รายงานข่าวระบบไฟฟ้ากลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN Grid Weekly) ประจำสัปดาห์ 01-Aug-2026 ถึง 07-Aug-2026
ประเด็นข่าวที่ 1 : กลุ่มพันธมิตรด้านประสิทธิภาพพลังงานฟิลิปปินส์ (PE2) เตือนการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์อาจผลักดันราคาไฟฟ้าให้สูงขึ้น
รายละเอียด:
- นาย Alexander Ablaza ประธานกลุ่มพันธมิตรด้านประสิทธิภาพพลังงานฟิลิปปินส์ (Philippine Energy Efficiency Alliance – PE2) แสดงความกังวลว่าการขยายตัวอย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในฟิลิปปินส์ อาจสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อปริมาณสำรองไฟฟ้าและส่งผลให้ราคาไฟฟ้าในประเทศสูงขึ้น
- PE2 อ้างอิงข้อมูลจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) ที่ระบุว่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าของดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก รวมถึงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเติบโตสูงถึง 70% ต่อปี โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
- มีการหยิบยกกรณีโครงการ Pax Silica ซึ่งเป็นศูนย์กลาง AI และการผลิตขั้นสูงในเมือง Tarlac ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการไฟฟ้าสูงถึง 3 กิกะวัตต์ มาเป็นตัวอย่างของความท้าทายด้านพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเทียบเท่ากับความต้องการไฟฟ้าของครัวเรือนถึง 2 ล้านหลังคาเรือน
ผลกระทบ:
- การกระจุกตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) ในพื้นที่อุตสาหกรรมเดียวกัน อาจสร้างภาระหนักต่อโครงข่ายไฟฟ้าเฉพาะจุด (Grid Congestion) และต้องการการลงทุนยกระดับโครงข่ายไฟฟ้ามูลค่ามหาศาล ซึ่งต้นทุนดังกล่าวอาจถูกส่งผ่านไปยังผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นในที่สุด
- PE2 ได้เสนอให้กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ (DOE) ออกนโยบายให้กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์พิจารณาแนวทางการจัดหาแหล่งผลิตไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานเป็นของตนเอง (Embedded Generation and Storage) เพื่อลดผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าหลัก และหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านการใช้ไฟฟ้ากับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจอื่น
ที่มา: Inquirer, 6 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : PLN อินโดนีเซียเตรียมรวมกลุ่มโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ 7,046 เมกะวัตต์ เพื่อเร่งรัดแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า
รายละเอียด:
- นาย Suroso Isnandar ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการและพลังงานหมุนเวียนของ PT PLN (Persero) เปิดเผยว่า PLN จะใช้กลยุทธ์การจัดซื้อจัดจ้างแบบรวมกลุ่ม (Bundled Procurement) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ รวมกำลังผลิต 7,046 เมกะวัตต์ เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (RUPTL) ฉบับปี 2568-2577
- โครงการดังกล่าวใช้ชื่อว่า GIGA ONE Hydro แบ่งออกเป็นหลายชุดโครงการในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ โครงการสำหรับรองรับความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peaker) ในสุมาตรา 1,071 เมกะวัตต์ และกาลิมันตัน 150 เมกะวัตต์ รวมถึงโครงการสำหรับผลิตไฟฟ้าฐาน (Baseload) ในสุมาตรา 1,800 เมกะวัตต์ กาลิมันตัน 825 เมกะวัตต์ และสุลาเวสี 3,200 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็น 2 เฟส)
- ปัจจุบัน โครงการ Sumatra Peaker ขนาดประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ได้เข้าสู่กระบวนการประกวดราคาแล้ว ส่วนโครงการอื่นๆ อยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้และเตรียมเอกสารประกวดราคา
ผลกระทบ:
- กลยุทธ์การรวมกลุ่มโครงการขนาดใหญ่ (Bundling) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง Economy of Scale ดึงดูดผู้ลงทุนและผู้รับเหมาที่มีศักยภาพสูงให้เข้าร่วมประมูลมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาและเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
- การพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่พร้อมกันหลายโครงการ สะท้อนถึงความพยายามของอินโดนีเซียในการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่แหล่งพลังงานสะอาดที่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่สำคัญคือความพร้อมของระบบสายส่งไฟฟ้า (Grid Readiness) ที่จะต้องสามารถรองรับกำลังผลิตใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะแผนการเชื่อมโยงระบบระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา
ที่มา: Antara News (English), 5 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : ความต้องการไฟฟ้าที่ผันผวนของ AI กำลังสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์ในดาต้าเซ็นเตอร์ของตนเอง
รายละเอียด:
- The Edge Malaysia รายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยระบุว่าความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง (Rapid Swings) กำลังสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์สำคัญ เช่น แบตเตอรี่ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และระบบทำความเย็น ทำให้อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานผิดปกติหรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
- การฝึกฝนโมเดล AI ต้องใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) จำนวนมหาศาลทำงานพร้อมกัน ทำให้เกิดการดึงพลังงานสูงสุด (Spike) ที่อาจสูงกว่าระดับการออกแบบถึง 50% ในชั่วขณะ ซึ่งอุปกรณ์ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความผันผวนในระดับนี้
- มีรายงานการเกิดรอยแตกในเครื่องยนต์กังหันก๊าซ (Gas-fired Turbines) และแบตเตอรี่สำรองไฟจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หรือเดือน เนื่องจากความเค้นที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่ตะวันออกกลางไปจนถึงยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ผลกระทบ:
- ปัญหาความน่าเชื่อถือของแหล่งจ่ายไฟภายในดาต้าเซ็นเตอร์อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของผู้ประกอบการ เนื่องจากช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงานแม้เพียงไม่กี่นาทีอาจสร้างความเสียหายมหาศาล และยังเพิ่มต้นทุนแฝงในการบำรุงรักษาและเปลี่ยนอุปกรณ์ก่อนกำหนด
- ความผันผวนของการใช้ไฟฟ้าในระดับมหาศาลจากดาต้าเซ็นเตอร์ AI ยังเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่เสถียรของกริด (Grid Instability) หรือไฟดับเป็นวงกว้างหากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลด้านไฟฟ้าทั่วโลกเริ่มแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อปัญหานี้
ที่มา: The Edge Malaysia, 6 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ลดขั้นตอนทางธุรการสำหรับระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก
รายละเอียด:
- กระทรวงพลังงานฟิลิปปินส์ (DOE) ได้ออกประกาศฉบับใหม่ สั่งการให้บริษัทจำหน่ายไฟฟ้า (Distribution Utilities) ทั่วประเทศยกเลิกอุปสรรคเชิงบริหาร (Administrative Barriers) สำหรับการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็ก
- กฎระเบียบใหม่นี้ครอบคลุมระบบผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (Self-generating facilities – SGFs), ระบบไมโครโซลาร์ (Microsolar systems – MSS) และระบบที่ไม่ส่งออกไฟฟ้าเข้าระบบ (Zero-export energy systems – ZESS) โดยยกเลิกข้อกำหนดการขออนุญาตก่อนการติดตั้ง ใบอนุญาตทางเทคนิค และค่าธรรมเนียมการตรวจสอบต่างๆ
- ผู้ใช้งานบางกลุ่ม เช่น ครัวเรือนและสถานพยาบาล จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบรับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Certificate of Compliance – COC) จากคณะกรรมการกำกับดูแลพลังงาน (Energy Regulatory Commission – ERC) อีกต่อไป
ผลกระทบ:
- การปลดล็อกกฎระเบียบนี้จะช่วยเร่งการติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในภาคครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation) และช่วยลดภาระของระบบไฟฟ้าหลักในช่วงความต้องการไฟฟ้าสูงสุด
- นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของฟิลิปปินส์ในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในแผนการผลิตไฟฟ้าเป็น 35% ภายในปี 2573 ซึ่งเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ในการส่งเสริมพลังงานสะอาดระดับผู้บริโภคโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยของอุปกรณ์ เช่น ระบบ Anti-islanding เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า
ที่มา: Inquirer, 5 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 5 : ประธานาธิบดีอินโดนีเซียสั่งการรัฐมนตรีพลังงานและ PLN แก้ปัญหาไฟดับในกาลิมันตัน
รายละเอียด:
- ประธานาธิบดี Prabowo Subianto ได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณี (ESDM) นาย Bahlil Lahadalia ร่วมมือกับการไฟฟ้าแห่งรัฐ (PT PLN) เพื่อแก้ไขปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของเกาะกาลิมันตัน
- นาย Bahlil ชี้แจงว่าปัญหาไฟฟ้าดับไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง แต่เกิดจากปัญหาทางเทคนิคในการบำรุงรักษาและปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า (Grid Network Issues)
- ผู้จัดการทั่วไปของ PLN ประจำกาลิมันตันใต้และกลาง ระบุว่าเหตุขัดข้องเกิดจากความล้มเหลวในการทำงานของโรงไฟฟ้าถ่านหิน Asam-Asam รวมถึงการรั่วไหลของท่อในหม้อไอน้ำและกังหันของโรงไฟฟ้าเอกชน (IPP) สองแห่ง ซึ่งส่งผลให้กำลังผลิตในระบบลดลงอย่างรุนแรง
ผลกระทบ:
- เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของระบบไฟฟ้าในพื้นที่นอกเกาะหลักของอินโดนีเซีย ซึ่งยังคงพึ่งพิงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง การที่ประธานาธิบดีต้องเข้ามาสั่งการโดยตรงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาความมั่นคงทางพลังงานต่อเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน
- ในระยะยาว อินโดนีเซียจำเป็นต้องเร่งลงทุนในโครงข่ายระบบส่งให้มีความเชื่อมโยงและยืดหยุ่นมากขึ้น (Grid Modernization) รวมถึงกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าให้หลากหลาย ทั้งในแง่ประเภทเชื้อเพลิงและที่ตั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากการขัดข้องของโรงไฟฟ้าหลักเพียงแห่งเดียว
ที่มา: Antara News (English), 4 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 6 : Envision Energy ชนะสัญญาโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 200 เมกะวัตต์ในเวียดนาม
รายละเอียด:
- Envision Energy บริษัทเทคโนโลยีสีเขียวชั้นนำระดับโลก ได้ทำสัญญาโครงการพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามกับ REE Energy ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนชั้นนำของเวียดนาม
- โครงการ Phu Cuong 1A และ 1B มีกำลังผลิตรวม 200 เมกะวัตต์ โดยจะใช้กังหันลมรุ่น Envision EN-226/8.X YE จำนวน 25 ต้น ซึ่งออกแบบมาสำหรับสภาพลมระดับต่ำถึงปานกลางในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง (Nearshore) ของเวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- การจัดส่งกังหันลมชุดแรกมีกำหนดเริ่มในไตรมาสที่สองของปี 2570 และคาดว่าจะเชื่อมต่อเข้าระบบไฟฟ้าได้ภายในเดือนตุลาคม 2570 ซึ่งนับเป็นโครงการลมนอกชายฝั่งในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของ Envision
ผลกระทบ:
- ความสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับการพัฒนาโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งในภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านการคัดเลือกเทคโนโลยี การบริหารโครงการ และการดำเนินงานบำรุงรักษาในระยะยาว
- การลงทุนนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในศักยภาพพลังงานหมุนเวียนของเวียดนาม และเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต
ที่มา: Antara News (English), 6 สิงหาคม 2569
ประเด็นข่าวที่ 7 : สถาบันการจัดการแห่งสิงคโปร์ (SIM) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ระยะยาว 14 ปี
รายละเอียด:
- สถาบันการจัดการแห่งสิงคโปร์ (Singapore Institute of Management – SIM) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement – PPA) ระยะยาว 14 ปี กับบริษัท Peak Energy ผู้พัฒนาและให้บริการด้านพลังงานสะอาดในเอเชียแปซิฟิก
- ภายใต้ข้อตกลง Peak Energy จะเป็นผู้ออกแบบ จัดหาเงินทุน ก่อสร้าง เป็นเจ้าของ และดำเนินงานระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Rooftop Solar) ขนาดประมาณ 900 กิโลวัตต์พีค ที่วิทยาเขตของ SIM
- ระบบดังกล่าวคาดว่าจะผลิตพลังงานสะอาดได้ประมาณ 1,100 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งจะทำให้ SIM สามารถจัดหาพลังงานแสงอาทิตย์ได้ในอัตราที่ต่ำกว่าราคาไฟฟ้าในปัจจุบันอย่างน้อย 45% โดยไม่ต้องมีการลงทุนเริ่มแรก (Upfront Capital Investment)
ผลกระทบ:
- การทำสัญญา PPA สะท้อนถึงแนวโน้มที่สถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ในสิงคโปร์หันมาใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากดาต้าเซ็นเตอร์และ AI
- รูปแบบสัญญา PPA กำลังกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญสำหรับองค์กรที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและบริหารจัดการต้นทุนพลังงานในระยะยาว ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถนำมาปรับใช้ในประเทศอื่นๆ ที่มีค่าไฟฟ้าสูงและมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์
ที่มา: Vietnam Investment Review (VIR), 4 สิงหาคม 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- ฟิลิปปินส์เผชิญภาวะเฝ้าระวัง (Yellow Alert) และภาวะวิกฤต (Red Alert) ด้านไฟฟ้าในพื้นที่เกาะวิซายัสอย่างต่อเนื่อง สาเหตุจากโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่หลายแห่งหยุดเดินเครื่องและปัญหาสายส่งขัดข้อง สะท้อนปัญหาความเปราะบางของเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในพื้นที่
- Aboitiz Power Corp. ของฟิลิปปินส์ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Korea Hydro & Nuclear Power Co., Ltd. (KHNP) ของเกาหลีใต้ เพื่อศึกษาศักยภาพของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในตลาดฟิลิปปินส์ นับเป็นการเปลี่ยนท่าทีของบริษัทหลังจากที่เคยระมัดระวังในประเด็นนี้
- Pertamina Geothermal Energy (PGE) ของอินโดนีเซีย ประกาศความพร้อมในการใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพเพื่อจ่ายไฟฟ้าให้กับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์สีเขียว (Green Data Center) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศ
- Envision Energy จากจีน ลงนามในสัญญาโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่งขนาด 200 เมกะวัตต์ กับ REE Energy ของเวียดนาม ซึ่งถือเป็นโครงการลมนอกชายฝั่งในต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท
- Weichai ผู้ผลิตเครื่องยนต์และระบบพลังงานจากจีน เปิดตัวโซลูชันไมโครกริดแบบครบวงจรสำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเป้าไปที่ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์และดาต้าเซ็นเตอร์