะงักของการใช้ไฟฟ้าชั่วคราวในกรอบเวลาปฏิบัติงาน จำเป็นต้องวางแผนสำรองพลังงานสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญ
- การเปลี่ยนผ่านสายส่งลงใต้ดินและการบำรุงรักษาระบบโครงข่ายช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าดับหรือไฟตกในอนาคต เสริมความมั่นคงทางพลังงานและความปลอดภัยของภูมิทัศน์เขตเมืองในระยะยาว
ที่มา: ไทยรัฐ, 8 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ครม. ผ่านร่างกฎหมาย 5 ฉบับรวด ไฟเขียวเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าจ่ายค่าไฟส่องสว่างพื้นที่สาธารณะ และปลดล็อกรายได้ขายคาร์บอนเครดิตป่าชุมชนแก่ชาวบ้านโดยไม่ต้องนำส่งคลัง
- ชาวบ้านอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน รวมตัวร้องเรียน กฟภ. หลังเผชิญปัญหาไฟฟ้าดับและไฟตกซ้ำซากถึง 41 ครั้งในรอบ 4 เดือน เรียกร้องเร่งจัดสรรงบปรับปรุงสายไฟฟ้าแรงสูงหุ้มฉนวน
- กทม. ร่วมมือกรมควบคุมมลพิษควบคุมสถานการณ์น้ำมันเตารั่วไหลบริเวณถนนพระราม 3 สูบเก็บน้ำมันได้กว่า 22,000 ลิตร พร้อมเร่งเปิดหน้าดินซ่อมบำรุงท่อ ยืนยันไม่กระทบแหล่งน้ำสาธารณะ
- นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดวิจัยดัดแปลงพันธุกรรมแบคทีเรียเร่งกระบวนการกัดเซาะหินโอลิวีนเร็วขึ้น 2.6 เท่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงสู่มหาสมุทรแบบยั่งยืน
- นักวิจัย ม.แคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก พัฒนาซูเปอร์คาปาซิเตอร์เชิงโครงสร้างจากสังกะสีและคาร์บอน รวมระบบกักเก็บพลังงานเข้ากับชิ้นส่วนโครงสร้างอุปกรณ์ สามารถรีไซเคิลและชาร์จซ้ำได้กว่า 172,000 รอบ