รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 03 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจาแก้ไขสัญญาซื้อไฟฟ้าเอกชนและทบทวนแผน PDP หวังลดภาระค่าครองชีพอย่างยั่งยืน
รายละเอียด:
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (สัญญาชั่วนิรันดร์) ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) แล้วเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ทำให้การไฟฟ้าสามารถเริ่มเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญากับเอกชนได้ทันทีโดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีซ้ำ
- คณะทำงานกำลังเร่งพิจารณาทบทวนสัญญาระยะยาวที่มีอายุถึง 50 ปี ให้มีการปรับเงื่อนไขทุกๆ 10 ปี เพื่อให้สอดรับกับต้นทุนที่แท้จริงและภาวะเงินเฟ้อที่เปลี่ยนไป รวมถึงการทบทวนอัตราค่าพร้อมจ่าย (Availability Payment) เพื่อให้สะท้อนราคาซื้อขายที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่ตั้งอยู่บนฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์จริง ไม่ให้มีการสำรองไฟฟ้าเกินจำเป็น
ผลกระทบ:
– การเจรจาลดราคารับซื้อไฟฟ้าและทบทวนค่าพร้อมจ่ายจะช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าของประชาชนและภาคธุรกิจลดลงโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
– ลดความเสี่ยงของการสำรองไฟฟ้าล้นระบบซึ่งเป็นภาระต้นทุนแฝงในค่าไฟของประชาชนมาอย่างยาวนาน ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการรักษาสมดุลระหว่างการเจรจาเพื่อประโยชน์สาธารณะกับการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเสถียรภาพทางกฎหมายของไทย
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : คลื่นความร้อนในยุโรปทำแม่น้ำดานูบแห้งขีดสุด กระทบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฮังการีและโรมาเนียต้องลดกำลังผลิตไฟฟ้ายวบ
รายละเอียด:
- สภาพภูมิอากาศแปรปรวนและภัยแล้งรุนแรงในยุโรป ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ จนเผยให้เห็นซากเรือรบสมัยนาซีเยอรมนีในหลายพื้นที่ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเดินเรือและการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาน้ำในการหล่อเย็นระบบ
- โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของทั้งฮังการีและโรมาเนียที่ต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็นเครื่องปฏิกรณ์ ต้องเผชิญภาวะวิกฤต โดยฮังการีอาจต้องสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักช์ (Paks) ซึ่งผลิตไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ หลังกำลังการผลิตลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 50 ขณะที่โรมาเนียได้สั่งปิดเครื่องปฏิกรณ์แล้ว 1 เครื่อง และประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อเร่งนำเข้าไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน
ผลกระทบ:
– ปัญหาการขาดแคลนน้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานในยุโรปตะวันออกเผชิญความเสี่ยงสูง ระบบส่งไฟฟ้าต้องแบกรับภาระหนักจากการที่ต้องหันไปนำเข้าไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นร้อยละ 20 จากเครื่องปรับอากาศในช่วงอากาศร้อนจัด
– สะท้อนความเปราะบางของโรงไฟฟ้าฐาน (Baseload Power Plant) ขนาดใหญ่ภายใต้สภาวะโลกร้อน และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยที่กำลังศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ว่าจำเป็นต้องคำนึงถึงแหล่งน้ำสำรองและภัยแล้งสุดขั้วในอนาคตเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเดินระบบ
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : เกาหลีใต้เผชิญวิกฤตความร้อนทะลุ 42.5 องศาเซลเซียส สูงสุดในรอบ 100 ปี ดันยอดใช้เครื่องปรับอากาศและโหลดไฟฟ้าพุ่งสูงสถิติใหม่
รายละเอียด:
- สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้รายงานว่า เมืองยังซัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 42.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเมื่อ 100 ปีก่อน ขณะที่เมืองใหญ่อื่นๆ เช่น แดกู และปูซาน มีอุณหภูมิเฉียด 40 องศาเซลเซียสเช่นกัน จากอิทธิพลของเอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- ทางการเกาหลีใต้ต้องประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดและสั่งงดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด รวมถึงการยกเลิกการแข่งขันเบสบอลอาชีพ เนื่องจากเกรงว่าประชาชนและนักกีฬาจะได้รับอันตรายจากฮีทสโตรก
ผลกระทบ:
– ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบทำความเย็นในอาคารพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อระบบสายส่งและกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรองของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ต้นทุนค่าพลังงานและค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้นตามสภาพอากาศเดือด
– เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับโลก (Global Boiling) ที่ระบบไฟฟ้ากำลังของทุกประเทศรวมถึงไทย ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอุณหภูมิสุดขั้วที่จะทำให้เกิด Peak Demand ใหม่นอกฤดูกาล และทำให้เสถียรภาพของระบบกริดมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหากไม่มีการสำรองไฟฟ้าและบริหารจัดการโหลดอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กระแส AI และ Data Center บูมสะเทือนโครงข่ายไฟฟ้าเอเชีย-แปซิฟิก SCB EIC เตือนไทยต้องเร่งปรับตัวรับมือความเสี่ยงสายส่ง
รายละเอียด:
- นางสาวกุศลิน จารุชาต นักเศรษฐศาสตร์จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ระบุว่า การลงทุนเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ของกลุ่ม Hyperscalers ยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 7.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2569 เป็น 9.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี พ.ศ. 2570 เพื่อขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ Cloud services ทั่วโลก
- ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย ได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการเป็นห่วงโซ่อุปทานและรองรับเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลนี้ โดยไทยมีบทบาทหลักในขั้นตอนการประกอบและทดสอบชิป ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เน้นใช้แรงงานและมีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าประเทศต้นน้ำอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้
ผลกระทบ:
– ความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากโครงโครงการ Data Center ขนาดใหญ่ กำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบสายส่งไฟฟ้าในประเทศแถบเอเชีย หากโครงข่ายไฟฟ้าไม่มีความเสถียรหรือมีกำลังผลิตพลังงานสะอาดไม่เพียงพอ อาจกลายเป็นอุปสรรคในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ
– รัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งปรับปรุงระบบกริดอัจฉริยะ (Smart Grid) และเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียน เพื่อตอบสนองความต้องการของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เน้นเงื่อนไขด้าน Net Zero คาร์บอนต่ำ ซึ่งหากปรับตัวช้าจะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีสิทธิประโยชน์ดีกว่า
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ไทวัสดุ เปิดโมเดล Smart Green Retail พลิกวิกฤตต้นทุนพลังงาน มุ่งเป้าลดคาร์บอน 50,000 ตันต่อปี
รายละเอียด:
- นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล โฮม เปิดเผยผลสำเร็จของโมเดล Smart Green Retail Ecosystem ของไทวัสดุ ซึ่งเป็นการรวมเอา 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ AI Smart Energy Management, Clean Energy และ Green Logistics เข้ามาบริหารจัดการต้นทุนพลังงานภายในร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างทั้ง 91 สาขา
- ไทวัสดุได้จับมือกับ Samsung นำระบบ Smart HVAC และ AI เข้ามาปรับการทำงานของระบบปรับอากาศภายในสโตร์แบบเรียลไทม์ ลดค่าไฟได้เฉลี่ย 10% พร้อมทั้งติดตั้งระบบ Solar Rooftop ไปแล้ว 86 สาขา มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 74 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าสะอาดได้กว่า 95 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี และเริ่มใช้รถขนส่งไฟฟ้า (EV Truck) ในการจัดส่งสินค้า
ผลกระทบ:
– การลงทุนด้านพลังงานสะอาดและการใช้ AI ควบคุมโหลดไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนของบริษัทได้กว่า 400 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 50,000 ตันคาร์บอนต่อปี ถือเป็นแบบอย่างในการปรับตัวของภาคธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ภายใต้แรงกดดันจากค่าไฟฟ้าที่ผันผวนและเกณฑ์ความยั่งยืนที่เข้มงวด
– แสดงให้เห็นแนวโน้มความต้องการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self-Generation) ของภาคเอกชนผ่านระบบโซลาร์รูฟท็อปและการจัดการพลังงานอัจฉริยะที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากระบบจำหน่ายหลักลดลงในอนาคต ท้าทายโมเดลธุรกิจของรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าไทย
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : มท. ปรับผังเมืองรวมนครปฐมฉบับใหม่ ปลดล็อกพื้นที่เกษตรกรรมผุดโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์
รายละเอียด:
- กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เสนอร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครปฐม เพื่อแก้ไขข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดรับกับนโยบายการพัฒนาประเทศด้านคมนาคมและพลังงานสะอาด เพื่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
- ร่างกฎกระทรวงฉบับใหม่นี้ได้ยกเลิกข้อห้ามเดิมในที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) ทำให้สามารถดำเนินโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ได้ และเปิดทางให้ที่ดินทุกประเภทใช้เพื่อกิจการสาธารณูปโภครองรับโครงการทางหลวงพิเศษ M4 ได้
ผลกระทบ:
– การแก้ไขผังเมืองนี้จะช่วยปลดล็อกการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดนครปฐม ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดและเพิ่มสัดส่วนกำลังผลิตไฟฟ้าสีเขียวใกล้ศูนย์กลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคกลางของประเทศ
– ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานทดแทนของภาครัฐและเอกชน แต่อาจนำมาซึ่งประเด็นความท้าทายในการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการใช้พื้นที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมที่ต้องมีการควบคุมดูแลอย่างรอบคอบ
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : กฟน. แจ้งงดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อบำรุงรักษาระบบและเปลี่ยนถ่ายระบบสายส่งใต้ดินในเขตกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ
รายละเอียด:
- การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศความจำเป็นในการของดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในพื้นที่บางจุดของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
- การบำรุงรักษาครั้งนี้ครอบคลุมการติดตั้งอุปกรณ์เสริมความมั่นคงระบบกริด และการดำเนินโครงการเปลี่ยนถ่ายระบบสายส่งไฟฟ้าจากสายอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่สำคัญ เช่น ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9, ถนนศรีนครินทร์, ถนนรามคำแหง, ถนนสุขุมวิท, ถนนสุวินทวงศ์ และพื้นที่บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ
ผลกระทบ:
– ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอาจเผชิญภาวะไฟฟ้าดับชั่วคราวในช่วงเวลาทำงาน (ประมาณ 08.30 น. – 15.30 น.) จึงต้องมีการเตรียมระบบสำรองไฟฟ้าเพื่อป้องกันความเสียหายต่ออุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบสื่อสาร
– ในระยะยาว การปรับปรุงระบบบำรุงรักษาสายส่งและการเปลี่ยนไปใช้ระบบสายใต้ดินจะช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในเขตเมืองหลวง ลดปัญหาไฟฟ้าดับจากภัยธรรมชาติและอุบัติเหตุ ตลอดจนเสริมทัศนียภาพและความปลอดภัยให้เหมาะสมกับเมืองอัจฉริยะ
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โครงการก่อสร้างท่าอวกาศยาน (Spaceport) ในไทยเผชิญข้อจำกัดด้านน่านฟ้าและการคมนาคมหนาแน่น รวมถึงความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากการตกของชิ้นส่วนจรวด โดยผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ไทยผันตัวไปทำศูนย์ทดสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมอวกาศแทนเพื่อการคืนทุนที่เร็วกว่า
- กระทรวงพลังงาน และ กฟผ. ร่วมสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์รักสร้างสรรค์สังคมเรื่อง “Her in Frame เธอในภาพนั้น” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเปิดให้ประชาชนจองตั๋วเข้าชมฟรีในวันที่ 22-23 ส.ค. 2569 ทาง Ticketmelon
- สวนดุสิตโพล เผยประชาชนยังคงให้ความสนใจและตั้งความหวังกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของกระทรวงพลังงานเป็นอันดับที่ 4 ของกระทรวงทั้งหมด เพื่อมุ่งหวังให้รัฐบาลเร่งจัดการแก้ไขปัญหาค่าพลังงานและค่าไฟฟ้าแพงที่เป็นต้นทุนค่าครองชีพ
- ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ผันผวนหนักจากการประเมินมูลค่าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รอบใหม่ หลัง SK hynix ผงาดแซง Samsung ขึ้นแท่นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ในวงการชิป AI (HBM3E) ร่วมกับ Nvidia และ TSMC ด้วยนวัตกรรมการระบายความร้อนที่ล้ำหน้ากว่า
- หุ้นกลุ่มพัฒนาโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ GPSC พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งโดยปรับตัวขึ้นกว่าร้อยละ 72.5 จากจุดต่ำสุดในรอบปี รับผลดีจากมาร์จิ้นโรงไฟฟ้า SPP ที่ปรับตัวดีขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง และแนวโน้มความต้องการไฟฟ้าสีเขียวจากกลุ่ม Data Center