EP.16. นวัตกรรมไฮโดรเจนโลก: ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ผสานพลังพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิง สู่การจัดสถานะน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ในกฎหมายไทย
การเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในภาคขนส่งและโลจิสติกส์กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ แม้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle – BEV) จะตอบโจทย์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลได้ดี แต่สำหรับรถบรรทุกหนักที่ต้องขนส่งระยะไกลและรับน้ำหนักมหาศาล แบตเตอรี่แบบดั้งเดิมยังมีข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและเวลาในการชาร์จ ‘ไฮโดรเจนสีเขียว’ (Green Hydrogen) และเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell) จึงกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยุคใหม่
ความเคลื่อนไหวระดับโลกของค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ทั้งโตโยต้า วอลโว่ และเดมเลอร์ ทรัก ที่ร่วมกันจัดตั้งบริษัท cellcentric เพื่อพัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงสำหรับรถบรรทุกหนัก สะท้อนชัดว่าอุตสาหกรรมขนส่งโลกกำลังมุ่งสู่ยุคไร้มลพิษอย่างจริงจัง ในขณะที่ประเทศจีนได้ยกระดับมาตรฐานโดยใช้กฎระเบียบเชิงรุก กำหนดให้ไฮโดรเจน แอมโมเนีย และเมทานอลสีเขียว เป็นองค์ประกอบหลักในห่วงโซ่พลังงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับการวางยุทธศาสตร์พลังงานของไทย
กระทรวงพลังงานไทยกำลังเตรียมผลักดันร่างประกาศกระทรวงฯ เพื่อจัดสถานะให้ ‘ไฮโดรเจน’ เป็น ‘น้ำมันเชื้อเพลิง’ ภายใต้ พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ซึ่งดร.นวัตมองว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างระบบนิเวศพลังงานที่ชัดเจน หากรัฐบาลดำเนินการด้วยความโปร่งใสและวางมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและนักลงทุน ในการร่วมกันสร้างสถานีเติมไฮโดรเจนและอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศ
เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมไฮโดรเจน ผมขอเสนอ 3 แนวทางเชิงกลยุทธ์ดังนี้:
1. สร้าง ‘ระเบียงขนส่งสีเขียว’ (Green Logistics Corridor): ภาครัฐควรส่งเสริมการติดตั้งสถานีบริการไฮโดรเจนแรงดันสูงในจุดยุทธศาสตร์ เช่น พื้นที่ EEC เชื่อมโยงสู่ท่าเรืออุตสาหกรรม พร้อมมาตรการจูงใจที่เข้าถึงได้จริงสำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่ปรับเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกเซลล์เชื้อเพลิง
2. พัฒนาเทคโนโลยี Power-to-X เพื่อแก้ปัญหากริดไฟฟ้า: ควรพิจารณานำพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินในช่วงที่ผลิตไฟฟ้าได้มากเกินความต้องการ มาใช้ผลิตไฮโดรเจนสีเขียวเพื่อกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพและช่วยเสริมเสถียรภาพให้กับโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ
3. บูรณาการมาตรการทางภาษี: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ควรเร่งออกแบบสิทธิประโยชน์ภาษีสีเขียว (Green Tax Credit) สำหรับผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานไฮโดรเจน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกและสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมที่แข่งขันได้ในเวทีโลก
การปรับเปลี่ยนกฎหมายให้รองรับไฮโดรเจน คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับให้ไทยเป็นฐานการผลิตสีเขียวที่เข้มแข็ง นี่เป็นโอกาสที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ผ่านพ้นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และเติบโตอย่างยั่งยืนในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งอนาคต