รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 25-Jul-2026 ถึง 31-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : Elia Group และ CPP Investments เข้าซื้อกิจการโครงการสายส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศ Tarchon ที่เชื่อมระหว่างสหราชอาณาจักรและเยอรมนี
รายละเอียด:
- Elia Group ผ่านบริษัทในเครือ WindGrid และ Canada Pension Plan Investment Board (CPP Investments) ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าซื้อโครงการสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างประเทศ (Interconnector) ที่ชื่อว่า Tarchon ซึ่งเป็นสายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงสูง (HVDC) ใต้ทะเลขนาด 1.4 GW ที่จะเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของสหราชอาณาจักรและเยอรมนี
- การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ CPP Investments จะถือหุ้นส่วนใหญ่ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์แคนาดา ส่วน Elia Group ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่ง (TSO) รายใหญ่ของเบลเยียมและเยอรมนี จะถือหุ้นส่วนน้อย 25% โดยโครงการนี้ซื้อมาจาก Copenhagen Infrastructure Partners
- โครงการ Tarchon มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการไหลของไฟฟ้าข้ามพรมแดน เพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และสนับสนุนการรวมพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานลมจากทะเลเหนือ เข้าสู่ระบบไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการขออนุมัติตามกฎระเบียบของทั้งสองประเทศ
ผลกระทบ:
การลงทุนในโครงการสายส่งเชื่อมโยงระหว่างประเทศขนาดใหญ่สะท้อนถึงแนวโน้มการรวมตลาดพลังงานยุโรป (European energy market integration) ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม โดยเฉพาะการจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน โดยการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดนจะช่วยให้สามารถนำไฟฟ้าจากแหล่งผลิตที่มีต้นทุนต่ำ (เช่น พลังงานลมในทะเลเหนือ) ไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูงได้
โครงการนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับกิจการไฟฟ้าในการมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่นอกเหนือจากการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแบบดั้งเดิม โดยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่ง (Transmission Infrastructure) โดยเฉพาะสายส่งระหว่างประเทศ ถือเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และการสร้างสมดุลของระบบไฟฟ้าในอนาคต
ที่มา: Power Technology, 30 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : TenneT มอบสัญญาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้า HVDC นอกชายฝั่งแก่ Hitachi Energy และ L&T เพื่อรองรับไฟฟ้า 4 GW จากทะเลเหนือ
รายละเอียด:
- TenneT ผู้ประกอบการระบบส่งไฟฟ้า (TSO) ของเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ได้มอบสัญญาโครงการเชื่อมโยงโครงข่ายไฟฟ้ากระแสตรงแรงสูง (HVDC) ใหม่ 2 โครงการ ได้แก่ Nederwiek3 ในเนเธอร์แลนด์ และ LanWin5 ในเยอรมนี ให้กับกลุ่มบริษัท Hitachi Energy และ Larsen & Toubro (L&T)
- ทั้งสองโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกรอบความร่วมมือระยะยาว โดยมีกำลังการผลิตรวม 4 GW (โครงการละ 2 GW) เพื่อส่งไฟฟ้าจากกังหันลมนอกชายฝั่งในทะเลเหนือเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าบนบกของทั้งสองประเทศ ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพียงพอสำหรับ 4 ล้านครัวเรือน
- โครงการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม 2GW ของ TenneT ที่มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้าในยุโรป โดยจะใช้เทคโนโลยี HVDC Light ของ Hitachi Energy สำหรับการแปลงและส่งกำลังไฟฟ้า ขณะที่ L&T จะรับผิดชอบด้านวิศวกรรม การจัดหา การก่อสร้าง และการติดตั้งสถานีแปลงไฟฟ้า (Converter Platform) นอกชายฝั่ง
ผลกระทบ:
การใช้เทคโนโลยี HVDC ขนาด 2 GW ต่อโครงการ สะท้อนถึงความท้าทายทางเทคนิคในการรวมพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่เข้ากับระบบไฟฟ้าบนบก เทคโนโลยี HVDC มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลโดยมีการสูญเสียน้อย และช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าเมื่อต้องรับมือกับแหล่งพลังงานที่มีความผันผวนสูง
รูปแบบความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (Hitachi Energy) และบริษัทวิศวกรรมและก่อสร้างขนาดใหญ่ (L&T) ภายใต้กรอบสัญญาระยะยาวกับ TSO (TenneT) เป็นโมเดลที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินโครงการให้เร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: Power Technology, 29 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : เยอรมนีสร้างประวัติศาสตร์: พลังงานลมและแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้าแซงหน้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นครั้งแรก
รายละเอียด:
- จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ Energy Institute โดย Carbon Brief พบว่าในปี 2568 การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์ในเยอรมนีมีปริมาณสูงกว่าการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิลทุกชนิดรวมกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- พลังงานลมและแสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้ารวมกันได้ 225 เทราวัตต์-ชั่วโมง (TWh) คิดเป็นสัดส่วน 44% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ในขณะที่เชื้อเพลิงฟอสซิล (ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ) ผลิตได้ 217 TWh หรือคิดเป็นสัดส่วน 43%
- ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากนโยบายการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หรือ Energiewende ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องกว่าสองทศวรรษ ซึ่งส่งผลให้เยอรมนีก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน แม้จะมีการทยอยปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และถ่านหินไปพร้อมกัน
ผลกระทบ:
เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในยุโรป แสดงให้เห็นว่าระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก (Variable Renewable Energy – VRE) สามารถเป็นจริงได้ในประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้สร้างความท้าทายใหม่ให้กับระบบไฟฟ้าอย่างมหาศาล โดยเฉพาะความต้องการโรงไฟฟ้าที่ยืดหยุ่น (Flexible Generation) เช่น โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบในช่วงที่ลมและแสงอาทิตย์ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้
การที่ VRE กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าหลัก จะกดดันให้เกิดการปฏิรูปตลาดไฟฟ้า (Market Reform) เพื่อให้โครงสร้างราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและส่งสัญญาณการลงทุนที่ถูกต้องไปยังสินทรัพย์ที่จำเป็นต่อความยืดหยุ่นของระบบ เช่น BESS และ Demand Response ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังเดินตามรอยการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ที่มา: Carbon Brief, 28 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : Ofgem เสนอแนวทางใหม่ กำหนดให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ต้องวางหลักประกันทางการเงินเพื่อขอเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าในสหราชอาณาจักร
รายละเอียด:
- Ofgem ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการพลังงานของสหราชอาณาจักร กำลังเสนอข้อบังคับใหม่เพื่อแก้ปัญหาคิวการขอเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่ยาวนาน โดยมีเป้าหมายเพื่อคัดกรองโครงการศูนย์ข้อมูลที่มีลักษณะเก็งกำไร (Speculative Datacentre Projects) ออกไป
- ข้อเสนอใหม่นี้จะกำหนดให้โครงการศูนย์ข้อมูลต้องวางหลักประกันทางการเงินจำนวนมาก เช่น ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า, หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร, หรือเงินสดค้ำประกัน เพื่อยืนยันความตั้งใจจริงในการพัฒนาโครงการ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ความคืบหน้าของโครงการที่เข้มงวดขึ้น
- หากโครงการไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ อาจมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียทั้งลำดับในคิวการเชื่อมต่อและเงินหลักประกัน ซึ่งมาตรการนี้ออกมาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อโครงข่ายไฟฟ้าที่แออัดอยู่แล้ว
ผลกระทบ:
ประเด็นนี้สะท้อนถึงความท้าทายระดับโลกที่ผู้ประกอบการระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า (TSO/DSO) กำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโหลดขนาดใหญ่ (Large Loads) เช่น AI Data Center ซึ่งการบริหารจัดการคิวการเชื่อมต่อ (Connection Queue) กลายเป็นปัญหาคอขวดที่สำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
แนวทางของ Ofgem อาจเป็นต้นแบบให้หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นๆ นำไปปรับใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานของระบบไฟฟ้าที่จำกัด จะถูกจัดสรรให้กับโครงการที่มีความพร้อมและจำเป็นจริงๆ ซึ่งจะผลักดันให้ผู้พัฒนาโครงการต้องมีการวางแผนทางการเงินและทางเทคนิคที่รัดกุมยิ่งขึ้นก่อนยื่นขอเชื่อมต่อ และอาจส่งผลให้เกิดโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในการจัดหาพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ
ที่มา: Carbon Brief, 29 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดตัวแผนปฏิบัติการการใช้ไฟฟ้า (Electrification Action Plan) ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าเป็นสองเท่าภายในปี 2583
รายละเอียด:
- คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวแผนปฏิบัติการเพื่อผลักดันการใช้ไฟฟ้า (Electrification Action Plan) โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคพลังงานทั้งหมดของยุโรปจาก 23% ในปัจจุบัน เป็น 46% ภายในปี 2583 (ค.ศ. 2040)
- แผนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึง 2.6 แสนล้านยูโรต่อปี ลดต้นทุนด้านพลังงานสำหรับภาคครัวเรือนและธุรกิจ และสร้างงานใหม่หลายแสนตำแหน่ง โดยจะมุ่งเน้นการสนับสนุนการเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าในภาคส่วนต่างๆ เช่น การทำความร้อนและการขนส่ง
- มาตรการสำคัญประกอบด้วยการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าในระดับท้องถิ่น (Local Grids), การขยายโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า, การส่งเสริมระบบทำความร้อนจากพลังงานหมุนเวียน และการใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น Social Climate Fund เพื่อลดต้นทุนเริ่มต้นสำหรับผู้บริโภค
ผลกระทบ:
การเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าเป็นสองเท่าในระยะเวลาไม่ถึง 20 ปี จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงข่ายไฟฟ้าทั้งในระดับสายส่ง (Transmission) และสายจำหน่าย (Distribution) ทำให้การลงทุนเพื่อปรับปรุงและขยายโครงข่าย (Grid Modernization) กลายเป็นวาระเร่งด่วนที่สุดของกลุ่มประเทศสมาชิก EU
แผนนี้จะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจของบริษัทสาธารณูปโภค (Utility) จากเดิมที่เน้นการขายพลังงาน (kWh) ไปสู่การให้บริการด้านพลังงานที่หลากหลายขึ้น เช่น การบริหารจัดการพลังงาน, การให้บริการด้านความยืดหยุ่นของระบบ (Flexibility Services) และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Infrastructure) เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและซับซ้อนกว่าเดิม
ที่มา: European Commission, 29 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : ผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม Energy Community เสี่ยงสูญเสียรายได้จากอุปสรรคในการปฏิบัติตามเกณฑ์ CBAM
รายละเอียด:
- รายงานฉบับที่สองของ Energy Community Secretariat ระบุว่าผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและนักพัฒนาโครงการในกลุ่มประเทศสมาชิก Energy Community (ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคบอลข่านตะวันตก) กำลังเผชิญกับความท้าทายในการปฏิบัติตามเงื่อนไขของมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของสหภาพยุโรป
- อุปสรรคสำคัญคือการพิสูจน์ค่าการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริง (Actual Emission Values) ว่าเป็นศูนย์ เนื่องจากผู้ตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง (Accredited CBAM verifiers) จะยังไม่พร้อมให้บริการจนถึงปลายปี 2569 หรือต้นปี 2570 ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน
- นอกจากนี้ กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของ CBAM เกี่ยวกับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ยังจำกัดความยืดหยุ่นในการทำสัญญา และสร้างความเสี่ยงทางการเงินที่ไม่คาดคิดให้กับผู้พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่ต้องการส่งออกไฟฟ้าไปยังตลาด EU
ผลกระทบ:
ประเด็นนี้ชี้ให้เห็นถึงความซับซ้อนในทางปฏิบัติของนโยบาย CBAM ซึ่งแม้จะมีเจตนาที่ดีในการส่งเสริมการลดคาร์บอน แต่กลับสร้างอุปสรรคทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของโครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศนอก EU ซึ่งอาจชะลอการลงทุนในพลังงานสะอาดในภูมิภาคดังกล่าว
กรณีศึกษานี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศนอก EU ที่มีการค้าพลังงานกับยุโรป ถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบภายในประเทศ ระบบการตรวจวัดและรับรองค่าคาร์บอน (MRV) รวมถึงการเจรจาทำความเข้าใจกับ EU เพื่อลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรการ CBAM อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
ที่มา: Balkan Green Energy News, 30 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Varta ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของเยอรมนี ยื่นขอล้มละลายภายใต้การบริหารจัดการตนเอง
รายละเอียด:
- Varta AG ผู้ผลิตแบตเตอรี่สัญชาติเยอรมัน ได้ยื่นขอล้มละลายภายใต้การบริหารจัดการตนเอง (Self-administered insolvency) ต่อศาลแขวงสตุตการ์ต ซึ่งกระบวนการนี้ครอบคลุมถึงธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโซลาร์เซลล์และระบบบริหารจัดการพลังงานของบริษัท
- บริษัทให้เหตุผลว่าการยื่นล้มละลายเกิดจากสภาวะตลาดที่ย่ำแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ความต้องการที่ลดลง ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และการที่ลูกค้ารายสำคัญ (คาดว่าเป็น Apple) ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลให้เกิดช่องว่างทางการเงินในระดับโครงสร้าง
- Varta ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปโดยไม่มีข้อจำกัดภายใต้กระบวนการล้มละลาย โดยการผลิต การบริการ และการส่งมอบสินค้าจะดำเนินต่อไปตามกฎหมายล้มละลายที่เกี่ยวข้อง และพนักงานประมาณ 3,300 คนจะยังคงได้รับค่าจ้างตามปกติ
ผลกระทบ:
กรณีของ Varta สะท้อนถึงแรงกดดันมหาศาลในตลาดแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานในยุโรป ซึ่งมีการแข่งขันด้านราคาสูง โดยเฉพาะจากผู้ผลิตในเอเชีย แม้ว่า Varta จะเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพและเทคโนโลยี แต่ก็ไม่สามารถทนต่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของยุโรปเกี่ยวกับความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และความท้าทายในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันกับผู้ผลิตจากภูมิภาคอื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานและการพึ่งพาตนเองของยุโรปในระยะยาว
ที่มา: pv magazine Global, 29 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Enexis ผู้ประกอบการระบบจำหน่ายไฟฟ้าของเนเธอร์แลนด์ ได้รับเงินกู้ 500 ล้านยูโรจากธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) เพื่อใช้ในโครงการขยายและเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายไฟฟ้าในปี 2569
- ตลาดโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยในฝรั่งเศสเผชิญภาวะตกต่ำอย่างรุนแรงในปี 2568 โดยปริมาณการติดตั้งลดลงอย่างมาก หลังจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและอัตราค่าไฟฟ้า (Feed-in Tariff) ที่ลดการสนับสนุนลง
- เซอร์เบียได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์กับ Électricité de France (EDF) และธนาคารเพื่อการพัฒนาของฝรั่งเศส (AFD) เพื่อวางรากฐานการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ในประเทศ
- วิกฤตการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กระตุ้นให้ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่สองของปี 2569 สวนทางกับยอดขายรถยนต์โดยรวมที่ลดลง ตามรายงานของ IEA
- ACCIONA Energía บริษัทพลังงานหมุนเวียนของสเปน ได้ขายพอร์ตฟาร์มกังหันลมกำลังการผลิตรวม 361 เมกะวัตต์ให้กับ Galp ของโปรตุเกส มูลค่า 432 ล้านยูโร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การหมุนเวียนสินทรัพย์ของบริษัท