Skip to content
  • Facebook
  • Youtube
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP ENERGY NEWS BY KYP
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
  • KYP Insights
    • Think Tank
    • Grid Watch
    • Shock Circuit
  • Thailand Energy
    • Daily News
    • Weekly Analysis
  • Global Weekly
    • ASEAN
    • Australia
    • China
    • EU & UK
    • Japan & Korea
    • USA
  • Active Public Hearings
  • About Us
Subscribe
Close

Search

Australia

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 11-Jul-2026 ถึง 17-Jul-2026

By KYP-Editorial
July 17, 2026 3 Min Read
0

ประเด็นข่าวที่ 1 : รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมออกกฎหมายบังคับให้ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่จัดหาพลังงานสะอาดใหม่ด้วยตนเอง

รายละเอียด:

  • นายกรัฐมนตรี Anthony Albanese แห่งออสเตรเลีย ได้ประกาศแนวทางนโยบายใหม่สำหรับอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีสาระสำคัญคือการสร้างข้อผูกพันทางกฎหมายให้ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่รุ่นใหม่ต้องเป็นผู้รับประกันการจัดหาแหล่งพลังงานใหม่ (underwrite new power supply) เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้ามหาศาลของตนเอง
  • ข้อบังคับนี้ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายในช่วงต้นปี พ.ศ. 2570 กำหนดให้ศูนย์ข้อมูลต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Connection) อย่างเต็มส่วน และต้องจ่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบโครงข่ายอย่างน้อยเท่ากับปริมาณที่ใช้ไป (net-generators) โดยการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ
  • นอกจากนี้ นโยบายยังครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ โดยกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลต้องลดการใช้น้ำให้เหลือน้อยที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้สูงสุด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ

ผลกระทบ:

– การกำหนดให้ศูนย์ข้อมูลเป็น ‘Net-Generator’ ถือเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่เปลี่ยนภาระการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจากผู้บริโภคทั่วไปมาสู่ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่โดยตรง โมเดลนี้อาจกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ (BESS) ที่ดำเนินการโดยภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดภาระของภาครัฐและผู้ให้บริการสาธารณูปโภค (Utility)

– นโยบายนี้สะท้อนถึงความท้าทายระดับโลกในการบริหารจัดการโหลดไฟฟ้าขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็วจากอุตสาหกรรม AI ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ในการวางกรอบนโยบายเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเทคโนโลยีและการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานและราคาไฟฟ้า การเชื่อมโยงการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลเข้ากับภาระผูกพันด้านพลังงานและน้ำอย่างครบวงจรเป็นแนวทางเชิงรุกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ที่มา:

PV Magazine Australia, ABC News, RenewEconomy, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 2 : รายงาน GenCost 2025-26 ชี้แบตเตอรี่ BESS มีต้นทุนต่ำกว่าโรงไฟฟ้าก๊าซสำหรับรองรับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด

รายละเอียด:

  • รายงาน GenCost ฉบับล่าสุด ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง CSIRO (องค์การวิจัยวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือจักรภพ) และ AEMO (ผู้ดำเนินการตลาดพลังงานแห่งออสเตรเลีย) ยืนยันว่าพลังงานหมุนเวียนที่สนับสนุนโดยระบบกักเก็บพลังงานยังคงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำที่สุดสำหรับระบบไฟฟ้าของออสเตรเลียเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
  • รายงานฉบับนี้พบว่าต้นทุนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ต้นทุนเทคโนโลยีกังหันก๊าซ (Gas Turbine) กลับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการไฟฟ้ามหาศาลจากศูนย์ข้อมูลในสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้แบตเตอรี่กลายเป็นเทคโนโลยีทางเลือกหลักสำหรับสร้างความยืดหยุ่น (Flexible Generation) ให้กับระบบไฟฟ้าในระยะสั้น
  • การขยายตัวของแบตเตอรี่ BESS กำลังเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบของตลาดไฟฟ้า โดยสามารถแข่งขันกับโรงไฟฟ้าก๊าซแบบพีคเกอร์ (Gas Peaking Generation) ได้โดยตรง และมีส่วนช่วยลดราคาไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูงสุดในตอนเย็น (Evening Peak) แม้ว่าโรงไฟฟ้าก๊าซจะยังมีบทบาทสำคัญอยู่ แต่คาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 3-7% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2593

ผลกระทบ:

– การค้นพบนี้เป็นการยืนยันจุดเปลี่ยนสำคัญทางเศรษฐศาสตร์พลังงาน ที่ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) สามารถแข่งขันด้านต้นทุนกับโรงไฟฟ้าฟอสซิลแบบดั้งเดิมได้แล้วในตลาดบริการเสริมความมั่นคง (Ancillary Services) และการผลิตไฟฟ้าช่วงพีค ซึ่งจะส่งผลให้การวางแผนขยายกำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan) ต้องพิจารณา BESS เป็นทางเลือกหลักแทนที่โรงไฟฟ้าก๊าซพีคเกอร์มากขึ้น

– แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสำหรับสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซเดิมที่อาจกลายเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ (Stranded Assets) เร็วกว่าที่คาด และยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในการสร้างโมเดลธุรกิจแบบผสมผสาน (Hybrid) ระหว่าง Solar/Wind และ BESS ซึ่งมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจยิ่งขึ้นในโครงสร้างตลาดไฟฟ้าปัจจุบัน

ที่มา:

PV Magazine Australia, ABC News, RenewEconomy, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 3 : AEMC ออกกฎใหม่เพื่อเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลระบบจำหน่ายไฟฟ้าและการบริหารจัดการทรัพยากรพลังงานของผู้บริโภค (CER)

รายละเอียด:

  • คณะกรรมาธิการตลาดพลังงานแห่งออสเตรเลีย (AEMC) ได้ประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ ‘Enhancing Network Distribution Planning & Reporting’ เพื่อปรับปรุงการวางแผนและรายงานข้อมูลของระบบโครงข่ายจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Network) ให้ทันต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของทรัพยากรพลังงานของผู้บริโภค (Consumer Energy Resources – CER) เช่น โซลาร์รูฟท็อปและแบตเตอรี่ครัวเรือน
  • กฎใหม่นี้กำหนดให้ผู้ให้บริการระบบโครงข่ายจำหน่าย (DNSPs) ต้องจัดทำและเผยแพร่แผนพัฒนาระบบโครงข่ายจำหน่าย (Distribution Network Development Plan – DNDP) ที่มีกรอบเวลากว้างถึง 20 ปี และต้องรายงานข้อมูลระบบโครงข่ายอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลในระดับแรงดันไฟฟ้าต่ำที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภค
  • เป้าหมายหลักของกฎระเบียบนี้คือการ ‘ทำให้สิ่งที่มองไม่เห็น สามารถมองเห็นได้’ (making the invisible visible) เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภค นักลงทุน และผู้ให้บริการด้านพลังงาน สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับข้อจำกัดของระบบโครงข่ายและโอกาสในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกคุณค่าของ CER และสนับสนุนการแข่งขันในตลาดบริการใหม่ๆ

ผลกระทบ:

– กฎระเบียบนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูประบบโครงข่ายไฟฟ้าสู่ยุคดิจิทัล (Grid Modernization) โดยเปลี่ยนบทบาทของ DNSPs จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ดูแลสินทรัพย์เชิงรับ ไปสู่การเป็นผู้ดำเนินการระบบจำหน่าย (Distribution System Operator – DSO) ที่ต้องบริหารจัดการการไหลของไฟฟ้าสองทิศทางอย่างมีประสิทธิภาพ

– ความโปร่งใสของข้อมูลที่เพิ่มขึ้นจะเปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจและบริการใหม่ๆ เช่น Virtual Power Plants (VPPs), การตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) และการเลือกพื้นที่ติดตั้งแบตเตอรี่ชุมชน (Community Batteries) ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการลงทุนขยายโครงข่ายแบบดั้งเดิมที่มีราคาสูง และท้ายที่สุดจะส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าของผู้บริโภคโดยรวม

ที่มา:

RenewEconomy, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 4 : Transgrid ปรับแผนเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ โดยเพิ่มบทบาทของแบตเตอรี่แบบ Grid-Forming

รายละเอียด:

  • Transgrid ผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้ปรับปรุงแผนการจัดหาบริการเสริมความมั่นคงด้านกำลังไฟฟ้า (System Strength) เพื่อรองรับการทยอยปลดระวางของโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยจะเพิ่มสัดส่วนการใช้งานแบตเตอรี่ BESS ที่มีเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์แบบ Grid-Forming มากขึ้น
  • เดิมที Transgrid วางแผนจะใช้ซิงโครนัสคอนเดนเซอร์ (Synchronous Condensers) เป็นหลัก แต่เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการจัดส่ง ประกอบกับเทคโนโลยี Grid-Forming Inverter ในแบตเตอรี่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพ ทำให้ Transgrid ปรับแผนโดยลดจำนวนซิงโครนัสคอนเดนเซอร์จาก 10 เครื่องเหลือ 8 เครื่อง และเปิดทางให้แบตเตอรี่ Grid-Forming เข้ามามีบทบาทในการรักษาระดับความมั่นคงขั้นต่ำของระบบ (Minimum-level portfolio)
  • Transgrid ตั้งเป้าที่จะจัดหาแบตเตอรี่ Grid-Forming ขนาด 900 MW ภายในช่วงต้นทศวรรษ 2573 เพิ่มเติมจากแผนเดิมที่ต้องการแบตเตอรี่ 5 GW เพื่อรองรับการเชื่อมต่อของพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในความสามารถทางเทคนิคของ BESS ในการให้บริการที่ซับซ้อนเทียบเท่ากับโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม

ผลกระทบ:

– การตัดสินใจของ Transgrid เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ขั้นสูงกำลังจะกลายเป็นกระแสหลักในการให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ซึ่งจะลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทเครื่องกลไฟฟ้า (Rotating Machines) แบบดั้งเดิม นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคที่สำคัญซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโดยรวมในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

– การยอมรับเทคโนโลยี Grid-Forming BESS ในระดับระบบส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้พัฒนาโครงการ และเร่งให้เกิดการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ให้บริการระบบส่งไฟฟ้า (TSO) อื่นๆ ในการประเมินทางเลือกทางเทคโนโลยีเพื่อรักษาเสถียรภาพของกริดที่มีพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งผลิตหลัก

ที่มา:

RenewEconomy, PV Magazine Australia, 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 5 : ความท้าทายในการผลักดันโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plants) แม้ครัวเรือนจะติดตั้งแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

รายละเอียด:

  • แม้ออสเตรเลียจะมีการติดตั้งแบตเตอรี่ในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการติดตั้งมากกว่า 1,000 ชุดต่อวัน แต่รายงานล่าสุดจากคณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) พบว่ามีเจ้าของแบตเตอรี่เพียง 24% เท่านั้นที่เข้าร่วมในโครงการโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP)
  • Robbie Campbell ซีอีโอของ Plico บริษัทที่ดำเนินธุรกิจ VPP ชี้ให้เห็นว่าความท้าทายหลักคือการที่ผู้ค้าปลีกไฟฟ้าพยายามนำเสนอ VPP ให้กับลูกค้าหลังจากที่พวกเขาได้ติดตั้งระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ไปแล้ว ซึ่งทำให้ข้อเสนอดูมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับการลงทุนก้อนใหญ่ที่จ่ายไปแล้ว นอกจากนี้ ความไว้วางใจในการให้บุคคลที่สามเข้ามาควบคุมสินทรัพย์ราคาแพง (แบตเตอรี่) ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
  • รายงานของ ACCC พบว่าผู้บริโภคที่เข้าร่วม VPP มีค่าไฟฟ้าต่ำกว่าผู้บริโภคทั่วไป 57–63% ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่มีโซลาร์และแบตเตอรี่แต่ไม่เข้าร่วม VPP (ประหยัด 20-52%) อย่างมีนัยสำคัญ แต่การขาดความเชื่อมั่นและข้อเสนอที่ไม่น่าดึงดูดพอ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต

ผลกระทบ:

– ประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับผู้ให้บริการด้านพลังงาน (Utility) ที่ต้องเปลี่ยนจากการขายไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่การนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร (Holistic Solution) ตั้งแต่การติดตั้ง การเงิน ไปจนถึงการบริหารจัดการพลังงานผ่าน VPP ตั้งแต่แรก เพื่อสร้างคุณค่าที่ชัดเจนและสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค

– การที่ไม่สามารถดึงทรัพยากรพลังงานของผู้บริโภค (CER) เข้ามาบริหารจัดการผ่าน VPP ได้อย่างเต็มศักยภาพ จะทำให้ระบบไฟฟ้าโดยรวมสูญเสียโอกาสในการลดต้นทุนการลงทุนในโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าสำรองมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจทำให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานมีความท้าทายและต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

ที่มา:

ABC News, RenewEconomy, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 6 : รัฐบาลนิวเซาท์เวลส์อนุมัติโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับบนพื้นที่เหมืองถ่านหินเก่าเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

รายละเอียด:

  • รัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ (NSW) ได้อนุมัติโครงการ Stratford Pumped Hydro and Solar มูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งจะพัฒนาบนพื้นที่ของเหมืองถ่านหิน Stratford ที่ปิดตัวลงแล้ว โครงการนี้ดำเนินการโดย Gloucester Coal ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Yancoal Australia
  • โครงการดังกล่าวประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydro Energy Storage – PHES) ขนาด 300 MW ที่สามารถเก็บพลังงานได้นาน 12 ชั่วโมง และฟาร์มโซลาร์ขนาด 320 MW เพื่อใช้ในการสูบน้ำขึ้นไปเก็บยังอ่างเก็บน้ำตอนบน
  • Paul Scully รัฐมนิตรีว่าการกระทรวงการวางแผนของ NSW ระบุว่าโครงการนี้เป็นโครงการ PHES แรกที่ได้รับการอนุมัติในรอบ 6 ปีนับตั้งแต่โครงการ Snowy 2.0 และคาดว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว (Long-Duration Energy Storage – LDES) ของรัฐได้ถึง 13% ภายในปี พ.ศ. 2574

ผลกระทบ:

– การอนุมัติโครงการนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านการใช้ที่ดิน (Land Transformation) จากอุตสาหกรรมฟอสซิลไปสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการฟื้นฟูพื้นที่อุตสาหกรรมเก่าและสร้างงานใหม่ในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดเหมือง

– การพัฒนาโครงการ LDES ขนาดใหญ่เช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานของออสเตรเลีย เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความผันผวนสูง การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิมของเหมือง (เช่น อ่างเก็บน้ำ) ช่วยลดต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

ที่มา:

PV Magazine Australia, RenewEconomy, ABC News, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ประเด็นข่าวที่ 7 : ท่าเรือ Newcastle ซึ่งเป็นท่าเรือถ่านหินใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ได้รับอนุมัติให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำหรับแบตเตอรี่ BESS ขนาดใหญ่

รายละเอียด:

  • ท่าเรือ Newcastle (Port of Newcastle – PON) ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นท่าเรือส่งออกถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้รับการอนุมัติให้เป็นท่าเรือแห่งแรกในรัฐที่สามารถจัดเก็บแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ (Grid-scale Li-ion batteries) ที่อาคารผู้โดยสาร Mayfield Multipurpose Terminal
  • การอนุมัตินี้ช่วยให้ท่าเรือสามารถรองรับการนำเข้าและจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์แบตเตอรี่สำหรับโครงการ BESS ที่สำคัญหลายแห่งในรัฐ NSW เช่น โครงการ Tomago Battery ของ AGL (500 MW/2,000 MWh), โครงการ Eraring Battery ของ Origin Energy (700 MW/3,160 MWh) และโครงการ Bellambi Heights BESS ของ Vena Energy (408 MW)
  • Craig Carmody ซีอีโอของ PON กล่าวว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงของท่าเรือ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาถ่านหินไปสู่การเป็นประตูสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ซึ่งรวมถึงการจัดการส่วนประกอบของกังหันลมและอุปกรณ์พลังงานสะอาดอื่นๆ

ผลกระทบ:

– การเปลี่ยนแปลงของท่าเรือ Newcastle สะท้อนให้เห็นภาพใหญ่ของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมพลังงาน จากเดิมที่เน้นการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่การนำเข้าและกระจายเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย Net Zero

– การมีศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่มีความพร้อมและได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยสำหรับการจัดเก็บ BESS จะช่วยลดความซับซ้อนและต้นทุนในการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ในออสเตรเลีย และเป็นต้นแบบสำหรับท่าเรืออุตสาหกรรมอื่นๆ ทั่วโลกในการปรับตัวเพื่อรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ที่มา:

PV Magazine Australia, RenewEconomy, 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • Fortescue เริ่มขนส่งกังหันลมขนาด 7.8 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยส่งมายังออสเตรเลีย สำหรับโครงการลมแห่งแรกของบริษัทในภูมิภาค Pilbara โดยจะใช้เทคโนโลยีการติดตั้งแบบยกตัวเอง (self-lifting) เพื่อลดต้นทุน
  • Transgrid ในรัฐ NSW ได้ปรับแผนด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้า โดยลดการพึ่งพาซิงโครนัสคอนเดนเซอร์ และเพิ่มบทบาทของแบตเตอรี่ที่มีเทคโนโลยี Grid-Forming เพื่อรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการส่งมอบอุปกรณ์
  • บริษัท Janus Electric ของออสเตรเลียขยายธุรกิจในสหรัฐอเมริกา โดยได้รับคำสั่งซื้อ 67 รายการเพื่อดัดแปลงรถบรรทุกดีเซลเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากมาตรการจูงใจของรัฐ
  • รายงานจาก Smart Energy Council เตือนว่าโครงการโรงไฟฟ้าจากขยะ (Waste-to-energy) อาจปล่อยมลพิษมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน และไม่ควรถูกจัดว่าเป็นพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานสะอาด
  • โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม Tauhei ขนาด 150 MW ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์ ได้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบโครงข่ายแห่งชาติแล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้เต็มรูปแบบในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2569

Tags:

data centerการไฟฟ้านายกรัฐมนตรีออสเตรเลียอเมริกา
Author

KYP-Editorial

Follow Me
Other Articles
Previous

รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 11-Jul-2026 ถึง 17-Jul-2026

Next

EP.13. ศึกแย่งชิงทรัพยากร: เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ AI เผชิญมาตรการคุมเข้มการใช้ไฟฟ้าและน้ำ

No Comment! Be the first one.

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

  • August 22, 2026 by KYP-Editorial KYP Weekly: ดาต้าเซ็นเตอร์มาเลเซีย กริดจีน และแบตเตอรี่ยุโรป
  • August 22, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2569
  • August 21, 2026 by คนชนกระแส(ไฟ) EP.17. สมรภูมิแย่งชิงทรัพยากร: ดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ต่างชาติ กับความมั่นคงน้ำ-ไฟของภาคประชาชน
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศทวีปออสเตรเลีย (Australia Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026
  • August 21, 2026 by KYP-Editorial รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศ EU & UK (EU&UK Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 15-Aug-2026 ถึง 21-Aug-2026

ใหม่! รวม ร่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างช่วงแสดงความคิดเห็น (Click ใน Active Public Hearings)

ใหม่! บทความเปลี่ยนค่าไฟเป็นทุน: ข้อเสนอเชิงนโยบาย “On-Bill Repayment” ปลดล็อกโซลาร์เซลล์ให้คนไทย (Click ใน KYP Insights)

Copyright 2026 — ENERGY NEWS BY KYP sponsored by Foundation of Ecological Recovery. All rights reserved.