รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 22-Aug-2026 ถึง 28-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : อินโดนีเซียประกาศแผนยุทธศาสตร์พลังงานแสงอาทิตย์ 100 GW มุ่งสู่ความเป็นอิสระทางพลังงาน
รายละเอียด:
- ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานครั้งสำคัญ โดยตั้งเป้าหมายที่จะหยุดการนำเข้าน้ำมันและก๊าซหุงต้ม (LPG) ภายใน 3 ปี ควบคู่ไปกับการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 100 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานเกือบสองเท่าของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศในปัจจุบัน (ประมาณ 88 GW)
- โครงการนำร่องที่สำคัญคือการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 GWp ในบาหลี โดยแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม (cluster) เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าดีเซลที่มีอยู่เดิม โดยโครงการแรกที่เริ่มดำเนินการแล้วคือโรงไฟฟ้าขนาด 300 เมกะวัตต์ (MWp) พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 1,000 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ในเมือง Gilimanuk ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ Bahlil Lahadalia เป็นผู้กำกับดูแล
ผลกระทบ:
การประกาศนโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ด้านพลังงานของอินโดนีเซียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง ส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจากต่างประเทศ ซึ่งจะสร้างโอกาสการลงทุนมหาศาลในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง
การติดตั้งระบบ BESS ขนาดใหญ่ควบคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในบาหลี สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจในความท้าทายด้านเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าบนเกาะ (Island Grid) การดำเนินการนี้จะเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม การรวมพลังงานหมุนเวียนขนาดมหึมาเข้าระบบไฟฟ้าของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) จะสร้างความท้าทายอย่างยิ่งยวดต่อการวางแผนและปฏิบัติการควบคุมระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Operation) ในระยะยาว
ที่มา:
Antara News (English) วันที่ 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ฟิลิปปินส์เผชิญภาวะความมั่นคงระบบไฟฟ้าวิกฤตอีกครั้ง หลังโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาควิซายัสเข้าสู่สถานะ Red Alert
รายละเอียด:
- National Grid Corp. of the Philippines (NGCP) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศสถานะเตือนภัยระดับสีแดง (Red Alert) ในโครงข่ายไฟฟ้าภูมิภาควิซายัส (Visayas Grid) เป็นเวลาหลายชั่วโมง เนื่องจากปริมาณกำลังผลิตไฟฟ้าสำรองไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
- สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นประกาศ Red Alert ครั้งที่ 22 ของปีนี้สำหรับภูมิภาควิซายัส ซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาความเปราะบางด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการประกาศสถานะเตือนภัยระดับสีเหลือง (Yellow Alert) ในช่วงเวลาอื่นของวันเดียวกัน ซึ่งหมายถึงปริมาณกำลังผลิตสำรองลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ
ผลกระทบ:
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบไฟฟ้าในภูมิภาควิซายัส ซึ่งพึ่งพิงพลังงานหมุนเวียนแบบผันผวน (Variable Renewable Energy) ในสัดส่วนที่สูง เมื่อโรงไฟฟ้าหลัก (Baseload) โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าถ่านหิน เกิดเหตุขัดข้องหรือหยุดเดินเครื่องกะทันหัน จึงส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบโดยรวมทันที
ภาวะไฟฟ้าไม่เพียงพอที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้สร้างความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภูมิภาค และเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการลงทุนโรงไฟฟ้าที่สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง (Dispatchable Power Plants) เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ หรือเทคโนโลยีเสริมความมั่นคงของระบบ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพื่อสร้างสมดุลและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า
ที่มา:
Inquirer วันที่ 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : มาเลเซียเดินหน้าขยายระบบส่งไฟฟ้า Tenaga Nasional Berhad (TNB) อนุมัติสัญญาสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงและสายส่งใหม่ในรัฐกลันตัน
รายละเอียด:
- บริษัท Jati Tinggi Group Bhd ได้ชนะการประมูลสัญญามูลค่า 69.5 ล้านริงกิต จาก Tenaga Nasional Bhd (TNB) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าแห่งชาติของมาเลเซีย เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบส่งไฟฟ้าในรัฐกลันตัน
- ขอบเขตของสัญญาประกอบด้วยการก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas-Insulated Switchgear – GIS) ขนาดแรงดัน 132/33 กิโลโวลต์ (kV) แห่งใหม่ในเมือง Tumpat พร้อมทั้งการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าเหนือดินขนาด 132 kV เพื่อเชื่อมต่อสถานีไฟฟ้าดังกล่าวเข้ากับระบบโครงข่ายหลัก
ผลกระทบ:
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้า (Grid Modernization and Expansion) ของมาเลเซีย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การเสริมความแข็งแกร่งของระบบส่งไม่เพียงแต่รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังจำเป็นอย่างยิ่งต่อการรวมพลังงานหมุนเวียนจากแหล่งต่างๆ เข้าสู่ระบบอย่างมีเสถียรภาพ
การเลือกใช้เทคโนโลยี GIS สะท้อนถึงแนวโน้มการพัฒนาสถานีไฟฟ้าในพื้นที่เมืองหรือพื้นที่จำกัด เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและมีความเชื่อถือได้สูงกว่าสถานีไฟฟ้าแบบฉนวนอากาศ (Air-Insulated Switchgear – AIS) การลงทุนลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของสาธารณูปโภคไฟฟ้าเพื่อรองรับโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่ในอนาคต เช่น สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ที่มา:
The Edge Malaysia วันที่ 27 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : เวียดนามรุกตลาดโซลาร์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานในภาคธุรกิจ หลัง Trinasolar ติดตั้งโครงการขนาด 10 MWh ให้กับรีสอร์ทบนเกาะฟู้โกว๊ก
รายละเอียด:
- บริษัท Trinasolar ได้ดำเนินการจัดหาและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 3 เมกะวัตต์ (MWp) ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ขนาด 10 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ให้กับโครงการ Corona Resort บนเกาะฟู้โกว๊ก ประเทศเวียดนาม
- โครงการดังกล่าวเป็นการต่อขยายจากระบบพลังงานแสงอาทิตย์เดิมที่มีอยู่แล้ว 5.5 MWp โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับธุรกิจรีสอร์ทขนาดใหญ่ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลระบบโครงข่ายหลัก
ผลกระทบ:
กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของรูปแบบการติดตั้งพลังงานหมุนเวียนหลังมิเตอร์ (Behind-the-Meter) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม (C&I) โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะหรือพื้นที่ห่างไกล ซึ่งช่วยลดการพึ่งพิงระบบไฟฟ้าหลักและป้องกันความเสี่ยงจากปัญหาไฟฟ้าตกหรือดับ
รูปแบบธุรกิจนี้กำลังเป็นที่น่าจับตามองและอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจดั้งเดิมของ Utility โดยอาจเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายไฟฟ้ามาเป็นการให้บริการจัดการพลังงาน หรือบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (Distributed Energy Resources) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระดับชาติของเวียดนามที่ต้องการมี BESS ในระบบถึง 10,000–16,300 MW ภายในปี 2573
ที่มา:
Antara News (English) วันที่ 27 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ฟิลิปปินส์เผชิญความท้าทายในการขยายโครงข่ายไฟฟ้า หลัง ERC อนุมัติขยายเวลาก่อสร้างโครงการระบบส่งของ NGCP
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานของฟิลิปปินส์ (Energy Regulatory Commission – ERC) ได้อนุมัติคำร้องของ National Grid Corp. of the Philippines (NGCP) เพื่อขยายกรอบเวลาก่อสร้างโครงการระบบส่งไฟฟ้าที่สำคัญ 2 โครงการ มูลค่ารวม 8.2 พันล้านเปโซ
- โครงการที่ได้รับผลกระทบได้แก่ โครงการสถานีไฟฟ้าแรงสูง Porac 230 kV และโครงการสายส่ง Amlan-Dumaguete 138 kV โดยสาเหตุหลักของความล่าช้าเกิดจากปัญหาการขอสิทธิ์ในที่ดิน (Right-of-Way) และอุปสรรคด้านการขอใบอนุญาตจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น
ผลกระทบ:
ข่าวนี้นับเป็นภาพสะท้อนของอุปสรรคที่ไม่ใช่ด้านเทคนิค (Non-technical barriers) ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศกำลังพัฒนา แม้จะมีเงินทุนและเทคโนโลยีพร้อม แต่ปัญหาสิทธิ์ในที่ดินและความล่าช้าของระบบราชการสามารถชะลอโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ความล่าช้าในการขยายระบบส่งสร้างความไม่สอดคล้องกันระหว่างการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้า (โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนที่สร้างได้เร็ว) กับความพร้อมของโครงข่าย ซึ่งนำไปสู่ปัญหาคอขวดในระบบส่ง (Grid Congestion) การจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด (Curtailment) และปัญหาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการปรับปรุงกระบวนการอนุมัติและการเวนคืนที่ดินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา:
The Philippine Star วันที่ 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : สถาบันวิจัยชี้ พลังงานหมุนเวียนช่วยฟิลิปปินส์ประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าเกือบ 1 แสนล้านเปโซ ผ่านกลไกตลาดไฟฟ้า
รายละเอียด:
- รายงานการวิเคราะห์จากสถาบัน Institute for Climate and Sustainable Cities (ICSC) ของฟิลิปปินส์ ระบุว่าโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้กลไก Feed-in Tariff (FIT) สามารถช่วยประเทศประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้ถึง 99.2 พันล้านเปโซในช่วงปี 2567-2568
- การประหยัดดังกล่าวเกิดจากการที่โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถกดราคาเสนอขายในตลาดซื้อขายไฟฟ้า (Wholesale Electricity Spot Market – WESM) ให้ต่ำลง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ซึ่งมูลค่าที่ประหยัดได้ (0.3916 เปโซต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง) นั้นสูงกว่าต้นทุนที่เรียกเก็บจากผู้บริโภคผ่านค่า FIT-All เสียอีก
ผลกระทบ:
ผลการวิเคราะห์นี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สำคัญของปรากฏการณ์ Merit-Order Effect ซึ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (เช่น แสงอาทิตย์และลม) ที่มีต้นทุนผันแปรเป็นศูนย์ สามารถเข้ามาแทนที่โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีต้นทุนสูงกว่าในลำดับการสั่งเดินเครื่อง ทำให้ราคาไฟฟ้าโดยรวมของตลาด (Market Clearing Price) ลดลง
ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการตอบโต้ข้อกังวลที่ว่าพลังงานหมุนเวียนเป็นภาระต่อผู้บริโภคเสมอไป และช่วยสนับสนุนการออกแบบกลไกตลาดในอนาคต เช่น การประมูลจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Green Energy Auction) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้ไฟฟ้า
ที่มา:
Inquirer วันที่ 27 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : อินโดนีเซียประกาศให้ AI และดาต้าเซ็นเตอร์เป็นเสาหลักเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมแผนการลงทุนกว่า 1.17 GW
รายละเอียด:
- นาย Airlangga Hartarto รัฐมนตรีประสานงานด้านกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย ประกาศว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นเสาหลักที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
- รัฐบาลเปิดเผยว่ามีโครงการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในแผนการพัฒนา (pipeline) คิดเป็นกำลังไฟฟ้าสูงถึง 1.17 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ถึง 8 เปอร์เซ็นต์
ผลกระทบ:
การประกาศอย่างเป็นทางการนี้บ่งชี้ว่าความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงผลข้างเคียง แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจชาติ การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 1.17 GW เทียบเท่ากับภาระโหลดไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หนึ่งแห่ง ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อการวางแผนระบบไฟฟ้าของ PLN
สถานการณ์นี้จะบีบให้รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าต้องเร่งปรับปรุงระบบส่งให้ทันสมัย พัฒนารูปแบบธุรกิจและโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่เพื่อรองรับลูกค้ารายใหญ่ที่มีความต้องการไฟฟ้าคงที่และมีความน่าเชื่อถือสูง ซึ่งมักจะเรียกร้องให้มีการจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมไฟฟ้าทั่วทั้งภูมิภาค
ที่มา:
Antara News (English) วันที่ 27 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บริษัท StB GigaFactory จากออสเตรเลีย ลงนาม MOU กับฟิลิปปินส์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานใน New Clark City
- Tenaga Nasional Berhad (TNB) ของมาเลเซียรายงานผลกำไรไตรมาส 2 ลดลง แต่รายได้และความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงเติบโตแข็งแกร่ง
- ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ผลักดันให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภค รวมถึงไฟฟ้า เป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการชำระเงินดิจิทัลแทนผู้บริโภค
- ธนาคาร PNB ของฟิลิปปินส์ อนุมัติเงินกู้ 6.2 พันล้านเปโซ ให้กับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 166 MWp พร้อมแบตเตอรี่ 80 MWh ในเมืองอิโลอิโล
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานฟิลิปปินส์ (ERC) ชี้แจงว่าบริษัท Negros Power ยังไม่ละเมิดเกณฑ์การสูญเสียในระบบไฟฟ้า (system loss) ที่กำหนด สะท้อนความซับซ้อนในการกำกับดูแล