รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : GULF จ่อรับดีมานด์ Direct PPA 3,000 MW รองรับ Data Center ยุคใหม่ หลังภาครัฐปลดล็อกเพดานซื้อขายไฟฟ้าสะอาด
รายละเอียด:
- บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยความพร้อมในการรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดจากกลุ่ม Data Center, Semiconductor และ AI ที่มีดีมานด์ในมือสูงถึง 2,000-3,000 เมกะวัตต์
- รัฐบาลได้ปรับปรุงกติกา Direct PPA โดยไม่มีเพดานจำหน่ายที่ 2,000 เมกะวัตต์อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นระบบไม่จำกัด (Unlimited) สำหรับผู้ที่มีความพร้อมยื่นขอ เพื่อตอบสนองการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการพลังงานหมุนเวียน 100%
ผลกระทบ:
– การเปิดเสรีไฟฟ้าสะอาดผ่าน Direct PPA แบบไร้เพดานจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีมูลค่าแสนล้านบาทเข้าสู่ประเทศ แต่สร้างความท้าทายให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในการบริหารจัดการเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Stability)
– ช่วยผลักดันเป้าหมาย Net Zero ของประเทศผ่านการลงทุนพลังงานหมุนเวียนในแผน PDP 2026 ที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 20,000-30,000 เมกะวัตต์ แต่อาจเกิดแรงกดดันด้านค่าบริการโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Wheeling Charge) ที่เหมาะสม
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : โตโยต้าจี้รัฐบาลทบทวนมาตรการอุ้ม EV หลังค่ายรถจีนกินรวบตลาดกว่า 70% หวั่นกระทบฐานการผลิตและซัพพลายเชนในประเทศ
รายละเอียด:
- ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า ประเทศไทย ออกมาแสดงความกังวลต่อทิศทางมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ของรัฐบาลที่เอื้อประโยชน์ต่อรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปจนส่งผลให้แบรนด์จีนครองตลาดกว่า 70%
- มีการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้เงินภาษีของประชาชนในการอุดหนุนยอดซื้อรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ขณะที่การจ้างงานและการสร้างฐานการผลิตซัพพลายเชนชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไม่เติบโตตามเป้าหมาย
ผลกระทบ:
– ความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการรักษาฐานการผลิตรถยนต์สันดาป/ไฮบริดดั้งเดิม อาจนำไปสู่ภาวะตกงานในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยที่พึ่งพาแรงงานและผู้ประกอบการท้องถิ่นจำนวนมาก
– หากรัฐบาลไม่ปรับปรุงกติกาให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมและส่งเสริม Local Content อาจเกิดความเสี่ยงที่ฐานการผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นจะลดกำลังการผลิตลง ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทย
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ข้อกังวลอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จันทบุรี จ่อกระทบป่าอนุรักษ์ ท่ามกลางข้อสงสัยสร้างเพื่อป้อนอุตสาหกรรม Data Center
รายละเอียด:
- จากกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด กรอบวงเงิน 7,200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในภาคตะวันออกและรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษ EEC
- นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้คัดค้านและยื่นฟ้องศาลปกครอง ชี้ข้อมูล EHIA ไม่สอดคล้องกับความจริงในพื้นที่ป่า พร้อมตั้งคำถามว่าโครงการนี้อาจสร้างเพื่อนำน้ำไปป้อนอุตสาหกรรม Data Center หรือไม่
ผลกระทบ:
– การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานและทรัพยากรสูง เช่น Data Center สร้างความท้าทายต่อการจัดสรรน้ำและไฟฟ้าในพื้นที่ โดยอาจเกิดความขัดแย้งในการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติระหว่างภาคการอนุรักษ์ ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมดิจิทัล
– หากการประเมินสิ่งแวดล้อมไม่สะท้อนข้อเท็จจริง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำลายความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่แนวเชื่อมต่อระบบนิเวศสัตว์ป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและข้อตกลงความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ของประเทศ
ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : วิกฤตคอขวดกำลังคนทักษะสูง ท้าทายยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลาง Data Center และ AI ของประเทศไทย
รายละเอียด:
- คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติโครงการ Data Center และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในไทยช่วงปี 2567-2569 รวมกว่า 42 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 7.5 แสนล้านบาท
- อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเผชิญข้อจำกัดรุนแรงด้านกำลังคนทักษะสูง (High-Skilled Talent) เช่น วิศวกรโครงสร้างพื้นฐาน ผู้เชี่ยวชาญระบบทำความเย็น และเทคโนโลยีชิปแสง (Photonics) ซึ่งส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้อาจไม่สร้างประโยชน์ให้คนไทยเท่าที่ควร
ผลกระทบ:
– หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหากำลังคนผ่านยุทธศาสตร์ Siam Silica Framework ของกระทรวง อว. ได้ทันท่วงที ประเทศไทยอาจเป็นเพียงแค่ผู้รับฝากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำมหาศาล โดยไม่มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือการเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา
– เพิ่มความเสี่ยงต่อการแบกรับภาระพลังงานไฟฟ้าที่สูงขึ้นโดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่แท้จริงให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากและอัตราการจ้างงานในประเทศ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : สายการบิน AAV อ่วม พิษราคาน้ำมันโลกพุ่ง 124% ฉุดผลประกอบการไตรมาส 2 ขาดทุนกว่า 2.3 พันล้านบาท
รายละเอียด:
- บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ไทยแอร์เอเชีย เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ขาดทุนสุทธิ 2,326 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตขึ้นเล็กน้อย
- สาเหตุหลักเกิดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นประวัติการณ์ถึง 124% แตะระดับ 183 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนค่าน้ำมันพุ่งเป็น 5,011 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ผลกระทบ:
– ความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าครองชีพและการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของไทย ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับราคาค่าตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27% เพื่อความอยู่รอด
– สะท้อนความเสี่ยงของอุตสาหกรรมขนส่งที่ยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในสัดส่วนสูง และเป็นแรงกดดันเชิงนโยบายให้รัฐบาลไทยเร่งสนับสนุนเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) เพื่อลดความผันผวนจากพลังงานนำเข้า
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : คมนาคมเร่งดันระบบตั๋วร่วม 17-45 บาทต่อเที่ยว ดีเดย์ 1 มกราคม 2570 มุ่งลดภาระค่าครองชีพประชาชน
รายละเอียด:
- กระทรวงคมนาคม ภายใต้การนำของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เร่งรัดการดำเนินงานตาม พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- กำหนดโครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วมโดยคิดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว พร้อมระบบลดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนระหว่างการเปลี่ยนถ่ายสายทาง
ผลกระทบ:
– ช่วยลดภาระค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวันของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้คนหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชนไฟฟ้าแทนรถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น ช่วยลดมลพิษทางอากาศและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
– รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเผชิญความท้าทายในการเจรจากับผู้รับสัมปทานเอกชนเกี่ยวกับการแบ่งปันรายได้และการจัดตั้งระบบบริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ซึ่งอาจต้องใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมในระยะยาว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : BEM กวาดกำไรนิวไฮไตรมาส 2 พร้อมรับมอบรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกปลายปีนี้ ปักธงทดลองวิ่งปีหน้า
รายละเอียด:
- บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 1,012 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี จากการเติบโตของผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
- ด้านโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ – แยกร่มเกล้า) ขบวนรถไฟฟ้าทดสอบขบวนแรกจะส่งถึงไทยปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 นี้ และพร้อมเปิดให้ทดลองใช้บริการปลายปี 2570
ผลกระทบ:
– การเติบโตและการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีส้มจะช่วยเชื่อมต่อการเดินทางฝั่งตะวันออกเข้าสู่ใจกลางเมือง คาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดผู้โดยสารให้ระบบรางและผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองอย่างเป็นระบบ
– การเปิดเส้นทางใหม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี (TOD) แต่เพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคขนส่ง (Transport Electrification) ที่ระบบสายส่งไฟฟ้ารอบเมืองหลวงต้องเตรียมพร้อมรองรับ
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า Honda Super One นำเข้าจากญี่ปุ่น แบตเตอรี่ขนาด 29.6 kWh วิ่งจริงได้ระยะทางเพียง 180 กิโลเมตร ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่ามีความคุ้มค่าต่ำเมื่อเทียบกับราคาเกือบ 1 ล้านบาท
- เลกซัสเปิดตัว New ES 2026 ซีดานหรูรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมทั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดและไฟฟ้า 100% ตั้งเป้าชนคู่แข่งรถยนต์หรูสัญชาติเยอรมันในตลาดประเทศไทย
- บริษัท ธนบุรีนอยสเติน เปิดตัว GEELY STARRAY EM-R รถยนต์อัจฉริยะระบบ REEV ใช้กำลังไฟฟ้าเสริมเครื่องยนต์ เคาะราคาพิเศษเริ่มต้น 699,900 บาท ครั้งแรกของโลกในไทย
- ปรากฏภาพหลุด Range Rover GT รถไฟฟ้า 100% ลำดับที่ 5 ของแบรนด์บนแพลตฟอร์ม EMA ขนาดแบตเตอรี่คาดการณ์ 100 kWh ขณะทำการทดสอบสมรรถนะในสนามแข่งเยอรมนี
- วิกฤตผู้รับเหมาสัญชาติไทย 5 เสือก่อสร้างเผชิญศึกหนักจากความเสี่ยงล้มละลายและการทุ่มตลาดของทุนรัฐวิสาหกิจจีนที่เข้ามาช่วงชิงเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานแสนล้าน