รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2569 – 6 กันยายน 2569
บทสรุปผู้บริหาร
สรุปสถานการณ์และข่าวสารสำคัญด้านพลังงานและระบบไฟฟ้าในรอบสัปดาห์ มีประเด็นหลักที่สำคัญดังนี้
1. การจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP 2026)
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP 2026 โดยมี 4 ทางเลือกมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 49-65%
- มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์วัดความมั่นคงระบบไฟฟ้าจาก Reserve Margin สู่เกณฑ์ LOLE ไม่เกิน 1 วันต่อปี พร้อมบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) กำลังผลิต 9,000 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) 14,000 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS)
2. นโยบายจัดระเบียบการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center)
- คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ มีคำสั่งระงับโครงการ Data Center ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและรอพิจารณาชั่วคราว 166 แห่ง เพื่อสกัดกั้นการเก็งกำไรใบอนุญาตและคำขอใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงเกือบ 20,000 เมกะวัตต์
- กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมปรับปรุงกฎหมายผังเมืองและการควบคุมอาคาร โดยกำหนดให้โครงการ Data Center ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และใช้พลังงานสะอาดตามเกณฑ์ Green Data Center
3. ความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายด้านค่าไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน
- กระทรวงพลังงานเตรียมขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนเป็น 500 เมกะวัตต์ ผ่านระบบ One-Stop Service พร้อมทบทวนสูตรราคารับซื้อไฟฟ้าสะอาดให้สะท้อนต้นทุนเทคโนโลยีจริง
- กระทรวงการคลังปรับลดกรอบเงินอุดหนุนโครงการโซลาร์เซลล์ครัวเรือนภายใต้ พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อให้สอดรับกับความคุ้มค่าและลดความเสี่ยงทางการคลัง ท่ามกลางข้อเสนอให้เร่งเปิดเสรีสายส่ง (Grid TPA) และลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้า
4. การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการบำรุงรักษาระบบส่งไฟฟ้า
- กระทรวงพลังงานติดตามการติดตั้งระบบ STATCOM ที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงคลองแงะ จ.สงขลา เพื่อเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าภาคใต้และรองรับโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินงานบำรุงรักษาระบบจำหน่ายและเดินหน้าเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในหลายพื้นที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบไฟฟ้า เศรษฐศาสตร์พลังงาน และเศรษฐกิจสีเขียว มีรายละเอียดดังนี้
1. ผลกระทบต่อต้นทุนและแนวโน้มราคาค่าไฟฟ้า
• การเปลี่ยนผ่านพลังงานตามร่างแผน PDP 2026 ประเมินค่าไฟฟ้าขายปลีกเฉลี่ยตลอดแผนที่ 3.82-3.89 บาทต่อหน่วย แต่มีความเสี่ยงที่อัตราค่าไฟฟ้าปลายแผนจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 4.11-4.58 บาทต่อหน่วย จากต้นทุนการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (RE Integration Cost) และระบบกักเก็บพลังงานที่มีมูลค่าสูงถึงเกือบ 7 แสนล้านบาท รวมถึงต้นทุนเทคโนโลยี CCS
• การทบทวนสูตรราคารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ สนพ. ให้สะท้อนต้นทุนอุปกรณ์จริงที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยป้องกันภาวะการอุดหนุนเกินจริง (Over-subsidization) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้บริโภคในระยะยาว
2. เสถียรภาพและความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลัง
• การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวนสูง (VRE) เข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ Duck Curve รุนแรงขึ้น ทำให้ระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องพึ่งพาระบบ BESS, Demand Response และ Smart Grid เพื่อรักษาเสถียรภาพแรงดันไฟฟ้า
• การสกัดกั้นคำขอใช้ไฟฟ้าเกินจริงของ Data Center ปริมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ช่วยลดความเสี่ยงจากการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Forecast) ที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าสำรองเกินความจำเป็นและเกิดภาระต้นทุนค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ตกแก่ประชาชน
3. มิติด้านเศรษฐศาสตร์พลังงานและวินัยการเงินการคลัง
• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ราคาพลังงานนำเข้าผันผวน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเผชิญภาระหนี้สินจากการชดเชยราคาดีเซลและเบนซิน ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อและต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ
• การใช้เงินกู้เพื่ออุดหนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำเป็นต้องมุ่งเน้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เช่น การเปิดใช้โครงข่ายไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม (TPA) และการส่งเสริมสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่อลดภาระการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างยั่งยืน โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะเกินความจำเป็น
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ความเคลื่อนไหวและบทบาทของหน่วยงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสำคัญในรอบสัปดาห์ มีดังนี้
1. หน่วยงานภาครัฐและผู้กำกับดูแลนโยบาย
- คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ออกคำสั่งระงับและจัดระเบียบโครงการ Data Center 166 แห่ง พร้อมกำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานสะอาด
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งขับเคลื่อนร่างแผน PDP 2026 ทบทวนต้นทุนรับซื้อไฟฟ้าสะอาด และผลักดันโครงข่าย Smart Grid
- กรุงเทพมหานคร เสนอปรับปรุงกฎหมายควบคุมอาคารและผังเมืองเพื่อกำหนดให้โครงการ Data Center ต้องจัดทำ EIA ป้องกันผลกระทบต่อชุมชน
- สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ ทบทวนกรอบวงเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานสำหรับโซลาร์เซลล์ครัวเรือน
- คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเพื่อรักษาสภาพคล่องจากผลกระทบราคาน้ำมันโลก
2. หน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน
- การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ศึกษาความเป็นไปได้ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และพัฒนาสถานีไฟฟ้าแรงสูงเพื่อรองรับการเชื่อมโยงระบบส่งระดับภูมิภาค
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตรวจสอบความถูกต้องของโหลดไฟฟ้า Data Center และดำเนินงานยกระดับสายส่งสู่ระบบสายใต้ดิน
3. ภาคเอกชนและกลุ่มทุนพลังงาน
- บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เร่งขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน โครงการ Solar BESS และเตรียมความพร้อมสำหรับกลไก Direct PPA
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชูบทบาทโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอมในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานและเป็นเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่านในพื้นที่ภาคใต้
- ภาคเอกชนงานระบบวิศวกรรม เรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและแรงงานในประเทศ (Local Content) ไม่น้อยกว่า 50% ในการก่อสร้าง Data Center
4. ภาคประชาสังคมและฝ่ายนิติบัญญัติ
- สภาผู้บริโภค นำโดย น.ส.รสนา โตสิตระกูล และ ผศ.ประสาท มีแต้ม ร่วมกับนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ เรียกร้องให้ทบทวนการกู้เงินเปลี่ยนผ่านพลังงาน เสนอให้เร่งแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าความพร้อมจ่าย และเสนอควบรวมองค์กรกำกับดูแลพลังงาน
- คณะกรรมาธิการการเงิน การคลังฯ สภาผู้แทนราษฎร เสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างพลังงานและผลักดันให้ กฟผ. มีสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 50%
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
ประเด็นสำคัญที่ภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปควรติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ได้แก่
1. การมีส่วนร่วมในเวทีรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP 2026
- ติดตามการเปิดประชาพิจารณ์ร่างแผน PDP 2026 ในวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยควรพิจารณารายละเอียดของแต่ละทางเลือกสู่เป้าหมาย Net Zero ผลกระทบต่ออัตราค่าไฟฟ้าฐานในอนาคต และความคุ้มค่าของการบรรจุโรงไฟฟ้า SMR และเทคโนโลยี CCS
2. กฎเกณฑ์และมาตรฐานการกำกับดูแล Data Center
- ติดตามความคืบหน้าการร่างกฎหมายและมาตรฐาน Green Data Center หลังครบกำหนดเวลาการระงับโครงการ 1 เดือน โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด และมาตรการป้องกันไม่ให้ต้นทุนการขยายสายส่งถูกผลักมาเป็นภาระค่าไฟฟ้าของภาคประชาชน
3. ความชัดเจนของนโยบายส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน
- ติดตามความคืบหน้าของมาตรการขยายโควตารับซื้อไฟฟ้าเป็น 500 เมกะวัตต์ การเปิดใช้ระบบ One-Stop Service สำหรับการขออนุญาต และเงื่อนไขการอุดหนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนของภาครัฐ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงพลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและคุ้มค่า
4. ความคืบหน้าการเปิดเสรีระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Third Party Access: TPA)
- ติดตามการประกาศโครงสร้างอัตราค่าบริการสายส่ง (Wheeling Charge) และหลักเกณฑ์การซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งจะมีผลต่อการปรับตัวของตลาดพลังงานและการกระจายบทบาทของผู้บริโภคสู่การเป็นผู้ผลิต (Prosumer)