รายงานข่าวระบบไฟฟ้าญี่ปุ่นและเกาหลี (East Asia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 22-Aug-2026 ถึง 28-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : เกาหลีใต้เตรียมปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าครั้งใหญ่ มุ่งใช้ระบบราคาตามภูมิภาค ลดภาระภาคอุตสาหกรรม 2.8 ล้านล้านวอน
รายละเอียด:
- กระทรวงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน และสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้ ร่วมกับ การไฟฟ้าเกาหลี (KEPCO) ได้เปิดเผยแผนการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยจะเปลี่ยนจากระบบราคาเดียวทั่วประเทศ (Uniform Pricing) ไปสู่ระบบราคาที่แตกต่างกันตามภูมิภาค (Regional Pricing) โดยมีเป้าหมายเพื่อจูงใจให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนการผลิตและส่งไฟฟ้าต่ำกว่า
- แผนดังกล่าวจะแบ่งประเทศออกเป็น 11 โซนราคา โดยผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคใต้อาจได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 18 วอนต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศ โดยเฉพาะจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน ในขณะที่พื้นที่กรุงโซลและตอนใต้ของจังหวัดคยองกี ซึ่งเป็นศูนย์กลางความต้องการไฟฟ้าขนาดใหญ่แต่มีแหล่งผลิตน้อย อาจมีอัตราค่าไฟฟ้าใกล้เคียงหรือสูงกว่าเดิม
ผลกระทบ:
การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างตลาดไฟฟ้าครั้งสำคัญของเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่แหล่งผลิต (ภาคใต้) อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า (กรุงโซล) การใช้กลไกราคาตามพื้นที่ (Locational Pricing Signal) จะส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงทุนของอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น ศูนย์ข้อมูล AI และโรงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ให้ย้ายไปตั้งในพื้นที่ที่มีต้นทุนพลังงานต่ำกว่า ซึ่งจะช่วยลดความแออัดของสายส่งและลดต้นทุนการสร้างโครงข่ายไฟฟ้าใหม่ในภาพรวม
นโยบายนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศที่มีโครงสร้างระบบไฟฟ้าแบบรวมศูนย์และเผชิญปัญหาความไม่สมดุลระหว่างแหล่งผลิตและพื้นที่ใช้ไฟฟ้า การส่งสัญญาณราคาที่แท้จริงจะสร้างประสิทธิภาพทางเศรษฐศาสตร์ให้กับระบบไฟฟ้าโดยรวม และอาจเป็นต้นแบบของการพัฒนากลไกราคาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งแหล่งพลังงานหมุนเวียนมักตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้ใช้ไฟฟ้า
ที่มา: The Korea Herald, 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : JFE Engineering ก้าวสู่การเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่ผลิตโครงสร้างฐานรากสำหรับกังหันลมนอกชายฝั่ง ลดการพึ่งพาจากจีนและยุโรป
รายละเอียด:
- บริษัท JFE Engineering ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ JFE Holdings ประกาศแผนการเริ่มผลิตโครงสร้างเหล็กแบบท่อเดี่ยว (Monopile) ซึ่งเป็นฐานรากสำหรับกังหันลมนอกชายฝั่ง นับเป็นบริษัทญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างเต็มตัว
- การลงทุนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศสำหรับโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง ซึ่งที่ผ่านมาญี่ปุ่นต้องพึ่งพาการนำเข้าโครงสร้างดังกล่าวจากผู้ผลิตในยุโรปและจีนเป็นหลัก การผลิตในประเทศจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล
ผลกระทบ:
ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกของญี่ปุ่นในการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนอย่างครบวงจร การสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ (Local Supply Chain) สำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะช่วยลดการพึ่งพาจากต่างประเทศและป้องกันความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังสร้างงานและมูลค่าทางเศรษฐกิจภายในประเทศ
กรณีของ JFE Engineering เป็นตัวอย่างของการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมหนักดั้งเดิม (เช่น เหล็ก) ไปสู่ธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก บทเรียนสำคัญคือการที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันในเทคโนโลยีที่เป็นยุทธศาสตร์แห่งอนาคต เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานนำมาซึ่งโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ที่มา: Nikkei Asia, 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : LS Electric และ GE Vernova ผนึกกำลังตั้งบริษัทร่วมทุน ลุยตลาด HVDC ในเกาหลีใต้ รองรับการส่งไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
รายละเอียด:
- LS Electric ผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้ลงนามในข้อตกลงกับ GE Vernova บริษัทเทคโนโลยีพลังงานจากสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ “Grid X Technology” สำหรับดำเนินโครงการสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง (HVDC)
- ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยี VSC-HVDC (Voltage Source Converter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการส่งไฟฟ้าที่ผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไปยังเขตเมืองหลวงโซลที่มีความต้องการไฟฟ้าหนาแน่น โดยจะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานสำหรับอุปกรณ์หลัก
ผลกระทบ:
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าของเกาหลีใต้ให้ทันสมัย (Grid Modernization) เทคโนโลยี VSC-HVDC มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวนสูง เช่น พลังงานลมนอกชายฝั่ง เพราะสามารถควบคุมการไหลของไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพและลดการสูญเสียในสายส่งระยะไกล การมีความสามารถด้านนี้ในประเทศจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
ความร่วมมือระหว่าง LS Electric และ GE Vernova ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่บริษัท Utility และผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องแสวงหาพันธมิตรทางเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและลดความเสี่ยงในการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นปัจจัยชี้ขาดในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
ที่มา: Yonhap News, 26 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : ญี่ปุ่นวางแผนสร้างศูนย์วิจัยเชื้อเพลิงทริเทียมแห่งใหม่ เดินหน้าสู่ยุคพลังงานฟิวชัน
รายละเอียด:
- กระทรวงวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่นประกาศแผนการสร้างศูนย์วิจัยแห่งใหม่ที่จังหวัดอาโอโมริ เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาทริเทียม (Tritium) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน
- โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต โดยจะเปิดให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บและใช้งานเชื้อเพลิงกัมมันตรังสีสำหรับพลังงานฟิวชันอย่างปลอดภัย
ผลกระทบ:
การลงทุนในพลังงานฟิวชันเป็นการวางเดิมพันเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวของญี่ปุ่น เพื่อแสวงหาแหล่งพลังงานสะอาดที่ไร้ขีดจำกัดและมีความปลอดภัยสูง แม้ว่าเทคโนโลยีนี้ยังต้องใช้เวลาอีกหลายทศวรรษกว่าจะสามารถใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ แต่การสร้างองค์ความรู้และโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่วันนี้ จะทำให้ญี่ปุ่นอยู่ในฐานะผู้นำทางเทคโนโลยีเมื่อยุคพลังงานฟิวชันมาถึง
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นโยบายของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงการกระจายความเสี่ยงโดยไม่พึ่งพาเพียงพลังงานหมุนเวียน แต่ยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ควบคู่กันไป สิ่งนี้เป็นบทเรียนสำหรับประเทศอื่นๆ ว่ายุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติควรมีวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมทั้งการแก้ปัญหาระยะสั้นด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน และการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ที่มา: Nikkei Asia, 27 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : SK hynix เริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐฯ มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการพลังงานมหาศาลจากยุค AI
รายละเอียด:
- บริษัท SK hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง (Advanced Packaging) สำหรับหน่วยความจำ HBM (High Bandwidth Memory) ที่รัฐอินดีแอนา สหรัฐอเมริกา ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- โรงงานแห่งนี้จะเริ่มการผลิตชิป HBM รุ่นใหม่ได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2572 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของชิปประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกฎหมาย CHIPS Act ของรัฐบาลสหรัฐฯ
ผลกระทบ:
แม้จะเป็นข่าวในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แต่ผลกระทบต่อภาคพลังงานและระบบไฟฟ้ามีนัยสำคัญอย่างยิ่ง โรงงานผลิตและบรรจุชิปขั้นสูงเหล่านี้เป็นหนึ่งในผู้ใช้พลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุด (Energy-Intensive Industry) การสร้างโรงงานขนาดใหญ่นี้จะสร้างโหลดไฟฟ้าใหม่จำนวนมหาศาลและกระจุกตัวในพื้นที่เดียว ซึ่งเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับบริษัทสาธารณูปโภค (Utility) และผู้วางแผนระบบโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพความท้าทายระดับโลกที่ภาคพลังงานต้องเผชิญจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI กล่าวคือ ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมหาศาลจากศูนย์ข้อมูลและโรงงานผลิตชิป ทำให้เกิดคำถามว่า ระบบไฟฟ้าจะสามารถขยายกำลังการผลิตและสายส่งได้ทันท่วงทีหรือไม่ โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของระบบและความพยายามในการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งจะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของนโยบายพลังงานในทศวรรษหน้า
ที่มา: Yonhap News, 27 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : TEPCO เผยการระบายน้ำบำบัดจากฟุกุชิมะตลอด 3 ปี ลดปริมาณน้ำในถังได้เพียง 7.6% ท้าทายเป้าหมายรื้อถอนปี 2594
รายละเอียด:
- บริษัท Tokyo Electric Power Company (TEPCO) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีของการระบายน้ำที่ผ่านการบำบัดจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิลงสู่ทะเล สามารถลดปริมาณน้ำที่เก็บกักในถังได้เพียง 7.6% เท่านั้น โดยระบายไปแล้ว 172,700 ตัน จากปริมาณทั้งหมดที่ยังคงมีอยู่ประมาณ 1.24 ล้านตัน
- แม้การระบายน้ำจะเป็นไปตามแผนและไม่พบระดับสารกัมมันตรังสีที่ผิดปกติในพื้นที่โดยรอบ แต่ความล่าช้าในการลดปริมาณน้ำที่กักเก็บทำให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการรื้อถอนโรงไฟฟ้าให้เสร็จสิ้นภายในปี 2594 (ค.ศ. 2051)
ผลกระทบ:
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ซับซ้อนและยาวนานของการรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ (Decommissioning) ซึ่งกินเวลาหลายสิบปีและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล ความคืบหน้าที่ช้ากว่าคาดอาจส่งผลกระทบต่อแผนการจัดการพื้นที่และต้นทุนโครงการโดยรวมของ TEPCO
ในมุมมองนโยบายพลังงานของญี่ปุ่น ปัญหาที่ยืดเยื้อของฟุกุชิมะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการยอมรับของสาธารณชนต่อพลังงานนิวเคลียร์ และอาจมีผลต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในการกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ที่หยุดไป หรือการพิจารณาสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับต้นทุนและความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิตของพลังงานนิวเคลียร์
ที่มา: Kyodo News, 24 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- บริษัทในเครือของ LS Cable & System ทำรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสายไฟฟ้าและบัสเวย์สำหรับศูนย์ข้อมูล AI และการขยายโครงข่ายไฟฟ้า
- Hanwha Aerospace จัดตั้งบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกาเพื่อรุกธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่การจัดหา การค้า ไปจนถึงโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน
- Daewoo E&C แสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาพลังงานในเวียดนาม โดยเน้นความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานนิวเคลียร์และ LNG
- หน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น (NRA) ขยายกำหนดเวลาให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่งเป็นการผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อให้โรงไฟฟ้าบางแห่งสามารถเดินเครื่องต่อไปได้
- Powertech Technology บริษัทสัญชาติไต้หวัน ตั้งเป้าเริ่มการผลิตบรรจุภัณฑ์ชิป AI ระดับแผงวงจร (Panel-level) เป็นรายแรกของโลกในปี 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการของชิปประมวลผลเซิร์ฟเวอร์และ AI