รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 29-Aug-2026 ถึง 04-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนควบรวม 5 รัฐวิสาหกิจผู้ผลิตไฟฟ้า มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด
รายละเอียด:
-
– รัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ฮัน ซองซุก ได้ประกาศแผนปฏิรูปโครงสร้างภาครัฐครั้งใหญ่ผ่านโครงการ ดีไออีที (DIET) โดยมีเป้าหมายปรับลดจำนวนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจลง 109 แห่ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมในยุคปัญญาประดิษฐ์และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
– แผนงานสำคัญด้านพลังงานคือการควบรวมบริษัทย่อยด้านการผลิตไฟฟ้าของรัฐทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ โคเรีย เซาท์-อีสต์ เพาเวอร์, โคเรีย มิดแลนด์ เพาเวอร์, โคเรีย เวสเทิร์น เพาเวอร์, โคเรีย เซาเทิร์น เพาเวอร์ และโคเรีย อีสต์-เวสต์ เพาเวอร์ เข้าเป็นนิติบุคคลเดียวภายใต้ชื่อ โคเรีย เพาเวอร์ เจเนอเรชัน เพื่อแก้ปัญหาการลงทุนซ้ำซ้อนและเพิ่มการประหยัดต่อขนาด โดยจะจัดตั้งฝ่ายดูแลโครงการพลังงานหมุนเวียนและแผนการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นการเฉพาะ ควบคู่กับการยุบเลิก โคเรีย โคล คอร์ปอเรชัน หลังปิดเหมืองถ่านหินทั้งหมด
ผลกระทบ:
– โครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าของเกาหลีใต้จะเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันภายในระหว่างบริษัทย่อยของรัฐ ไปสู่การบูรณาการทรัพยากรส่วนกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และเพิ่มขีดความสามารถในการระดมทุนสำหรับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียน
– สะท้อนบทเรียนสำคัญสำหรับระบบไฟฟ้าที่กำลังมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนว่า การบริหารจัดการระบบผลิตที่มีความเป็นเอกภาพจะช่วยเร่งรัดกระบวนการปลดระวางโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้อย่างเป็นระบบ ลดความขัดแย้งเชิงนโยบาย และเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ที่มา: The Korea Herald และ Yonhap News, 3 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ทีจี อ็อกโทพุส เอนเนอร์ยี รุกพัฒนาโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก 1,000 แห่งในญี่ปุ่น เสริมระบบผลิตไฟฟ้ากระจายศูนย์
รายละเอียด:
-
– บริษัท ทีจี อ็อกโทพุส เอนเนอร์ยี ผู้ค้าปลีกไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนกับ อ็อกโทพุส เอนเนอร์ยี จากสหราชอาณาจักร ประกาศแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กประมาณ 1,000 แห่ง ทั่วเขตมหานครโตเกียวและพื้นที่โดยรอบ โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาเฉลี่ยปีละ 200 โครงการไปจนถึงปีงบประมาณ 2573
– กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าของตนเอง เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตโฟลิโอ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดไฟฟ้าขายส่งที่มีความผันผวนสูงจากวิกฤตความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ผลกระทบ:
– การเร่งขยายระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กที่กระจายตัว ช่วยบรรเทาปัญหาความแออัดของระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เนื่องจากเป็นการผลิตและจ่ายไฟฟ้าใกล้ศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในเขตเมืองใหญ่
– เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ของผู้ค้าปลีกไฟฟ้าในการบริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและการเปิดใช้ระบบโครงข่าย ซึ่งช่วยส่งเสริมการแข่งขันในตลาดค้าปลีกไฟฟ้าของญี่ปุ่น และสะท้อนแนวทางการปรับตัวของกิจการไฟฟ้าต่อความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงนำเข้าสู่ระบบผลิตพลังงานสะอาดที่เป็นอิสระมากขึ้น
ที่มา: Nikkei Asia, 3 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : แอลเอส เคเบิล รุกพัฒนาระบบสายส่งตัวนำยวดยิ่ง ปลดล็อกข้อจำกัดโครงข่ายไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์
รายละเอียด:
-
– บริษัท แอลเอส เคเบิล แอนด์ ซิสเต็ม ผู้ผลิตสายเคเบิลชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับกลุ่มพันธมิตร เอไอ แฟกทอรี ฟรอนเทียร์ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประมวลผล หน่วยจ่ายกำลังไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และสถาปัตยกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร
– แอลเอส เคเบิล จะนำเทคโนโลยีระบบสายเคเบิลตัวนำยวดยิ่งมาใช้เชื่อมต่อระหว่างระบบโครงข่ายภายนอกกับศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าปริมาณมหาศาลเทียบเท่าระดับแรงดัน 154 กิโลโวลต์ โดยใช้สายส่งระดับแรงดันระดับกลางเพียง 23 กิโลโวลต์ ทำให้สามารถใช้สถานีไฟฟ้าย่อยเดิมได้โดยไม่ต้องจัดหาพื้นที่สร้างสถานีไฟฟ้าย่อยแห่งใหม่
ผลกระทบ:
– นวัตกรรมดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาคอขวดของระบบจำหน่ายและระบบสายส่งไฟฟ้าในเขตเมืองที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และการขออนุญาตก่อสร้าง ช่วยลดเงินลงทุนในการปรับปรุงระบบโครงข่ายรองรับโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่
– สะท้อนความท้าทายระดับสากลในการบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยชี้ให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีสายส่งขั้นสูงสามารถเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายเดิมให้รองรับการเติบโตทางดิจิทัลควบคู่กับความยั่งยืนได้โดยไม่กระทบเสถียรภาพของระบบโดยรวม
ที่มา: The Korea Herald, 1 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ญี่ปุ่นผนึกกำลังรัฐและเอกชน ดึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ขับเคลื่อนการรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
รายละเอียด:
-
– รัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับ บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ หรือ เทปโก เตรียมจัดตั้งกลุ่มความร่วมมือเพื่อนำหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์และอากาศยานไร้คนขับเข้ามาสนับสนุนภารกิจเก็บกู้ซากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ยังคงตกค้างอยู่ราว 880 ตัน ภายในเตาปฏิกรณ์ 3 เครื่องของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ
– แผนงานดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงานปลดระวางเตาปฏิกรณ์ โดยใช้การประมวลผลภาพขั้นสูงและการควบคุมหุ่นยนต์ระยะไกลเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่มีระดับกัมมันตรังสีเข้มข้นสูง ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานได้โดยตรง
ผลกระทบ:
– การยกระดับการบริหารจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานความปลอดภัยในภาคประชาชน ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการพิจารณากลับมาเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งอื่นๆ ในญี่ปุ่น
– สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของโลกที่กำลังกลับมาให้ความสนใจพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะพลังงานคาร์บอนต่ำ ว่าการจัดการภาระผูกพันระยะยาวและการรื้อถอนที่มีความปลอดภัยสูง จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรักษาเสถียรภาพและความยอมรับของสาธารณะ
ที่มา: Nikkei Asia, 29 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงโครงข่ายไฟฟ้าและการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน
รายละเอียด:
-
– นายอี โฮฮยอน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมแห่งเกาหลีใต้ ได้ประชุมร่วมกับ นายเคิร์ต ค็อกโคดริลลี รักษาการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ณ กรุงโซล เพื่อหารือแนวทางรับมือความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก
– ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำประเด็นการสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน การรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้ารองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเร่งผลักดันการขยายตัวของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในระดับโครงข่าย
ผลกระทบ:
– การประสานนโยบายระดับทวิภาคีช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าและแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานของเกาหลีใต้ขยายธุรกิจสู่ตลาดสหรัฐฯ รวมถึงสร้างมาตรฐานความมั่นคงทางไซเบอร์และกายภาพให้กับระบบโครงข่ายไฟฟ้ายุคใหม่
– เป็นแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมของระบบส่งไฟฟ้าต่อการผสานพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูง โดยชี้ให้เห็นว่าระบบกักเก็บพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นเป็นหัวใจหลักในการป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานและรักษาความสามารถในการแข่งขันทางอุตสาหกรรม
ที่มา: The Korea Herald, 31 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ซอฟต์แบงก์ ดัน เอสบี เอนเนอร์ยี เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ชูโมเดลพลังงานสะอาดป้อนโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล
รายละเอียด:
-
– บริษัท เอสบี เอนเนอร์ยี ในเครือ ซอฟต์แบงก์ กรุ๊ป ยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ โดยคาดว่ามูลค่ากิจการอาจสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังรายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 66.4
– การเติบโตของบริษัทได้รับแรงหนุนสำคัญจากข้อตกลงและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง เอ็นวิเดีย และ โอเพนเอไอ ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งต้องการการจัดหาพลังงานไฟฟ้าคาร์บอนต่ำในปริมาณมหาศาลและมีเสถียรภาพสูง
ผลกระทบ:
– ก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ที่ผสานธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเข้ากับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโดยตรง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
– ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของกิจการไฟฟ้าในการออกแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและโครงข่ายเฉพาะทาง เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าศูนย์ข้อมูลที่ต้องการทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้าสูงสุดและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางการลงทุนระบบไฟฟ้าทั่วโลก
ที่มา: Nikkei Asia, 1 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : เอสเค ออน คว้าสัญญาจัดหาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 1.5 ล้านล้านวอน เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทานระบบโครงข่ายไฟฟ้าในอเมริกาเหนือ
รายละเอียด:
-
– บริษัท เอสเค ออน ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ลงนามในสัญญาจัดหาเซลล์แบตเตอรี่ชนิดลิเธียมไอเอิร์นฟอสเฟต หรือ แอลเอฟพี ให้แก่ นีโอโวลตา เพาเวอร์ ผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานในสหรัฐฯ รวมขนาดความจุ 9 กิกะวัตต์-ชั่วโมง ระหว่างปี 2570 ถึง 2574 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านล้านวอน
– ภายใต้ข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายมีแผนจะขยายความร่วมมือเพิ่มเป็น 18 กิกะวัตต์-ชั่วโมง โดยมีรูปแบบสัญญาการผลิตแบบรับจ้างประกอบที่ช่วยเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานในรัฐจอร์เจีย และลดความเสี่ยงในการลงทุนของทั้งสองฝ่ายเพื่อเจาะตลาดโครงข่ายไฟฟ้าสหรัฐฯ
ผลกระทบ:
– แสดงถึงการปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของผู้ผลิตแบตเตอรี่เกาหลีใต้ที่กระจายความเสี่ยงจากตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว ไปสู่ตลาดระบบกักเก็บพลังงานระดับโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์และการปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า
– ช่วยลดต้นทุนของระบบกักเก็บพลังงานผ่านเทคโนโลยีแอลเอฟพีที่มีความปลอดภัยและเสถียรภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมความยืดหยุ่นให้แก่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ต้องรองรับพลังงานสะอาด และเป็นบทเรียนในการบริหารห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้าในระดับสากล
ที่มา: The Korea Herald, 31 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
-
– สมาคมโครงข่ายไฟฟ้าระหว่างประเทศ หรือ ซีเกร ชี้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเผชิญความเสี่ยง หากการลงทุนในระบบสายส่งและจำหน่ายไฟฟ้าทั่วโลกไม่สามารถเพิ่มขึ้นเป็น 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีภายในปี 2573
– เจเอฟอี เอ็นจิเนียริ่ง ประเทศญี่ปุ่น เตรียมทดสอบเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากเตาเผาขยะในกรุงโตเกียว โดยใช้วัสดุที่ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งสามารถลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง
– กระทรวงวิทยาศาสตร์และไอซีทีของเกาหลีใต้คัดเลือกกลุ่มความร่วมมือที่นำโดย เนเวอร์ คลาวด์ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานด้านไฟฟ้าอย่าง เคอีพีซีโอ เคดีเอ็น และ เคเอชเอ็นพี เพื่อพัฒนาแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์เสริมความปลอดภัยไซเบอร์โครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
– โอซีไอ โฮลดิงส์ บริษัทพลังงานของเกาหลีใต้ เริ่มการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 260 เมกะวัตต์ ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวเพื่อจ่ายไฟให้แก่ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์
– เดย์วัน ดาต้า เซ็นเตอร์ ร่วมมือกับ บริษัทผลิตไฟฟ้าในเครือเตนากาแห่งมาเลเซีย ศึกษาการติดตั้งโรงไฟฟ้าเฉพาะจุดและระบบกักเก็บพลังงานขนาด 1.5 กิกะวัตต์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้ารองรับศูนย์ข้อมูล