รายงานข่าวพลังงานสหรัฐฯ (USA Weekly) ประจำสัปดาห์ 11-Jul-2026 ถึง 17-Jul-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : FERC สั่งผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้าทบทวนกฎเกณฑ์การเชื่อมต่อโหลดขนาดใหญ่จากศูนย์ข้อมูล
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลพลังงานแห่งชาติ (FERC) ได้ออกคำสั่ง “Show Cause” ซึ่งเป็นคำสั่งให้ชี้แจงเหตุผล ไปยังผู้ดำเนินการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอิสระ (RTOs/ISOs) 6 แห่งทั่วสหรัฐฯ ได้แก่ PJM, MISO, SPP, CAISO, NYISO และ ISO-NE
- คำสั่งดังกล่าวให้ RTOs ชี้แจงหรือเสนอปรับปรุงแก้ไขข้อกำหนด (Tariff) ที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อโหลดขนาดใหญ่ (Large Load) ที่มีขนาดความต้องการไฟฟ้าสูงสุดเกิน 50 เมกะวัตต์ ซึ่งส่วนใหญ่คือศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโรงงานอุตสาหกรรมขั้นสูง
- FERC แสดงความต้องการที่จะเห็นกฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นความโปร่งใสของต้นทุน การจัดสรรต้นทุนการอัปเกรดระบบโครงข่ายอย่างเป็นธรรม (Cost Causation) กฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ร่วมกัน (Co-location) และการสร้างบริการส่งไฟฟ้าประเภทใหม่สำหรับโหลดที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Load)
ผลกระทบ:
- การดำเนินการของ FERC ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญ จากเดิมที่มองโหลดขนาดใหญ่เป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้าปลายทาง (Passive Customer) ไปสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในระบบ (Active Participant) โดยสร้างกรอบกติกาที่โหลดขนาดใหญ่จะได้รับการเชื่อมต่อที่รวดเร็วขึ้น แลกกับการให้ความยืดหยุ่นในการใช้ไฟฟ้า (เช่น การลดโหลดในช่วงเวลาคับขัน) และการรับผิดชอบต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม
- การสร้างมาตรฐานกลางระหว่าง RTOs จะช่วยลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนให้กับผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ต้องลงทุนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการมีโรงไฟฟ้าของตนเอง (On-site Generation) และความสามารถในการปรับลดการใช้ไฟฟ้า (Flexibility) คือหนทางที่รวดเร็วที่สุดในการเข้าถึงพลังงาน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่ผสมผสานระหว่างการใช้ไฟฟ้าและการให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้า
ที่มา:
Utility Dive, 16 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : ตลาดประมูลกำลังการผลิตไฟฟ้าของ PJM เผชิญภาวะขาดแคลนและราคาพุ่งแตะเพดาน สะท้อนความตึงตัวของระบบ
รายละเอียด:
- ผลการประมูลกำลังการผลิตไฟฟ้า (Capacity Auction) ล่วงหน้าสำหรับปี 2028-2029 ของ PJM ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตลาดไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ พบว่าราคาประมูลพุ่งขึ้นไปแตะระดับเพดานสูงสุดที่ 325 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเมกะวัตต์-วัน ทั่วทั้งภูมิภาค
- การประมูลครั้งนี้ส่งผลให้ PJM มีกำลังการผลิตสำรองต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 6.8 กิกะวัตต์ ซึ่งเป็นภาวะขาดแคลนต่อเนื่องจากครั้งก่อนหน้า และมีโรงไฟฟ้าใหม่ที่ชนะการประมูลเพียง 525 เมกะวัตต์เท่านั้น ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พยากรณ์ไว้สูงขึ้นราว 2 กิกะวัตต์ โดยมีสาเหตุสำคัญจากการเติบโตของศูนย์ข้อมูล
- เพื่อแก้ไขปัญหานี้ คณะกรรมการบริหารของ PJM กำลังเตรียมยื่นข้อเสนอต่อ FERC เพื่อจัดการประมูลเสริม (Backstop Auction) และสร้างกรอบการบริหารจัดการการเชื่อมต่อสำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ
ผลกระทบ:
- ผลการประมูลชี้ให้เห็นว่ากลไกตลาดปัจจุบันของ PJM ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ได้ทันต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ราคาประมูลจะแตะเพดาน แต่ราคานี้ยังไม่สูงพอที่จะทำให้โครงการโรงไฟฟ้าใหม่มีความคุ้มค่าทางการเงิน
- สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเสี่ยงที่เรียกว่า “วงจรอุบาทว์ของการแทรกแซง” (Intervention Doom Loop) ที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องเข้ามาแทรกแซงตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปโครงสร้างตลาดครั้งใหญ่ โดยเฉพาะแนวคิดการจัดสรรต้นทุนให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่เป็นต้นเหตุของความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
ที่มา:
Utility Dive, 15 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : Lazard รายงานต้นทุนเฉลี่ยของระบบกักเก็บพลังงาน (LCOS) ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นจากข้อจำกัดทางการค้าต่อเซลล์แบตเตอรี่จีน
รายละเอียด:
- รายงานการวิเคราะห์ต้นทุนพลังงานประจำปีฉบับล่าสุดจาก Lazard ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชั้นนำ ระบุว่าต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Levelized Cost of Storage – LCOS) ขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ได้ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับแนวโน้มที่ลดลงในปีที่ผ่านมา
- สำหรับระบบแบตเตอรี่ขนาด 100 MW/400 MWh ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (ITC) ต้นทุน LCOS ในปีนี้อยู่ที่ช่วง 148-209 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากช่วง 83-192 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมงในปี 2025
- สาเหตุหลักมาจากการบังคับใช้มาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีนำเข้า และข้อบังคับเกี่ยวกับหน่วยงานต่างชาติที่น่ากังวล (Foreign Entity of Concern – FEOC) ภายใต้กฎหมาย One Big Beautiful Bill Act (OBBBA) ซึ่งจำกัดการเข้าถึงเซลล์แบตเตอรี่ราคาถูกจากประเทศจีน
ผลกระทบ:
- รายงานนี้สะท้อนให้เห็นผลกระทบโดยตรงของนโยบายอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศและลดการพึ่งพาจีน ต่อต้นทุนของเทคโนโลยีหลักในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
- แม้นโยบายอย่าง Inflation Reduction Act (IRA) จะมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการผลิตในประเทศ แต่ในระยะสั้นถึงระยะกลางกลับสร้างแรงกดดันด้านต้นทุนให้กับโครงการ BESS ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้ากับระบบไฟฟ้า สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ความคุ้มค่าในการลงทุน และความเร็วในการติดตั้งใช้งานระบบแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ
ที่มา: Energy Storage News, 14 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : รัฐเท็กซัสอนุมัติกฎ “Ride-Through” บังคับศูนย์ข้อมูลให้รักษาเสถียรภาพการเชื่อมต่อเพื่อความมั่นคงของโครงข่าย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการสาธารณูปโภคแห่งเท็กซัส (PUC) ได้อนุมัติกฎระเบียบใหม่ที่บังคับให้ผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เชิงคำนวณ (Large Computational Loads) เช่น ศูนย์ข้อมูลและเหมืองขุดคริปโตเคอร์เรนซี ภายในพื้นที่ของ ERCOT ต้องสามารถทนต่อและเชื่อมต่อกับระบบต่อไปได้ (Ride-Through) เมื่อเกิดเหตุการณ์รบกวนในระบบไฟฟ้า เช่น แรงดันหรือความถี่เปลี่ยนแปลงชั่วขณะ
- กฎใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจาก ERCOT พบว่าตั้งแต่ต้นปี 2023 มีเหตุการณ์ที่โหลดขนาดใหญ่เหล่านี้ปลดตัวเองออกจากระบบพร้อมกันมากกว่า 28 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีขนาดโหลดรวมกว่า 100 เมกะวัตต์ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้าโดยรวม
- ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามจะต้องจัดทำแผนการแก้ไขและดำเนินการปรับปรุงภายในกรอบเวลาที่กำหนด มิเช่นนั้น ERCOT สามารถสั่งตัดการเชื่อมต่อได้เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบ
ผลกระทบ:
- กฎระเบียบนี้เป็นมาตรการทางเทคนิคที่สำคัญซึ่งเปลี่ยนสถานะของศูนย์ข้อมูลจากการเป็นเพียงผู้ใช้ไฟฟ้า ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของระบบ มันสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ว่าผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ที่มีความอ่อนไหวต่อคุณภาพไฟฟ้าจะต้องลงทุนในอุปกรณ์ของตนเอง (เช่น อุปกรณ์ Power Electronics หรือระบบกักเก็บพลังงาน) เพื่อให้สามารถทนต่อการรบกวนเล็กน้อยในระบบได้ แทนที่จะผลักภาระให้ระบบไฟฟ้าต้องมีความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา
- แนวทางนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของกฎระเบียบด้านโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันต่อลักษณะของโหลดสมัยใหม่ และจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากโหลดประเภทเดียวกัน
ที่มา:
Utility Dive, 13 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ชี้การขยายโครงข่ายส่งไฟฟ้าข้ามภูมิภาคเป็นกุญแจสำคัญในการลดความแออัดและเสริมความมั่นคง
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE) ได้เผยแพร่ร่างรายงานการศึกษาความต้องการระบบส่งไฟฟ้าแห่งชาติ (National Transmission Needs Study) ฉบับล่าสุด โดยระบุว่าการลงทุนในสายส่งไฟฟ้าเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค (Interregional Transmission) มีศักยภาพสูงสุดในการช่วยลดปัญหาความแออัดของระบบและปรับปรุงความเพียงพอของกำลังผลิต (Resource Adequacy)
- รายงานระบุว่าในปี 2024 ต้นทุนจากความแออัดของสายส่งไฟฟ้าทั่วประเทศมีมูลค่าสูงถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าต้นทุนดังกล่าวจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในอนาคต
- การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการลงทุน ได้แก่ การเชื่อมต่อระหว่าง ERCOT (เท็กซัส) กับพื้นที่ข้างเคียง การเชื่อมโยงระหว่างโครงข่ายไฟฟ้าตะวันออกและตะวันตก และการเสริมความแข็งแกร่งของสายส่งในภาคตะวันออกเฉียงใต้
ผลกระทบ:
- รายงานฉบับนี้เป็นเอกสารเชิงนโยบายที่สำคัญจากภาครัฐ ซึ่งให้ข้อมูลและการสนับสนุนอย่างเป็นทางการต่อการผลักดันโครงการสายส่งขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่ข้ามผ่านหลายรัฐหรือหลายพื้นที่ RTO ซึ่งมักจะเผชิญกับอุปสรรคด้านการอนุมัติและการเงินมากที่สุด
- ข้อมูลจากการศึกษานี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการวางแผนระบบส่งไฟฟ้าภายใต้กฎใหม่ของ FERC (Order 1920) และเป็นแนวทางในการขอรับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ตอกย้ำแนวคิดที่ว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างโรงไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าเปรียบเสมือน “ทางหลวง” เพื่อจัดส่งพลังงานสะอาดไปยังผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา:
Utility Dive, 10 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : คณะกรรมการกำกับดูแลในรัฐอินเดียนาเริ่มการไต่สวนเชิงลึกต่ออัตราผลตอบแทนของธุรกิจไฟฟ้าและกลไกการส่งผ่านต้นทุน
รายละเอียด:
- คณะกรรมการกำกับกิจการสาธารณูปโภคแห่งรัฐอินเดียนา (IURC) ได้เปิดกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการเพื่อตรวจสอบอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity – ROE) ที่บริษัทสาธารณูปโภคได้รับ และการใช้กลไก “Trackers” ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสามารถส่งผ่านต้นทุนบางประเภทไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Rate Case)
- การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนประเด็นภาระค่าไฟฟ้าที่ผู้บริโภคต้องแบกรับ (Affordability) ซึ่งริเริ่มโดยผู้ว่าการรัฐอินเดียนา ที่ได้ทำการเปลี่ยนตัวประธาน IURC และเรียกร้องให้มีการพิจารณาคำขอขึ้นค่าไฟฟ้าของบริษัท AES ใหม่
ผลกระทบ:
- การดำเนินการของ IURC สะท้อนถึงแนวโน้มการกำกับดูแลที่มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น และเป็นการท้าทายรูปแบบธุรกิจของ Utility แบบดั้งเดิมที่การลงทุนมักจะได้รับการการันตีผลตอบแทนและส่งผ่านไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าได้โดยง่าย
- ผลการไต่สวนอาจนำไปสู่การกำหนดกรอบ ROE ที่ต่ำลง และการจำกัดการใช้กลไก Trackers ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท Utility ต้องแสดงเหตุผลและความคุ้มค่าของการลงทุนอย่างเข้มข้นขึ้น สิ่งนี้อาจกระทบต่อแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและกลยุทธ์ทางการเงินของบริษัทไฟฟ้าในรัฐอินเดียนา และอาจเป็นต้นแบบให้กับรัฐอื่นๆ ที่เผชิญกับแรงกดดันด้านค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
ที่มา:
Utility Dive, 16 กรกฎาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : Sunrun และ FranklinWH ขยายขีดความสามารถโรงไฟฟ้าเสมือน (VPP) ในแคลิฟอร์เนียและเท็กซัส สะท้อนบทบาทของพลังงานแบบกระจายศูนย์
รายละเอียด:
- Sunrun ผู้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัยรายใหญ่ ได้ขยายขนาดโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ในรัฐแคลิฟอร์เนียเป็น 425 เมกะวัตต์ โดยเป็นการรวบรวมระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานในบ้านเรือนกว่า 110,000 ระบบ เพื่อให้บริการสนับสนุนเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าภายใต้โครงการของ California Energy Commission (CEC) และ California Public Utilities Commission (CPUC)
- ในขณะเดียวกัน FranklinWH ผู้ผลิตระบบจัดการพลังงานในบ้าน ได้เข้าร่วมโครงการ VPP ใหม่ 2 โครงการในรัฐเท็กซัส กับบริษัท Austin Energy และ Entergy Texas โดยเสนอสิ่งจูงใจให้เจ้าของบ้านนำแบตเตอรี่ของตนเข้าร่วมให้บริการเสริมความมั่นคงแก่ระบบไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
ผลกระทบ:
- ข่าวนี้แสดงให้เห็นถึงการเติบโตและบทบาทที่สำคัญขึ้นของ VPP ในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าของสหรัฐฯ ทรัพยากรพลังงานแบบกระจายศูนย์ (DERs) จากภาคที่อยู่อาศัยไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงระบบสำรองไฟส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่กำลังถูกรวบรวมและบริหารจัดการให้กลายเป็นทรัพยากรขนาดใหญ่ที่สามารถตอบสนองต่อสัญญาณจากผู้ควบคุมระบบไฟฟ้าได้
- รูปแบบดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ ที่ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่แล้วในฝั่งผู้ใช้ไฟฟ้า เพื่อลดความจำเป็นในการสร้างโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ลดต้นทุน และเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม
ที่มา:
Energy Storage News, 16 กรกฎาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- Google ลงนามข้อตกลงซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ที่รัฐอาร์คันซอ (2.5 GW Solar, 2.9 GWh BESS) เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล ซึ่งจะใช้แผงโซลาร์และเหล็กที่ผลิตในประเทศทั้งหมด
- Siemens Energy ประกาศรีแบรนด์เป็น Omterra เพื่อสร้างเอกลักษณ์องค์กรที่เป็นอิสระหลังจากแยกตัวจาก Siemens AG โดยแบรนด์ใหม่จะรวมทั้งส่วนของ Siemens Energy และ Siemens Gamesa เข้าไว้ด้วยกัน
- รัฐนิวเจอร์ซีย์ผ่านกฎหมายใหม่ ที่ให้ศูนย์ข้อมูลสามารถสนับสนุนทางการเงินสำหรับการอัปเกรดประสิทธิภาพพลังงานในบ้านเรือน (เช่น Heat pump, แบตเตอรี่) เพื่อแลกกับการได้สิทธิพิเศษในการเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- บริษัทพัฒนาพลังงานสะอาดในสหรัฐฯ หลายแห่ง เช่น SunPower และ Sunnova เผชิญกับปัญหาทางการเงินจนต้องยื่นล้มละลาย ซึ่งสะท้อนถึงความเปราะบางของโมเดลธุรกิจที่พึ่งพาการกู้ยืมสูงและการจัดการสินทรัพย์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ
- กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ได้ระงับการอนุมัติโครงการพลังงานลมกว่า 150 โครงการ โดยอ้างความกังวลด้านความมั่นคงของชาติว่ากังหันลมอาจรบกวนระบบเรดาร์ในการตรวจจับโดรน