EP.13. ศึกแย่งชิงทรัพยากร: เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ใหญ่ AI เผชิญมาตรการคุมเข้มการใช้ไฟฟ้าและน้ำ
เมื่อกลุ่มทุนเทคโนโลยีข้ามชาติพยายามผลักดันไทยให้เป็น ‘สวรรค์ของศูนย์ข้อมูล (Data Center)’ ผู้กำหนดนโยบายมักนำเสนอเพียงตัวเลขเม็ดเงินลงทุนก้อนโต แต่เบื้องหลังความอัจฉริยะของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือความจริงที่ว่าคลาวด์ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศ หากแต่ตั้งอยู่บนฐานทรัพยากรพื้นฐานของประเทศที่กำลังถูกแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา
ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เปรียบเสมือน ‘อสูรกายพลังงาน’ ที่ต้องการไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง และน้ำสะอาดมหาศาลสำหรับระบบหล่อเย็น (Cooling System) เพื่อระบายความร้อน คำถามสำคัญที่คนไทยต้องถามในยามที่วิกฤตภัยแล้งจากสภาวะซูเปอร์เอลนีโญกำลังคืบคลานเข้ามา คือเราจะยอมให้กลุ่มทุนข้ามชาติเข้ามาสูบน้ำและใช้ไฟราคาถูก โดยทิ้งภาระค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และความแห้งแล้งไว้ให้เกษตรกรและคนฐานรากแบกรับจริงหรือ?
บทเรียนจากรัฐนิวยอร์กที่ต้องระงับการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลชั่วคราว หลังการแย่งใช้ทรัพยากรผลักให้ค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นเกือบ 30% คือสัญญาณเตือนภัยที่ไทยไม่อาจมองข้าม เช่นเดียวกับออสเตรเลียที่เริ่มบังคับให้ผู้ประกอบการต้องจัดหาพลังงานสะอาดใหม่มาป้อนเข้าระบบด้วยตนเอง และควบคุมการปล่อยคลื่นความร้อนไม่ให้กระทบต่อชุมชนรอบข้าง
การที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เริ่มแยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูล พร้อมคิดเรตราคาพิเศษและเรียกหลักประกันสายส่งไฟฟ้า เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องเลิกทำหน้าที่เพียงผู้ปูพรมต้อนรับทุนข้ามชาติ แต่ต้องยกระดับข้อบังคับให้ศูนย์ข้อมูลต้องเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าสุทธิ (Net-Generator) โดยต้องร่วมลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) เพื่อป้อนกระแสไฟคืนสู่ระบบ
ในด้านทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ต้องคุมเข้มการใช้น้ำอย่างเด็ดขาด บังคับให้ใช้ระบบหมุนเวียนน้ำแบบปิด (Closed-loop System) 100% เพื่อไม่ให้แย่งชิงน้ำต้นทุนกับภาคการเกษตร และที่สำคัญที่สุด คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต้องเปิดเผยข้อมูลการจัดสรรไฟฟ้าสีเขียวอย่างโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานสะอาดของประเทศถูกผูกขาดโดยบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ จนกลายเป็นกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสของธุรกิจรายย่อย (SMEs) ในการเข้าถึงพลังงานที่เป็นธรรม