รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 29-Aug-2026 ถึง 04-Sep-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : สหรัฐฯ ออกคำสั่งฉุกเฉินแบนอุปกรณ์ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงจากต่างประเทศ เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทานหม้อแปลงไฟฟ้าขั้นวิกฤต
รายละเอียด:
- ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารที่ 14420 (Executive Order 14420) ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับชาติด้านความมั่นคงของระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก (Bulk-Power System: BPS) โดยสั่งห้ามการจัดซื้อ นำเข้า ถ่ายโอน หรือติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบส่งแรงดันตั้งแต่ 69 กิโลโวลต์ขึ้นไป รวมถึงซอฟต์แวร์และระบบควบคุมระยะไกลที่ผลิตหรือจัดหาโดย 24 ประเทศในบัญชีคว่ำบาตร ซึ่งพุ่งเป้าหลักไปที่ประเทศจีน
- กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ได้รับมอบหมายให้กำหนดระเบียบปฏิบัติและประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ภายในกรอบเวลา 120 วัน ขณะที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Wood Mackenzie ชี้ว่าการแบนดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสหรัฐฯ เนื่องจากสินค้านำเข้าหมวดหมู่นี้ตั้งแต่ต้นปี 2568 มูลค่ากว่า 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐมาจากจีนแทบทั้งหมด และปัจจุบันสหรัฐฯ เผชิญภาวะขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้ากำลังสูงกว่า 100 MVA สูงถึง 15% และสถานีไฟฟ้าอีก 8%
ผลกระทบ:
- โครงการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายของสาธารณูปโภค โครงการพลังงานหมุนเวียน และการขยายศูนย์ข้อมูล AI เสี่ยงต่อการเผชิญปัญหาระยะเวลารอคอยพัสดุ (Lead Time) ที่ยาวนานขึ้นอย่างมาก ต้นทุนการก่อสร้างระบบส่งและสถานีไฟฟ้าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากภาวะคอขวดของอุปกรณ์หลัก
- สะท้อนบทเรียนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานว่า นโยบายการปกป้องความมั่นคงระดับชาติ (National Security) และการพึ่งพาตนเองด้านห่วงโซ่อุปทานอาจขัดแย้งกับเป้าหมายความรวดเร็วในการบรรลุ Net Zero ซึ่งกิจการไฟฟ้าทั่วโลกจำเป็นต้องกระจายความเสี่ยงของแหล่งผลิตหม้อแปลงและอุปกรณ์ระบบโครงข่าย ไม่ให้พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
ที่มา: pv magazine USA, 2 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : กฎหมายแคลิฟอร์เนียเปิดทางโรงไฟฟ้าเสมือน VPP แข่งขันในตลาดกำลังการผลิตสำรองเพื่อความมั่นคงระบบ
รายละเอียด:
- สภานิติบัญญัติแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียผ่านร่างกฎหมายสำคัญ ได้แก่ SB 913 และ SB 905 ซึ่งเสนอโดยวุฒิสมาชิก Josh Becker เพื่อปฏิรูปกรอบการประเมินความเพียงพอของทรัพยากร (Resource Adequacy: RA) ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสาธารณูปโภคแห่งแคลิฟอร์เนีย (CPUC)
- กฎหมายดังกล่าวเปิดทางให้ทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) ของภาคครัวเรือน เช่น แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ระบบชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (V2G) และอุปกรณ์บริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ สามารถรวมกลุ่มเป็นโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) และได้รับผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากการจ่ายไฟฟ้าคืนสู่ระบบโครงข่ายในช่วงวิกฤตความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด แข่งขันกับโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลกระแสหลักได้โดยตรง
ผลกระทบ:
- ช่วยลดภาระการลงทุนของสาธารณูปโภค เช่น PG&E, SCE และ SDG&E ในการสร้างโรงไฟฟ้าพีคเกอร์ (Peaker Plants) และการขยายสายส่งราคาแพง ทำให้ช่วยชะลอการขึ้นค่าไฟฟ้าของประชาชนในแคลิฟอร์เนีย พร้อมกระตุ้นธุรกิจการรวมกลุ่มสินทรัพย์พลังงาน (DER Aggregator) ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
- ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของโครงสร้างกิจการไฟฟ้ายุคใหม่ ที่ผู้ใช้ไฟเปลี่ยนสถานะเป็น Prosumer ซึ่งระบบโครงข่ายไฟฟ้าจำเป็นต้องปรับกฎระเบียบตลาดขายส่งให้รองรับการไหลเวียนของกำลังไฟฟ้าแบบสองทาง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่โครงข่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
ที่มา: Energy Storage News, 1 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : โครงการสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง North Plains เชื่อมต่อ 3 โครงข่ายระดับภูมิภาคในสหรัฐฯ มุ่งเสริมเสถียรภาพรองรับสภาพอากาศรุนแรง
รายละเอียด:
- บริษัท Grid United ภายใต้การนำของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Michael Skelly ผลักดันโครงการสายส่ง North Plains Connector ระบบไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (HVDC) ระยะทาง 420 ไมล์ ขนาดพิกัด 3 กิกะวัตต์ เชื่อมต่อระหว่างรัฐมอนแทนาและนอร์ทดาโคตา ด้วยงบลงทุนราว 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) จำนวน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นสุดท้ายแล้ว
- โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับประวัติศาสตร์ที่จะเชื่อมต่อ 3 โครงข่ายหลักที่ครอบคลุม 3 เขตเวลา ได้แก่ Western Electricity Coordinating Council (WECC), Southwest Power Pool (SPP) และ Midcontinent Independent System Operator (MISO) โดยมีกลุ่มสาธารณูปโภค เช่น Allete Energy, Great River Energy, Portland General Electric และ Puget Sound Energy เข้าร่วมจัดสรรกำลังการส่งผ่านสายส่ง
ผลกระทบ:
- ช่วยให้ระบบไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาคสามารถพึ่งพาและแลกเปลี่ยนพลังงานข้ามเขตเวลาได้ในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดต่างกัน เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติทางสภาพอากาศรุนแรง เช่น คลื่นความร้อนและพายุฤดูหนาว พร้อมลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้ารวมในตลาดขายส่ง
- การพัฒนาสายส่งข้ามเขตภูมิภาค (Interregional Transmission) พิสูจน์ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน แต่ต้องอาศัยการประสานงานข้ามรัฐ กรอบการแบ่งปันต้นทุน (Cost Allocation) ที่เป็นธรรม และการประเมินมูลค่าความมั่นคงเชิงระบบ (Resource Adequacy Value) ที่ชัดเจนเพื่อจูงใจนักลงทุน
ที่มา: Canary Media, 3 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : NERC ประกาศเตือนภัยระดับ 3 รับมือโหลดศูนย์ข้อมูล AI ผันผวนระดับกิกะวัตต์ในเสี้ยววินาที
รายละเอียด:
- องค์กรกำกับดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าแห่งอเมริกาเหนือ (NERC) ได้ออกประกาศเตือนภัยการดำเนินงานที่จำเป็นระดับ 3 (Level 3 Essential Action Alert) ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด กำหนดให้หน่วยงานด้านระบบไฟฟ้าส่งรายงานและดำเนินมาตรการฉุกเฉินรับมือกับความผันผวนของโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่จากศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI Data Center)
- ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้ากำลังจาก Wärtsilä Energy Storage, XL Batteries และ IONATE ระบุว่า ประมวลผลของชิป GPU ในศูนย์ข้อมูล AI ยุคใหม่สามารถทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้ากระชากขึ้นลงจาก 0 ถึง 100% หรือเกิดการหลุดของโหลดระดับมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที ซึ่งอยู่นอกเหนือขีดความสามารถที่เครื่องจักรกลหมุน (Inertia) แบบเดิมจะตอบสนองได้ทัน
ผลกระทบ:
- บีบให้ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์และระบบโครงข่ายต้องเร่งนำเทคโนโลยีหม้อแปลงอัจฉริยะ (Intelligent Transformers) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) แบบตอบสนองเร็วมาติดตั้งเป็นอุปกรณ์รองรับแรงกระแทก (Shock Absorber) ที่จุดเชื่อมต่อโครงข่าย
- ผลักดันให้เกิดมาตรฐานการเชื่อมต่อโครงข่ายใหม่ (Interconnection Requirements) ที่เข้มงวดขึ้นในระดับสากล โดยศูนย์ข้อมูลจะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปได้อีกต่อไป แต่ต้องถูกกำกับดูแลในฐานะโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่มีหน้าที่รักษาเสถียรภาพความถี่และแรงดันของระบบโครงข่ายร่วมด้วย
ที่มา: Energy Storage News, 1 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : Google จับมือ MN8 Energy และ Eos พัฒนาโครงการโซลาร์ผสานแบตเตอรี่สังกะสี LDES ปลดล็อกพลังงานสะอาดป้อนศูนย์ข้อมูล
รายละเอียด:
- บริษัทพัฒนาพลังงานหมุนเวียน MN8 Energy ผู้ผลิตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Eos Energy Enterprises และบริษัทเทคโนโลยี Google ร่วมกันเปิดตัวโครงการ Mammoth Solar ในเทศมณฑลคานาวา รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นการนำพื้นที่เหมืองถ่านหินเดิมมาพัฒนาใหม่
- โครงการดังกล่าวผสานพลังงานแสงอาทิตย์ 86 เมกะวัตต์ เข้ากับระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Energy Storage: LDES) ชนิดแคโทดไฮบริดสังกะสี รุ่น Z3 ของ Eos ขนาด 10 เมกะวัตต์/100 เมกะวัตต์ชั่วโมง (จ่ายไฟต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 70 เมกะวัตต์/280 เมกะวัตต์ชั่วโมง โดย Google ตกลงรับซื้อไฟฟ้าและคุณลักษณะพลังงานสะอาดทั้งหมด เพื่อจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูลในพื้นที่โครงข่าย PJM
ผลกระทบ:
- แสดงให้เห็นถึงการจัดโครงสร้างสัญญาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานทั้งแบตเตอรี่ตอบสนองเร็วและระบบ LDES เพื่อเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ที่มีความผันผวนให้กลายเป็นพลังงานที่สั่งจ่ายได้ตลอดเวลา (Firm Dispatchable Capacity) ตรงตามรูปแบบความต้องการใช้ไฟฟ้าคงที่ของศูนย์ข้อมูล AI
- สะท้อนแนวโน้มการค้าและเทคโนโลยีที่เริ่มลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ลิเธียมจากต่างประเทศ โดยหันมาสนับสนุนเทคโนโลยีทางเลือกที่ผลิตได้ภายในประเทศสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นโมเดลตัวอย่างในการฟื้นฟูพื้นที่อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลเดิม (Just Transition) ให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
ที่มา: pv magazine USA, 3 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐนิวยอร์กเบนเข็มรื้อฟื้นพลังงานนิวเคลียร์ ตั้งเป้าสร้างโรงไฟฟ้ารุ่นใหม่ 5 กิกะวัตต์ รับมือดีมานด์ไฟฟ้าพุ่ง
รายละเอียด:
- ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก Kathy Hochul ประกาศยุทธศาสตร์พลังงานครั้งสำคัญเพื่อผลักดันการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่กำลังการผลิตรวม 5 กิกะวัตต์ หลังประสบความยากลำบากในการขยายโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่และการชะลอตัวของลมชายฝั่ง
- แผนงานดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้านิวยอร์ก (NYPA) และมณฑลออนแทรีโอในการพัฒนาเตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) รุ่น BWRX-300 ขนาด 300 เมกะวัตต์ ซึ่งออกแบบโดยความร่วมมือของ GE Vernova และ Hitachi เพื่อสร้างมาตรฐานระดับภูมิภาคร่วมกับกลุ่มรัฐนิวอิงแลนด์ พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการบริการสาธารณะเริ่มกระบวนการจัดหาพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- การส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์ช่วยเพิ่มความมั่นคงของกำลังผลิตไฟฟ้าฐาน (Baseload) ที่ปลอดคาร์บอน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและศูนย์ข้อมูลดิจิทัล แต่ยังต้องเผชิญความท้าทายด้านโมเดลระดมทุนในตลาดไฟฟ้าเสรี และแรงต้านทางการเมืองท้องถิ่นที่อาจเสนอระงับโครงการชั่วคราว
- สะท้อนจุดเปลี่ยนทางนโยบายพลังงานในระดับสากลที่จำเป็นต้องนำพลังงานนิวเคลียร์กลับมาเป็นแกนหลักในสมการ Net Zero เมื่อพลังงานหมุนเวียนแบบผันผวนไม่สามารถตอบโจทย์ความมั่นคงทางพลังงานได้เพียงลำพัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสายส่งเชื่อมต่อมีขีดจำกัด
ที่มา: Canary Media, 3 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กิจการไฟฟ้าสหรัฐฯ เร่งประยุกต์ใช้ AI ขั้นสูงบริหารระบบโครงข่าย ลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ไฟฟ้า
รายละเอียด:
- ในการประชุมร่วมกับ Google Cloud ผู้บริหารจากสองสาธารณูปโภคชั้นนำของสหรัฐฯ ได้แก่ NextEra Energy และ Santee Cooper ได้เปิดเผยผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์จากการนำ Generative AI และแบบจำลองวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการตัดสินใจสั่งการจ่ายไฟฟ้าและการวางแผนระบบ
- NextEra Energy ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Grid Composer บนระบบ Gemini Enterprise ประมวลผลข้อมูลโครงข่ายกว่า 5 แสนล้านจุดต่อวัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าและการวางแผนหยุดซ่อมบำรุง ซึ่งประหยัดต้นทุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้แล้วกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ขณะที่ Santee Cooper พัฒนาแบบจำลองพยากรณ์อากาศและโหลดไฟฟ้า WeatherNext ร่วมกับ Google เพื่อลดความผิดพลาดในการซื้อไฟฟ้าในตลาดจร (Spot Market) ซึ่งอาจมีราคาสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน
ผลกระทบ:
- การประยุกต์ใช้ AI ในกิจการไฟฟ้ากำลังข้ามผ่านจากการเป็นเพียงแชตบอตทั่วไป ไปสู่เครื่องมือตัดสินใจทางวิศวกรรมและการค้าที่มีความสำคัญสูง (Mission-Critical Decision Making) ช่วยทลายการทำงานแบบแยกส่วนระหว่างทีมควบคุมระบบและทีมวางแผนการตลาด
- เน้นย้ำให้เห็นว่าการบริหารจัดการโครงข่ายยุคดิจิทัลจำเป็นต้องผสานข้อมูลสภาพอากาศ กายภาพโครงข่าย และกลไกราคาตลาดเข้าด้วยกันอย่างเรียลไทม์ ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพของสินทรัพย์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินลงทุนในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว
ที่มา: POWER Magazine, 3 กันยายน 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รายงานของ SEIA และ Benchmark ระบุว่าสหรัฐฯ ติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) ในไตรมาส 2 ปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 20.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง โดยภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซ็นเตอร์เติบโตกว่า 52%
- Fervo Energy ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าความร้อนใต้พิภพยุคใหม่ขนาด 400 เมกะวัตต์ร่วมกับ Google เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมงของศูนย์ข้อมูลในรัฐยูทาห์
- ผลการศึกษาจาก Evolved Energy Research ชี้ว่าการเปลี่ยนสายตัวนำไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Reconductoring) บนสายส่งเดิมในเท็กซัส สามารถประหยัดงบสร้างสายส่งใหม่ได้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
- บริษัท Eaton ลงทุนกว่า 242 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างโรงงานผลิตตู้สวิตช์เกียร์และอุปกรณ์หุ้มไฟฟ้าในรัฐอาร์คันซอ เพื่อรองรับความต้องการขยายระบบโครงข่ายและศูนย์ข้อมูล AI ในสหรัฐฯ
- สภารัฐนิวเจอร์ซีย์ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบเสียบปลั๊กตามระเบียงห้องชุดขนาดไม่เกิน 1,200 วัตต์ โดยไม่ต้องขออนุญาตสาธารณูปโภค เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน