Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

EU & UK

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

By KYP-Editorial
August 21, 2026 3 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : การวิเคราะห์เชิงลึก: พลังงานแสงอาทิตย์กลายเป็นผู้พยุงระบบไฟฟ้าของยุโรปในฤดูร้อน ท่ามกลางวิกฤตภัยแล้งที่กระทบต่อไฟฟ้าพลังน้ำ

รายละเอียด:

  • จากการวิเคราะห์ข้อมูลของกลุ่มผู้ประสานงานกิจการไฟฟ้าของยุโรป (ENTSO-E) ในช่วงฤดูร้อนปี 2026 พบว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำใน 10 ระบบไฟฟ้าหลักของยุโรปลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี ซึ่งต่ำกว่าช่วงที่เกิดภัยแล้งรุนแรงในปี 2022 โดยเฉพาะในฝรั่งเศส อิตาลี และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำดานูบ
  • อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (เพิ่มขึ้น 39 TWh จากปี 2022) สามารถชดเชยการขาดหายไปของไฟฟ้าพลังน้ำในระดับทวีปได้ทั้งหมด และส่งผลให้รูปแบบการเดินเครื่องระบบไฟฟ้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
  • การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบมีอ่างเก็บน้ำ (Reservoir hydro) ได้เปลี่ยนรูปแบบการผลิตไฟฟ้าจากช่วงกลางวันไปสู่ช่วงเย็นที่มีความต้องการไฟฟ้าสูงสุดแทน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped storage) ได้เปลี่ยนวงจรการทำงานโดยสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจากการสูบน้ำในช่วงกลางคืนมาเป็นการสูบน้ำในช่วงกลางวันที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สูงแทน ทำให้ค่าสหสัมพันธ์ (correlation) ระหว่างการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และการสูบน้ำเพิ่มขึ้นจากศูนย์เป็น 0.86

ผลกระทบ:

– ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของระบบไฟฟ้าในโลกแห่งความเป็นจริงเมื่อมีพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูง ปรากฏการณ์ Duck Curve ไม่ใช่เพียงแนวคิดทางทฤษฎีอีกต่อไปในยุโรป แต่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการสั่งการเดินเครื่องสินทรัพย์ผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
– โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีมานานหลายทศวรรษได้ค้นพบคุณค่าและบทบาทใหม่ที่สำคัญอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลัก โดยเปลี่ยนบทบาทจากการรักษาสมดุลของโรงไฟฟ้าฐาน (baseload) ในช่วงกลางคืน มาเป็นการดูดซับพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินจากแสงอาทิตย์ในตอนกลางวัน ซึ่งสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้กับผู้ประกอบการไฟฟ้าพลังน้ำ
– การวิเคราะห์นี้ยังชี้ให้เห็นถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่ นั่นคือการกักเก็บพลังงานตามฤดูกาล (seasonal storage) แม้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานจะสามารถแก้ไขปัญหารายวันได้ แต่ยังไม่สามารถตอบโจทย์การขาดแคลนพลังงานตามฤดูกาลได้ (เช่น พลังงานหมุนเวียนต่ำในฤดูหนาว) ประเด็นนี้ชี้ไปยังพรมแดนต่อไปของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งได้แก่ โซลูชันการกักเก็บพลังงานระยะยาว เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว และความสำคัญอย่างยิ่งยวดของระบบสายส่งระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งเพื่อส่งผ่านพลังงานจากพื้นที่ที่มีส่วนเกินไปยังพื้นที่ที่ขาดแคลน

ที่มา: pv magazine Global, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : ข้อโต้แย้งในรายงาน ‘พลังงานราคาถูก’ ของพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษที่อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อนโยบายพลังงาน

รายละเอียด:

  • รายงานจากสถาบันวิจัย Onward ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคอนุรักษนิยมของสหราชอาณาจักร ได้เสนอให้ยกเลิกเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยอ้างว่าการหันไปพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและพลังงานนิวเคลียร์มากขึ้นจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 320,000 ล้านปอนด์ และทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและปั๊มความร้อนเพิ่มขึ้น
  • ผู้เชี่ยวชาญหลายราย อาทิ Iain Staffell จาก Imperial College London ได้ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องร้ายแรงในรายงานหลายประการ เช่น แบบจำลองของรายงานเองกลับแสดงผลว่าแผนทางเลือกนี้จะทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าลดลง และมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึง 524 ล้านตัน
  • รายงานดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ไม่สมจริงหลายประการ เช่น การประเมินราคาค่ำก๊าซธรรมชาติต่ำและมีเสถียรภาพเกินจริง ประเมินต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซและนิวเคลียร์ต่ำกว่าความเป็นจริง และประเมินต้นทุนโครงข่ายไฟฟ้า (grid cost) และต้นทุนการบูรณาการระบบ (integration cost) สำหรับพลังงานหมุนเวียนสูงเกินไป

ผลกระทบ:

– ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้เชิงอุดมการณ์และการเมืองครั้งสำคัญในสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับทิศทางและต้นทุนของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน การใช้สมมติฐานที่น่ากังขาเพื่อบ่อนทำลายนโยบายพลังงานหมุนเวียนเป็นกลยุทธ์ที่พบได้บ่อยในการถกเถียงเชิงนโยบาย
– สำหรับภาคสาธารณูปโภคและนักลงทุน บทเรียนสำคัญคือความเสี่ยงทางการเมือง (political risk) ที่มีผลอย่างยิ่งต่อนโยบายพลังงานระยะยาว ข้อเสนอให้ยกเลิกโครงการสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่เดิม (เช่น Renewable Obligation) จะทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างรุนแรง และอาจหยุดชะงักการลงทุนภาคเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่โครงการนิวเคลียร์และก๊าซที่รายงานฉบับนี้สนับสนุน
– บทวิเคราะห์นี้ยังเป็นกรณีศึกษาที่ชี้ให้เห็นความซับซ้อนในการคำนวณต้นทุนรวมของระบบไฟฟ้า (Total System Costs) ซึ่งมักมีการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการบูรณาการ ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และการกำหนดราคาคาร์บอน เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อเทคโนโลยีบางประเภทโดยเฉพาะ

ที่มา: Carbon Brief, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : ยุโรปติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) เพิ่มขึ้น 48% ในปี 2025 แตะระดับ 36 GWh

รายละเอียด:

  • รายงานจาก SolarPower Europe ระบุว่าในปี 2025 ทั่วยุโรปมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) เพิ่มขึ้นถึง 36 GWh ซึ่งเติบโตขึ้น 48% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำลังการผลิตติดตั้งสะสมทั้งหมดทะลุ 100 GWh เป็นครั้งแรก
  • ประเทศเยอรมนียังคงเป็นผู้นำตลาด โดยมีการติดตั้งใหม่ 6.6 GWh ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่ 5.2 GWh และอิตาลีที่ 5 GWh
  • สิ่งที่น่าสนใจคือ ยูเครนและบัลแกเรียได้ก้าวขึ้นมาเป็น 5 อันดับแรกของตลาดยุโรป โดยมีปัจรียขับเคลื่อนหลักจากความต้องการด้านความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบพลังงาน (resilience) และการเติบโตส่วนใหญ่มาจากโครงการขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภค (utility-scale)

ผลกระทบ:

– การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ BESS ทั่วยุโรปเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ซึ่งเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบไฟฟ้าจากการพึ่งพาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ควบคุมได้ (centralized, dispatchable) ไปสู่ระบบที่ยืดหยุ่นและกระจายศูนย์มากขึ้น
– การที่ยูเครนและบัลแกเรียกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาด BESS ได้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ที่นอกเหนือจากการเก็งกำไรในตลาดไฟฟ้าหรือการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน นั่นคือ ‘ความมั่นคงทางพลังงาน’ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศที่เผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์หรือปัญหาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า
– แนวโน้มที่มุ่งสู่โครงการ BESS ขนาดใหญ่ระดับสาธารณูปโภคบ่งชี้ว่า ผู้ประกอบการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Operators) และบริษัทสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เริ่มมองว่าระบบกักเก็บพลังงานเป็นสินทรัพย์พื้นฐานของกริด (fundamental grid asset) ไม่ใช่เพียงแค่บริการเสริม (ancillary service) อีกต่อไป สิ่งนี้จะนำไปสู่การออกแบบตลาดไฟฟ้า กฎระเบียบ และโครงสร้างรายได้ใหม่ๆ เพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของ BESS ได้อย่างครบถ้วน

ที่มา: pv magazine Global, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ชุดเอกสารแนะแนวการปฏิบัติตามมาตรการ CBAM ในระยะถาวร

รายละเอียด:

  • เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่ชุดเอกสารแนะแนว 10 ฉบับ สำหรับการบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ในช่วงบังคับใช้ถาวร (definitive period)
  • เอกสารดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการนอกสหภาพยุโรป ผู้สำแดงข้อมูล (declarants) และผู้ทวนสอบ (verifiers) โดยครอบคลุมเนื้อหาสำคัญ เช่น แนวคิดหลักของ CBAM, วิธีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในสินค้า, การปรับลดตามการจัดสรรสิทธิการปล่อยก๊าซฟรีภายใต้ระบบ EU ETS และแนวทางเฉพาะสำหรับ 6 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ซีเมนต์ ไฮโดรเจน ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม และไฟฟ้า)

ผลกระทบ:

– การเปิดเผยเอกสารแนะแนวอย่างละเอียดนี้เป็นสัญญาณชัดเจนว่า CBAM กำลังเปลี่ยนจากขั้นตอนทางทฤษฎีสู่การบังคับใช้เต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการค้าโลกและทิศทางการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรม
– สำหรับประเทศผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป นี่คือสัญญาณเตือนให้เร่งจัดทำระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ (MRV) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับโรงงานให้มีความน่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ หากไม่สามารถทำได้ ผู้ส่งออกจะต้องเสียค่าธรรมเนียม CBAM ตามค่าปริยาย (default values) ซึ่งอาจสูงกว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
– นโยบายนี้เปรียบเสมือนการส่งออกกลไกราคาคาร์บอนของ EU ไปยังประเทศคู่ค้า สร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนเพื่อลดคาร์บอนในระดับสากล สำหรับภาคไฟฟ้า การนำเข้าไฟฟ้ามายังสหภาพยุโรปจะต้องเผชิญกับต้นทุนคาร์บอน ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงพลวัตของตลาดไฟฟ้าข้ามพรมแดน และอาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพลังงานสะอาดในประเทศเพื่อนบ้านนอก EU ที่มีการเชื่อมต่อสายส่งกับยุโรป เช่น กลุ่มประเทศบอลข่านตะวันตก หรือแอฟริกาเหนือ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระจาก CBAM

ที่มา: European Commission, 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : โครงการ BESS ขนาด 150 MW ในอังกฤษถูกระงับแผน หลังเผชิญข้อกังวลด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและการปนเปื้อน

รายละเอียด:

  • โครงการ Axminster Energy Hub ขนาด 150 MW ของบริษัท Clearstone Energy ในมณฑลเดวอน สหราชอาณาจักร ถูกปฏิเสธคำอุทธรณ์โดยผู้ตรวจการด้านการวางแผน (planning inspector) ส่งผลให้โครงการต้องระงับไป
  • เหตุผลหลักในการปฏิเสธคือข้อกังวลด้านความเสี่ยงจากอัคคีภัยและการระเบิด รวมถึงโอกาสที่น้ำที่ใช้ในการดับเพลิงอาจปนเปื้อนและไหลลงสู่แหล่งน้ำใต้ดิน
  • แม้ว่าผู้พัฒนาโครงการจะยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยด้านอัคคีภัยแห่งชาติ (NFCC) ทุกประการ และเลือกใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ LFP (Wärtsilä Quantum 1) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว แต่ผู้ตรวจการยังคงเห็นว่าหลักฐานที่นำเสนอไม่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่ามาตรการป้องกันจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีการติดตั้งตู้แบตเตอรี่ในระยะที่ใกล้กัน

ผลกระทบ:

– กรณีศึกษานี้เป็นคำเตือนที่สำคัญสำหรับผู้พัฒนาโครงการ BESS ทั่วโลก โดยชี้ให้เห็นว่าการปฏิบัติตามมาตรฐานทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะเอาชนะการคัดค้านในระดับท้องถิ่นและอุปสรรคด้านการวางผังเมืองได้ ‘ใบอนุญาตทางสังคม’ (Social License to Operate) กำลังมีความสำคัญเทียบเท่ากับความเป็นไปได้ทางเทคนิคและการเงิน
– คำตัดสินนี้อาจสร้างบรรทัดฐานที่น่ากังวลในสหราชอาณาจักร ซึ่งบ่งชี้ว่าแม้จะใช้เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและปฏิบัติตามแนวทางระดับชาติ แต่โครงการก็ยังสามารถถูกระงับได้จากความเสี่ยงที่ถูกรับรู้ (perceived risk) สิ่งนี้อาจบีบให้ผู้พัฒนาต้องนำเสนอ ‘หลักฐานที่หนักแน่นยิ่งขึ้น’ เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริงที่ครอบคลุมขึ้น การใช้พื้นที่โครงการที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ และการออกแบบระบบควบคุมมลพิษที่ซับซ้อนขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ต้นทุนและความซับซ้อนของโครงการเพิ่มขึ้น

ที่มา: pv magazine Global, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : โรมาเนียเปิดตัวโครงการสนับสนุน BESS มูลค่ากว่า 226 ล้านยูโร เพื่อรับมือความท้าทายจากพลังงานแสงอาทิตย์

รายละเอียด:

  • รัฐบาลโรมาเนียประกาศแผนสนับสนุนระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (BESS) 2 โครงการ ได้แก่ งบประมาณ 150 ล้านยูโรสำหรับโครงการ BESS แบบติดตั้งเดี่ยว (standalone) โดยมีเป้าหมาย 2.17 GWh และงบประมาณ 76.2 ล้านยูโรสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer) ที่มีอยู่เดิมเพื่อติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานเพิ่มเติม
  • นายกรัฐมนตรีรักษาการ Ilie Bolojan ระบุว่าการขยายตัวของพลังงานแสงอาทิตย์โดยไม่มีระบบกักเก็บพลังงานจะส่งผลเสียต่อระบบไฟฟ้า และเสนอให้การติดตั้งแบตเตอรี่เป็นข้อบังคับสำหรับ Prosumer รายใหม่ในอนาคต
  • นโยบายนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหากำลังการผลิตไฟฟ้าล้นเกินในช่วงกลางวันจนทำให้ราคาติดลบ สวนทางกับช่วงเย็นที่ไฟฟ้าขาดแคลนและต้องนำเข้าราคาแพง

ผลกระทบ:

– การเคลื่อนไหวของโรมาเนียสะท้อนถึงแนวโน้มทั่วยุโรปที่รัฐบาลต่างๆ ตระหนักว่าการอุดหนุนเพียงแค่การผลิตพลังงานหมุนเวียนนั้นไม่เพียงพอ แต่ต้องส่งเสริมนโยบาย ‘คลื่นลูกที่สอง’ ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีสนับสนุน (enabling technologies) อย่างระบบกักเก็บพลังงาน
– ข้อเสนอให้การติดตั้งแบตเตอรี่เป็นภาคบังคับสำหรับ Prosumer ถือเป็นสัญญาณเชิงนโยบายที่สำคัญ ซึ่งอาจเป็นการผลักภาระการรักษาเสถียรภาพของกริดจากส่วนกลางไปยังหน่วยผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (distributed resources) โมเดลนี้อาจเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นที่กำลังเผชิญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ Prosumer นำไปพิจารณา
– การจัดสรรงบประมาณเพื่อประมูลโครงการ BESS แบบติดตั้งเดี่ยวโดยเฉพาะ เป็นการยอมรับว่าระบบกักเก็บพลังงานคือสินทรัพย์ประเภทหนึ่งในระบบไฟฟ้า (distinct asset class) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะช่วยสร้างเส้นทางการลงทุนที่ชัดเจนสำหรับนักพัฒนาโครงการขนาดใหญ่

ที่มา: Balkan Green Energy News, 20 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : เยอรมนีจัดสรรกำลังการผลิตโซลาร์ฟาร์ม 2.1 GW ผ่านการประมูลครั้งล่าสุด ราคาต่ำสุดอยู่ที่ €0.043/kWh

รายละเอียด:

  • หน่วยงานกำกับดูแลโครงข่ายของเยอรมนี (Bundesnetzagentur) ได้ประกาศผลการประมูลโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ (utility-scale) โดยจัดสรรกำลังการผลิตไปทั้งสิ้น 2,135 MW จากผู้ชนะการประมูล 261 ราย
  • การประมูลครั้งนี้มีผู้สนใจยื่นข้อเสนอเกินกว่าปริมาณที่เปิดรับ (oversubscribed) โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 0.0479 ยูโรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง และมีช่วงราคาที่แคบมากระหว่าง 0.0438 ถึง 0.0497 ยูโรต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยรัฐบาวาเรียเป็นพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรกำลังการผลิตมากที่สุด

ผลกระทบ:

– ผลการประมูลในเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตเต็มที่ที่สุดในยุโรป แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ที่ยังคงแข็งแกร่ง การที่มีผู้ยื่นข้อเสนอเกินกว่าเป้าหมายสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักพัฒนาและจำนวนโครงการที่พร้อมพัฒนาจำนวนมาก แม้จะมีความท้าทายด้านอัตราดอกเบี้ยและห่วงโซ่อุปทาน
– ช่วงราคาประมูลที่ต่ำและแคบสะท้อนถึงตลาดที่มีการแข่งขันสูงและเติบโตเต็มที่ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถประเมินต้นทุนและความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลนี้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน (benchmark) ที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ที่กำลังวางแผนจัดการประมูลพลังงานหมุนเวียน
– ผลลัพธ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ากลไกการประมูลที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถส่งมอบพลังงานสะอาดในปริมาณมากด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก และเป็นกระดูกสันหลังของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน นอกจากนี้ การกระจุกตัวของโครงการที่ชนะในรัฐบาวาเรียยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความพร้อมด้านที่ดินและนโยบายการวางผังเมืองในระดับท้องถิ่นที่มีผลต่อการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนในระดับประเทศ

ที่มา: pv magazine Global, 18 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • กลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งรวมถึงจีน อินเดีย และรัสเซีย ออกแถลงการณ์ร่วมคัดค้านมาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป โดยระบุว่าเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าและลงโทษเพียงฝ่ายเดียว
  • คลื่นความร้อนและภัยแล้งในยุโรปส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตร และยังส่งผลต่อระบบไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฝรั่งเศสและฮังการีต้องลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำที่ใช้หล่อเย็นลดต่ำลง
  • เยอรมนีเผชิญความท้าทายใหม่หลังการเติบโตอย่างรวดเร็วของพลังงานหมุนเวียน คือการเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Access) กลายเป็นทรัพยากรที่หายากและเป็นคอขวดสำคัญของการพัฒนาโครงการ
  • บทวิเคราะห์จากสหราชอาณาจักรระบุถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (LDES) เพื่อรองรับความผันผวนของพลังงานลมและแสงอาทิตย์ โดยรัฐบาลได้เริ่มกลไกสนับสนุนผ่านโครงการ ‘cap-and-floor’
  • ความกังวลด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยที่เกิดจากระบบโซลาร์เซลล์ในสหราชอาณาจักรกำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยผลสำรวจชี้ว่าสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากสายไฟและข้อต่อฝั่งไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน

Tags:

การไฟฟ้าจีนนายกรัฐมนตรีพลังงานลมพลังงานแสงอาทิตย์
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

Next

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • August 22, 2026 by KYP-Editorial KYP Weekly: ดาต้าเซ็นเตอร์มาเลเซีย กริดจีน และแบตเตอรี่ยุโรป
  • August 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
  • August 21, 2026 by คนชนกระแส(ไฟ) EP.17. สมรภูมิแย่งชิงทรัพยากร: ดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ กับความมั่นคงน้ำ-ไฟของภาคประชาชน
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.